ทำความรู้จัก Yerba Maté เครื่องดื่มที่มี คาเฟอีน

Share on facebook
Share on twitter

ผู้คนทั่วโลกมากมาย เลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มอย่างกาแฟ เพราะปริมาณ คาเฟอีน ที่อยู่ในกาแฟนั้นมีค่อนข้างสูง ซึ่ง คาเฟอีน นี้เอง นับว่าเป็นสารกระตุ้นตามธรรมชาติ ที่สามารถปรับปรุงการทำงาน และการรับรู้ของสมองได้มากเลยทีเดียว แต่นอกจากกาแฟแล้ว คาเฟอีน ยังสามารถที่จะพบได้ในเครื่องดื่มอีกหลากหลายชนิดด้วยกัน อย่างเช่นชา หรือโกโก้ และมีเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่ง ที่เราจะพาคุณมารู้จักกันในวันนี้ เครื่องดื่มชนิดนี้มีชื่อว่า Yerba Maté

Yerba Maté เป็นเครื่องดื่มที่นิยมบริโภคกันมานานกว่าหลายศตวรรษแล้วในบางประเทศแถบอเมริกาใต้ ชื่อ Yerba Maté คือชื่อของพืชชนิดหนึ่ง ที่อยู่ในสกุลฮอลลี่ เมื่อพืชชนิดนี้แห้งแล้ว สามารถที่จะนำส่วนของลำต้นและใบ มาเช่น้ำร้อน และทำเป็นเครื่องดื่มมีความคล้ายกับชา เราอาจเรียกว่า ชามาเต ซึ่งมีรสชาติขมเล็กน้อย

และในทุกวันนี้ เครื่องดื่มชนิดนี้ถูกทำออกมาในรูปแบบของเครื่องดื่มกระป๋องพร้อมดื่ม และถูกวางขายไปยังทั่วโลก ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องดื่มที่กำลังได้รับความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป ข้อมูลจาก BevNet มีการระบุว่า ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่ม Yerba Maté มีมูลค่าสูงถึง 93.2 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2016 และมีแนวโน้มว่า ตัวเลขนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยิ่งเวลาผ่านไป ตัวเลขนี้ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นจริง

Yerba Maté

ด้วยเหตุนี้เอง เราจะพาคุณไปทำความรู้จักเครื่องดื่ม Yerba Maté ซึ่งเป็นเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่มี คาเฟอีน เหมือนกับกาแฟ วิธีการในการเตรียม และการบริโภคแบบดั้งเดิมเป็นอย่างไร ประวัติความเป็นมาของเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นอย่างไร ทำไมผู้คนจึงเอาพืชชนิดนี้มาทำเป็นเครื่องดื่มกัน รวมถึงตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่กำลังเติบโต เหตุใดเครื่องดื่มชนิดนี้จึงเติบโตได้ ในตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มที่มีอยู่ด้วยกันมากมาย

ประวัติโดยย่อของ Yerba Maté

เชื่อกันว่า พืช Yerba Maté หรือที่รู้จักกันในชื่อทางวิทยาศาสตร์ Ilex Paraguariensis ถูกพบครั้งแรกโดยชนพื้นเมือง Guaraní ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่ปัจจุบันคือประเทศปารากวัย ชนเผ่านี้ นำพืช Yerba Maté มาบริโภคกันอยู่แล้วมานานกว่าหลายศตวรรษ โดยนำมาดื่มกินกันในพิธีกรรมทางศาสนาและจิตวิญญาณ นอกจากนี้ ยังใช้พืชชนิดนี้ ดื่มกินเพื่อรักษาโรคภัยต่าง ๆ ด้วย

โดยวิธีการที่ชนเผ่านี้นำพืชชนิดนี้มาใช้นั้น พวกเขาจะทำการเคี้ยวใบและลำต้นของพืชก่อน จากนั้นจึงค่อยนำมันมาทำการแช่ในน้ำ และทำเป็นเครื่องดื่มที่มีความคล้ายกับชา จะทำการต้มในหม้อดิน หรือน้ำเต้าที่มีลักษณะกลวง และจะใช้ไม้ที่มีลักษณะกลวงทำเป็นหลอด

