Fika วัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาว สวีเดน

Share on facebook
Share on twitter

กาแฟ นับว่าเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากชนิดหนึ่งในประเทศ สวีเดน มีสถิติที่น่าสนใจจาก statista บอกเอาไว้ว่า ในประเทศสวีเดนแห่งนี้ มีอัตราการบริโภคกาแฟต่อหัว มากที่สุดเป็นอันดับสามของโลกเลยทีเดียว โดยเป็นรองก็เพียงแค่ประเทศฟินแลนด์และเนเธอร์แลนด์

ส่วนหนึ่งวที่ทำให้มีผู้คนดื่มกาแฟภายในประเทศมากมายถึงขนาดนี้ ก็เนื่องจากการที่มีวัฒนธรรมการดื่มที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความเฉพาะตัว อย่างหนึ่งที่จะยกมาคุยกันในวันนี้ คือคำว่า Fika เป็นคำที่มีความสำคัญในวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาว สวีเดน Fika

คำคำนี้อาจจะถูกนิยามให้มีความหมายถึงช่วงเวลาพักผ่อนที่ได้ดื่มด่ำกับกาแฟ เปรียบเสมือนพิธีกรรมทางสังคม นอกจากนี้มันยังเป็นแนวคิด หรือแม้กระทั่งภายในจิตใจของผู้คน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อและนิยามของแต่ละคนในสังคม 

Kaffe

แต่ไม่ว่าจะมีความหมาย หรือใครก็ตามให้คำจำกัดความในรูปแบบใดก็ตาม เนื้อแท้ของ Fika ก็ยังคงมีความเกี่ยวข้องกับสังคม และมักจะมีความเชื่อมโยงกับการได้ดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้วด้วย วันนี้ เราจะมาทำความเข้าใจคำคำนี้กันให้มากขึ้น รวมถึงทำความรู้จักวิถีแห่งสวีเดน และวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของคนที่นี่กัน

Fika คืออะไร

Fika หากเรานิยามคำคำนี้แบบกว้าง ๆ และง่ายดายมากที่สุด คำนี้จะหมายถึง “ช่วงเวลาพัก” ที่คุณจะได้เพลิดเพลินกับการดื่มกาแฟ และการพูดคุยกับคนอื่น ๆ เป็นเรื่องทั่วไปและเป็นปกติมาก ๆ ที่ชาว สวีเดน จะเพลิดเพลินกับ Fika มีขนมหวานแบบดั้งเดิมชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า fikabröd (ขนมปัง Fika)

บาบคนมองสิ่งนี่เป็นช่วงเวลา หรือโมเมนต์ Fika เป็นช่วงเวลาที่เราได้นัดพบกัน ดื่มกาแฟ พูดคุยกัน อาจจะมีขนมปังหรือคุกกี้ไว้กินระหว่างพูดคุยนี้ด้วย ดังนั้น ที่ที่เรามักจะได้พบเห็น Fikaก็จะเป็นที่ไหนไม่ได้ นอกจากในร้านกาแฟ หรือไม่เราก็อาจจะได้เห็นสิ่งนี้ในสวนสาธารณะ ห้องประชุม หรือแม้แต่ที่บ้าน

Fika อาจจะเป็นโมเมนต์ที่เกิดขึ้นก่อน หรือหลังจากมื้ออาหาร อาจกินเวลาเป็นหลักสิบนาที หรือกระทั่งหลักชั่วโมงเลยก็มี สิ่งนี้ไม่ใช่ธรรมดา คนสวีเดนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากอย่างที่บอกว่า Fika สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ แม้แต่ในที่ทำงานเอง ดังนั้น บริษัทต่าง ๆ ในประเทศสวีเดนหลายแห่ง จึงสนับสนุน Fika กันอย่างมาก เพื่อให้พนักงานได้มี Work Life Balance บางที่ถึงกับต้องบังคับให้มีช่วงเวลาพักผ่อนนี้เลย จะในที่สุด สิ่งนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่น่าสนใจของสวีเดนไปเลย

Fika กับช่วงเวลาการพักดื่มกาแฟปกติ แตกต่างกันอย่างไร

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า Fika ก็คือช่วงเวลาที่ผู้คนพักดื่มกาแฟแค่นั้นหรือ อันที่จริงมันมีอะไรมากกว่านั้น

นอกเหนือจากคำว่า Fika จะหมายถึงโมเมนต์ หรือ่วงเวลาพักผ่อนที่ได้ดื่มกาแฟ แลบะมีการพูดคุยต่อกันแล้ว สิ่งนี้ยังถือเป็นแนวคิดบางอย่าง แนวคิดที่ว่า คือการทำอะไรให้ช้าลง เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศ หรือสิ่งที่ทำอยู่ให้ได้มากที่สุด หรือแม้กระทั่งการดื่มก่ำกับกาแฟหนึ่งแก้ว และค่อย ๆ พิจารณา ชื่นชมรสชาติของสิ่งนี้

ในแง่ของผู้คน Fika ยังหมายความถึงการให้ลองละทิ้งบางอย่างที่หนักจนเกินไปที่เราทำอยู่ และลองชื่นชมกับผู้คนที่อยู่รอบ ๆ เพื่อที่จะได้หยุดพักจากเรื่องวุ่นวายภายนอก ดังนั้นในง่านี้เราจึงอาจจะกล่าวได้ว่า Fika เป็นวิธีที่ผู้คนพบปะ และเข้าสังคมกัน อาจเป็นไปได้หลายมิติ ตั้งแต่การประชุมทางธุรกิจ การพูดคุยระหว่างเพื่อน หรือครอบครัว ซึ่งโดยปกติ การพูดคุยนั้นจะมีเครื่องดื่มอย่างกาแฟเป็นตัวกลาง

สิ่งที่ทำให้ Fika แตกต่าง คือสิ่งนี้ไม่ใช่การดื่มกาแฟ ในขณะที่เรากำลังนั่งทำงานไปด้วย หรือกำลังจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ แต่ Fika ช่วยให้เราได้หลีกหนีจากการจดจ่อนั้น และได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาคุณภาพ ที่มีกาแฟและมนุษย์อยู่ด้วย

แล้วต่างจากการพักดื่มกาแฟปกติอย่างไร Fika คือการพักผ่อน โดยการวางทุกอย่างเอาไว้ และดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้น ๆ กับคนที่อยู่ตรงหน้า การที่เราพักจากงาน หลายครั้งเราอาจจะยังไม่วางสิ่งนั้นลงไปจนหมด แบบนี้ก็ไม่เรียกว่า Fika

ดังนั้น จะใมห้กล่าวโดยสรุป Fika เป็นได้ทั้งในเรื่องของวัฒนธรรมการดื่มกาแฟ และวัฒนธรรมทางสังคม คุณลักษณะทั้งสองนี้จะดำเนินไปพร้อม ๆ กัน หากขาดไปอันใดอันหนึ่ง สิ่งนี้จะไม่เกิด จะต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนทั้งสองแบบ และสิ่งเหล่านี้เอง ทำให้ Fika แตกต่าง และเป็นเอกลักษณ์

Fika มาจากไหน เกี่ยวข้องกับกาแฟสวีเดนอย่างไร

ก่อนที่เราจะไปคุยกันว่า คำว่า Fika มีความเกี่ยวข้อง และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมกาแฟอย่างไร เราจะพามาดูกันก่อนว่า กาแฟได้เข้ามาในประเทศสวีเดนอย่างไร และเมื่อไหร่