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าอาณานิคมชาวยุโรป เดินทางมายังปารากวัยในช่วงกลางทศวรรษที่ 1600 ชาวยุโรปเหล่านี้จับชนพื้นเมืองมาเป็นทาส การบริโภคพืช Yerba Maté ถูกสั่งห้ามในทันที เพราะประเทศมหาอำนาจ ที่เข้ามายึดอาณานิคมของที่นี่มองว่า พืชชนิดนี้เป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง

แต่แล้วไม่กี่ปีต่อมา ชาวอาณานิคมยุโรป ก็ได้ทำการยกเลิกคำสั่งห้ามบริโภค และบังคับให้ชนพื้นเมืองที่เป็นทาส ทำการปลูกพืชชนิดนี้เพิ่ม และนำมาทำการค้าเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง มีเส้นทางการค้าของพืชชนิดนี้โดยเฉพาะ ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1645 เพื่อที่จะส่งออกใบ และต้นแห้งไปยังประเทศต่าง ๆ ในแถบยุโรป

ด้วยการบริโภค Yerba Maté ที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พืชชนิดนี้ก็ได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของชาวอาณานิคม แต่การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจนี้ ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งผู้ที่จ่ายไม่ใช่ชาวอาณานิคมแต่อย่างใด แต่เป็นบรรดาชนพื้นเมือง ที่ถูกขูดรีดและใช้แรงงาน เพื่อทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนำพืชผลเหล่านี้ส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างอาร์เจนตินาและบราซิล

ในช่วงปลายทศวรรษ 1700 ชาวอาณานิคมยุโรป ถูกขับไล่ออกจากดินแดนปารากวัย นั่นหมายความว่า ไร่ของพืช Yerba Maté ถูกทิ้งร้างจำนวนมาก และเมื่อไหร่ถูกทิ้งร้างไม่มีคนดูแล ผลผลิตก็เริ่มลดลงตามไปด้วย

หลังจากสงครามทำลายล้างปารากวัยในช่วงระหว่างปี 1864-1870 อาร์เจนตินาและบราซิล ได้ทำการผนวกดินแดนบางส่วนของตนเองเข้าด้วยกัน ซึ่งนั่นรวมถึงภูมิภาคหลัก ที่ได้ทำการปลูก Yerba Maté ไว้เป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้ ทำให้การผลิตพืช Yerba Maté ของปารากวัยได้สิ้นสุดลง ดินแดนที่ว่านี้กลายเป็นของอาร์เจนตินาและบราซิล สองประเทศนี้ได้เริ่มเติบโตในด้านเศรษฐกิจ กับการค้าขายและส่งออก Yerba Maté มากขึ้น

Yerba Maté กลับความสำคัญทางวัฒนธรรม

ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่า Yerba Maté เป็นพืชที่มีประวัติศาสตร์อย่างรากลึกไปในหลายวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป กับหลายประเทศที่อยู่ในแถบอเมริกาใต้

จากข้อมูลของ statista มีการระบุว่า อาร์เจนตินาสามารถที่จะผลิต Yerba Maté ได้มากกว่า837,200 ตันในปี 2019 และสถาบัน Yerba Maté แห่งชาติของอาร์เจนตินา ก็ได้มีการระบุว่า มีการบริโภคเครื่องดื่ม Yerba Maté มากถึง 100 ลิตรต่อคนต่อปีเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน ประเทศบราซิล ได้บอกว่าประเทศของตน คือประเทศผู้ผลิต Yerba Maté รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งข้อมูลนี้อ้างอิงจากสถิติขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ

ในแง่ของวัฒนธรรม การดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté นับว่ามีความสำคัญทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในบางประเทศแถบอเมริกาใต้ คนหลายคนโตมากับเครื่องดื่มชนิดนี้ และยังคงดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้มาจนถึงทุกวันนี้ เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร เป็นประเพณี และเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นไปแล้ว