กาแฟ เดินทางเข้ามาถึงประเทศสวีเดน ครั้งแรกเมื่อประมาณช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ในช่วงแรกของการมาถึงของกาแฟนั้น เครื่องดื่มชนิดนี้ค่อนข้างที่จะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วแบบไม่น่าเชื่อ และได้มีการแพร่กระจายไปทั่วประเทศด้วย แต่ในไม่ช้า คนท้องถิ่นก็เริ่มเกิดความกังวลเกี่ยวกับสิ่งนี้ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของกาแฟ อาจจะไปทำให้เครื่องดื่มท้องถิ่น หรือก็คือเบียร์ลดต่ำลง คนท้องถิ่นเป็นกังวลในเรื่องนั้นมาก

เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์นี้ จึงมีพระราชกฤษฎีกาออกในปี 1746 ทำการเรียกเก็บภาษีชาและกาแฟที่เป็นอัตราที่สูงเอามาก ๆ ภาษีที่เรียกเก็บนี้ เรียกเก็บจากผู้ที่บริโภคเครื่องดื่ม หากใครไม่ทำการจ่ายภาษีที่แพงมหาศาลนี้ จะทำการยึดภาชนะ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกาแฟทั้งหมด อีกสิบปีต่อมา ในปี 1756 กาแฟก็ได้ถูกสั่งห้าม หรือถูกแบนในประเทศ แต่ถึงแบบนั้น ประชาชนก็ยังสรรหาดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้กันจนได้อยู่ดี

ช่วงเวลาไม่นานต่อมา กษัตริย์กุสตาฟที่สาม เชื่อว่าเครื่องดื่มชนิดนี้นั้น ส่งผลกระทบบางอย่างด้านสุขภาพกับผู้คน ดังนั้นจึงได้พยายามทำการศึกษาวิจัย และทำการทดลองที่ดูโหดร้ายขึ้น การทดลองที่ว่านี้ก็คือ ได้ทำการให้ฆาตกรสองคน ที่เป็นอาสาสมัคร ทำการทดสอบบางอย่าง โดยคนแรกได้รับคำสั่งให้ดื่มกาแฟ มากถึงวันละสามหม้อต่อวัน ในขณะที่อีกคน ได้รับคำสั่งเดียวกัน แต่ที่จะเป็นการดื่มกาแฟ เขาถูกกลับให้ดื่มชาแทน โดยจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ทุกวันไปจนตลอดชีวิต

Coffee Sweden

มีหมอผู้รับผิดชอบ ทำการศึกษาการวิจัยที่ว่านี้อยู่ด้วยกันสองคน ก่อนที่ผลการทดสอบจะสามารถสรุปได้ หมอทั้งสองก็ได้เสียชีวิตลงไปก่อน ในขณะเดียวกัน ในปี 1792 กษัตริย์กุสตาฟ ก็ได้ถูกลอบสังหารขึ้น ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม มาตรการการสั่งห้ามการบริโภคกาแฟ ก็ไม่ได้ยุติลงเลย แต่กาลเวลาก็ได้ทำอะไรบางอย่าง เหตุการณ์นี้สงบลง ในช่วงประมาณปี 1820 ด้วยการสงบลงของเหตุการณ์นี้ ทำให้การบริโภคกาแฟพุ่งสูงขึ้น ในช่วงศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งในปัจจุบัน

สำหรับการนำคำว่า Fika มาผนวกรวมกับการดื่มกาแฟนั้น มีตำนานเรื่องเล่าหนึ่งกล่าวว่า เมื่อครั้งอดีตที่มีการสั่งห้ามการบริโภคกาแฟภายในประเทศ ถึงอย่างนั้นก็ยังมีกลุ่มคนที่ชื่นชอบและรักการดื่มกาแฟ ไม่ใช่เพียงแค่นั้น พวกเขายังรักบรรยากาศการดื่มกาแฟ ที่ได้มีการแลกเปลี่ยน และมีการพูดคุยกับ และด้วยวาระการสั่งห้ามบริโภคกาแฟนี้ เป็นวาระระดับชาติ การชักชวนคนดื่มกาแฟจึงไม่ใช่เรื่องที่ง่าย

ด้วยเหตุนี้เอง จึงมีการใช้คำว่า Kaffi (มาจากคำว่า Kaffe) ซึ่งต่อมา คำคำนี้ก็ได้กลายเป็นคำทั่วไป ที่ถูกใช้กันในฐานะคำแสลงคำหนึ่งในช่วงประมาณศตวรรษที่ 19 เชื่อว่าคำว่า Fika เป็นคำที่ผิดเพี้ยนมา และได้กลายเป็นคำที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ที่เป็นทั้งวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเล็ก ๆ และเป็นเหมือนวิถีหนึ่งของชาวสวีเดนไปเลย

Fika และกาแฟสเปเชียลตี้

เนื่องจากคำว่า Fika เป็นคำคำหนึ่ง ที่มีส่วนสำคัญอย่างมากต่อวัฒนธรรมการดื่มกาแฟของชาวสวีเดน ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจที่ควรตั้งคำถามต่อ คือคำคำนี้ มีพื้นที่ หรือสามารถเข้าไปแทรกอยู่ในวัฒนธรรมหนึ่งของกาแฟสเปเชียลตี้ในปัจจุบันได้หรือไม่ เนื่องจากอย่างที่เราเห็นว่า ในปัจจุบัน ไม่ว่าที่ไหนก็มีกาแฟสเปเชียลตี้ด้วยกันทั้งนั้น

ก่อนอื่นเรามาคุยกันก่อน ว่าประเทศสวีเดนนั้น นับว่าเป็นประเทศซึ่งเป็นตลาดกาแฟพิเศษ หรือกาแฟสเปเชียลตี้ที่ค่อนข้างมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับหลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวียอื่น แต่ข้อดีของชาวสวีเดนก็คือ ผู้คนในประเทศนี้เปิดใจ และค่อนข้างมีความกระตือรือร้น ที่จะทำความเข้าใจสิ่งใหม่ ๆ อย่างเรื่องของกาแฟสเปเชียลตี้ ที่มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลาย ดังนั้นเราจึงอาจที่จะกล่าวได้ว่า ตลาดกาแฟสเปเชียลตี้นี้ กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศ

ทุกวันนี้ ในประเทศสวีเดนก็เหมือน ๆ กับอีกหลายประเทศ ที่มีทั้งร้านกาแฟ และโรงคั่วกาแฟอยู่ด้วยกันมากมาย แต่ละที่ก็มีความหลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นของตนเองอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งในเรื่องของคุณภาพ กาแฟสวีเดนก็นับว่าไม่แพ้ใครเลย

หากจะกล่าวว่า Fika เข้ามามีส่วนในวัฒนธรรมกาแฟของสวีเดนอย่างไร การที่ผู้คนมีการพบปะ และพูดคุยกันมากขึ้น สิ่งนี้เปรียบเสมือนการเผยแพร่วัฒนธรรมกาแฟสเปเชียลตี้ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น และจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นไปอีก ซึ่งการเผยแพร่เรื่องราวของกาแฟ การดื่มกาแฟอย่างรู้ที่มา และการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ดื่มกาแฟให้มากขึ้น นับว่าเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมกาแฟคลื่นลูกที่สามเลย

วัฒนธรรมที่เรียกว่า Fika นับว่าเข้ามาส่งเสริมการดื่มกาแฟของชาวสวีเดน หากมีสิ่งนี้ ในระหว่างการชงกาแฟดื่ม ไม่ว่าจะเป็นการชงกาแฟดื่มที่บ้าน นอกจากจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ต่อคนในครอบครัวแล้ว ยังทำให้สามารถปรับปรุงวิธีการชงกาแฟได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่ใช่เเค่เพียงวิธีการชงกาแฟเท่านั้น แม้แต่วิธีการในการดื่มกาแฟ อย่างที่บอกไปว่าFika ก็จะเน้นไปที่การให้ดื่มด่ำกับกาแฟ ดังนั้นการฝึกฝน Fika ก็เปรียบเสมือนการฝึกฝนประสาทสัมผัส ได้กลิ่นอะไร หรือได้รับรู้ถึงรสชาติอะไรของกาแฟ การพยายามอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ออกมา เปรียบเสมือนวิธีการ ในการฝึกฝน Fika ไปในตัวด้วย