เป็นเวลากว่าหลายศตวรรษ ที่ได้มีการเตรียมเครื่องดื่มชนิดนี้ และมีการบริโภคร่วมกัน หลังจากที่มีการล่าอาณานิคม ของชาวปารากวัยพื้นเมืองที่มีชื่อว่า Gauchos (แปลว่าคาวบอย ในภาษาอเมริกาใต้) ชนพื้นเมืองนี้ ได้มีประเพณีการเตรียมเครื่องดื่ม Yerba Maté และแบ่งปันกันดื่มในหมู่เพื่อนฝูงและครอบครัว

ในปัจจุบัน เรายังสามารถที่จะพบเห็นเครื่องดื่มชนิดนี้ ผู้คนยังคงนิยมบริโภคกันทั่วไป ด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมทัวร์อเมริกาใต้ แม้แต่ในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือตามบ้านเรือนในอาร์เจนตินา บราซิล และอุรุกวัย คุณก็ยังสามารถเห็นผลิตภัณฑ์ Yerba Maté ได้ในแทบจะทุกที่ และผู้คนก็ดื่มมันในแทบจะทุกที่เหมือนกัน

Dried Yerba Maté

แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ ก็ยังไม่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ยังคงได้รับความนิยมในบางพื้นที่เท่านั้น ในที่นี้คือประเทศแถบอเมริกาใต้ แต่ดูเหมือนว่าในปัจจุบัน ความต้องการเครื่องดื่มชนิดนี้จะเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้ทั่วไปในแถบเลบานอน ซีเรีย และประเทศอื่นของตะวันออกกลาง (ส่วนใหญ่จะบริโภคโดยชาว Druze และ Alawite) ซึ่งผู้คนที่นิยมบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้ คาดว่าในครั้งประวัติศาสตร์ เคยมีการอพยพครั้งใหญ่จากอเมริกาใต้มาสู่แถบตะวันออกกลาง

Yerba Maté ก็เหมือนเครื่องดื่มอย่างกาแฟ และเครื่องดื่มอื่นที่นิยมบริโภคในหลายพื้นที่ทั่วโลก ผู้คนมักจะบริโภคเครื่องดื่มนี้ พร้อมกับการพบปะพูดคุยกับเพื่อนฝูง หรือครอบครัว โดยจะนิยมบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้อย่างช้า ๆ และค่อย ๆ ทำการดื่มด่ำบรรยากาศ กับซึมซับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมนี้ แนวคิดการดื่มเครื่องดื่ Yerba Maté มีความคล้ายกับปรัชญาที่เรียกว่า slow foodซึ่งแนวคิดนี้กล่าวถึงการใช้เวลา ในการเพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่มที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเรามักจะคุ้นชินกับเครื่องดื่มอย่างกาแฟ แต่กับเครื่องดื่มชนิดอื่น เราก็สามารถนำปรัชญานี้มาใช้ได้เช่นเดียวกัน

การเตรียมเครื่องดื่ม Yerba Maté

หากเป็นวิธีเตรียมเครื่องดื่มแบบชนพื้นเมือง จะทำการใส่ใบ Yerba Maté แห้งลงไปในภาชนะที่เรียกว่า gourd จากนั้นจะทำการเติมน้ำร้อน แต่ต้องระวังสักนิด จำเป็นที่จะต้องใช้น้ำร้อนต่ำกว่าอุณหภูมิน้ำเดือด หรือต่ำกว่า 100 องศาเซลเซียส เนื่องจากภาชนะค่อนข้างเปราะบาง อาจทำให้ภาชนะเกิดความเสียหายได้ จากนั้นจะปล่อยให้ใบไม้แห้งมีการตั้งขึ้น ใช้เวลาประมาณ2-3 นาที

เมื่อทำการต้มเครื่องดื่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Yerba Maté มักจะบริโภคโดยการใช้หลอดโลหะ ที่เรียกว่า bombilla ซึ่งเป็นหลอดโลหะที่จะมีตัวกรองอยู่ข้างใน เมื่อเครื่องดื่มใกล้จะหมดแล้ว สามารถที่จะเติมน้ำลงไปเพิ่มได้เรื่อย ๆ เท่าที่ต้องการ หรือจนกว่าใบ Yerba Maté จะสูญเสียรสชาติไปจนหมด หรือจนกว่าบทสนทนาจะจบลง

ถึงแม้ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้น จะมีการใช้ภาชนะที่มีการใช้กันอยู่ทุกวัน และใช้ง่ายกว่าอย่างแก้ว หรือกาต้มน้ำ และใช้หลอดธรรมดาในการดื่มเครื่องดื่ม แต่หลายคนก็ยังคงนิยมที่จะใช้ภาชนะแบบดั้งเดิม ซึ่งภาชนะเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำขึ้นมาจากวัสดุธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นภาชนะที่ใช้สำหรับการชงเครื่องดื่ม จะมีลักษณะคล้ายน้ำเต้า ที่ทำการคว้านตรงกลางออกให้เป็นโพรง จากนั้นจะนำไปตากให้แห้ง และทำเป็นภาชนะสำหรับต้มเครื่องดื่ม

หลายคนยังเชื่อว่า การที่ดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté จากภาชนะแบบดั้งเดิม จะช่วยเพิ่มรสชาติให้กับเครื่องดื่ม และเพิ่มประสบการณ์การดื่มได้ดีมากที่สุด ทำให้สามารถสัมผัสถึงบรรยากาศของการดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะอย่างไร หากนำมาเปรียบเทียบการดื่มเครื่องดื่มจากเหยือก หรือจากแก้วแบบสมัยใหม่ การใช้ภาชนะแบบดั้งเดิม ก็มีความสำคัญทางวัฒนธรรมมากกว่า

นอกจากนี้ ยังมีวัฒนธรรมที่สำคัญบางอย่าง สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté นั่นก็คือ หลายคนเลือกที่จะทำภาชนะในการชงเครื่องดื่มเหล่านี้ด้วยตนเอง เนื่องจากสิ่งนี้เป็นเหมือนจิตวิญญาณ และวัฒนธรรม ที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่นของพวกเขา จากทั้งหมดนี้เราจะเห็นได้ว่า การดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté ค่อนข้างมีความสำคัญทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก

มีการดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้กันตั้งแต่เด็ก ๆ โรงเรียนในอาร์เจนตินา มักจะมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มชนิดนี้ให้กับเด็ก โดยจะทำการใส่นม และน้ำตาลลงไปเพิ่ม เพื่อให้เครื่องดื่มมีความอร่อยมากยิ่งขึ้น และทำหน้าที่กลบรสชาติที่ไม่พึงประสงค์ของเครื่องดื่ม ให้เด็ก ๆ ได้รู้จักซึมซับเครื่องดื่มชนิดนี้ไปทีละน้อย

นอกจากนี้สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เรื่องของสภาพอากาศ มีอิทธิพลต่อวิธีการในการเตรียมเครื่องดื่ม Yerba Maté ของผู้คนเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน ยกตัวอย่างเช่น ในประเทศที่มีอากาศอบอุ่นเป็นระยะเวลานาน หลายคนอาจจะชงเครื่องดื่มชนิดนี้โดยใช้น้ำเย็น ซึ่งก็คล้ายกับกาแฟ การใช้น้ำในอุณหภูมิที่เย็นกว่า จะส่งผลต่อระยะเวลาในการชงทั้งหมด และการสกัดรสชาติออกมาอย่างแน่นอน และแน่นอนว่ารสชาติของเครื่องดื่มก็จะเปลี่ยนไป

รสชาติของ Yerba Maté

รสชาติแรก ที่เทพจะทุกคนใช้อธิบายเครื่องดื่มชนิดนี้ คือมันมีรสขม แต่ถึงอย่างนั้น รสชาติก็มีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งก็มีปัจจัยที่แตกต่างกัน อย่างแหล่งที่มา หรือแหล่งปลูกที่ต่างกัน หรือกรรมวิธีการตากที่ต่างกัน ก็ยังให้รสชาติเครื่องดื่มที่แตกต่างกันด้วย ยิ่งดูไปแล้วยิ่งมีความคล้ายกับกาแฟเป็นอย่างมาก

อย่างที่บอกไปแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้มีความคล้ายกับกาแฟและไวน์ ซึ่งรสชาติก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับพื้นที่ปลูก Yerba Maté จากบางที่ อาจมีรสชาติของดินมากกว่า หรือจากบางทีอาจมีรสชาติที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น มีรสชาติเผ็ดร้อน มีกลิ่นเครื่องเทศ หรืออาจมีรสหวานมากกว่า

ยกตัวอย่างเช่น Yerba Maté จากประเทศอาร์เจนตินา ที่ถูกปลูกในดินที่มีเลทถาดอุดมสมบูรณ์ ในเขตป่าฝนของประเทศ และจะทำให้ใบแห้ง โดยการใช้ไฟ ซึ่งอาจทำให้ได้กลิ่นของควันปนมาด้วย

แม้แต่ลักษณะการชิม ก็ยังมีความคล้ายกับเครื่องดื่มที่เราคุ้นชินกันอย่างกาแฟ เมื่อเราเริ่มที่จะคุ้นเคยรสชาติของเครื่องดื่มชนิดนี้แล้ว และเราดื่มในอัตราที่บ่อยมากพอ เราอาจจะสามารถพออนุมานได้ ว่าเครื่องดื่ม Yerba Maté ที่เราดื่ม เป็นพืช Yerba Maté ที่มาจากแหล่งปลูกประเทศไหน Yerba Maté จากประเทศอาร์เจนตินา อาจจะมีความหวานที่มากกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยม สำหรับผู้ที่ต้องการจะดื่ม และเข้าสู่โลกของ Yerba Maté ในครั้งแรก

ประโยชน์ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ

ผู้คนมากมายทั่วโลก ที่หันมาดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté ส่วนหนึ่งก็เนื่องจากประโยชน์ด้านสุขภาพ ได้มีการวิจัยทางคลินิกพบว่า การบริโภค Yerba Maté เกี่ยวข้องและให้ผลเชิงบวกในหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น สามารถที่จะลดน้ำหนัก และทำให้ร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันบางอย่างได้ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมายหลายชนิด เช่น saponin and polyphenol ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ และยังสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ด้วย

Yerba Maté Drinks

แต่อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ด้านสุขภาพที่กล่าวไว้ข้างต้นนี้ ก็จะแตกต่างกันออกไป ตามปริมาณการบริโภค และวิธีที่เรานำมาใช้ รวมถึงการนำใบมาตากแห้ง หรือการนำมาแปรรูปด้วยวิธีอื่น ก็ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไปด้วย

หากเรามาคุยกันในเรื่องของสายพันธุ์ Yerba Maté ก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายสายพันธุ์ด้วยกัน บางชนิดมีรสชาติที่ค่อนข้างอ่อนกว่า ในขณะที่บางชนิดก็มีรสชาติเข้มข้นเลยทีเดียว และด้วยเรื่องของวิธีการดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ ที่โดยปกติมักจะใช้เวลาในการดื่มที่ค่อนข้างนาน ดังนั้นจึงไม่ส่งผลทำให้ร่างกาย ได้รับระดับคาเฟอีนที่เกินขนาดไป (ในกรณีที่ไม่เติมน้ำลงไปเพิ่ม) เรียกได้ว่าสามารถดื่มเครื่องดื่ม Yerba Maté ได้ตลอดทั้งวัน แถมยังสามารถช่วยให้มีแรง และตื่นตัวได้ตลอดทั้งวันด้วย

โดยทั่วไปจะทำการเสิร์ฟ Yerba Maté อยู่ที่ประมาณ 150