 สิ่งเหล่านี้เปรียบเสมือนการพักผ่อนจริง ๆ และหากจะเรียกได้ว่าเป็น Fika จริง ความรู้สึกแบบนี้เป็นความรู้สึกที่ถูกต้องที่จะเกิดขึ้น จากทั้งหมดนี้เราจะกล่าวได้ว่า วัฒนธรรมกาแฟสเปเชียลตี้ สามารถที่จะไปด้วยกันได้กับ Fika เนื่องจาก Fika ได้เข้ามาส่งเสริมวัฒนธรรมกาแฟสเปเชียลตี้นั่นเอง

Fika กับการสืบทอดต่อใน

Fika เป็นวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นมานานภายในประเทศสวีเดน และมันจะคงอยู่ต่อไป เเละจะอยู่ตลอดไป สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใดก็ตาม การเรียนรู้วัฒนธรรมนี้ จะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และจากที่กล่าว มันสามารถที่จะหยิบไปใช้งานได้จริง

หลายคนมักจะไม่ชอบการหยุดพัก เพราะรู้สึกว่าการทำงานมากเข้าไว้ อาจจะช่วยเติมเต็มชีวิตในบางด้านของพวก แต่การหยุดพัก หรืออาจจะเป็นการนำหลักการของ Fika เข้ามาใช้นั้น คุณจะได้พบอะไรบางอย่างที่มีความสำคัญไม่แพ้ แต่เนื่องด้วยวัฒนธรรมการทำงานของหลายประเทศ ทำให้ไม่สามารถที่จะทำแบบนั้นได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเราจึงต้องมองในภาพใหญ่ บริษัทต่าง ๆ น่าจะให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กน้อยนี้ มันจะทำให้การ มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

หรือในภาคของกาแฟพิเศษ หรือกาแฟสเปเชียลตี้ การนำ Fika เข้ามาใช้งาน เป็นการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ และเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี สร้างคอมมูนิตี้ที่ดีในหมู่ผู้ดื่มกาแฟ

สรุป คำว่า Fika เป็นคำที่ดูเหมือนจะมีความตรงไปตรงมา แต่ก็ค่อนข้างมีความซับซ้อนในตัวเองด้วย สิ่งที่เราควรทำหากเราอยากจะเริ่มเรียนรู้วิถีแห่ง Fika คือการนั่งลง และมีความสุขไปกับบทสนทนา ผ่อนคลาย สนุกกับช่วงเวลานั้น และเพลิดเพลินไปกับเครื่องดื่ม แน่นอนว่าต้องเป็นกาแฟอยู่แล้ว

Swedish Coffee

Fika เป็นแนวคิดที่มีรากฐานมาจาก การที่มนุษย์ต้องการมีความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น ถึงแม้ว่าตารางชีวิต หรือตารางงานของคุณนั้นจะมีมากมายเพียงใด การพักผ่อนอย่างแท้จริง ก็ถือว่ามีความสำคัญ และห้ามละเลยเป็นอันขาดเลย มนุษย์เป็นสัตว์สังคม จำเป็นที่จะต้องมีความสัมพันธ์ รู้จักเข้าสังคม มีความสนุกสนาน และควรมีความสุขกับช่วงเวลาที่ดี ดื่มด่ำกับบรรยากาศ และแน่นอนว่า หากมีเครื่องดื่มที่ดีร่วมด้วย จะช่วยเสริมบรรยากาศนั้นให้ดีมากขึ้นไปอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว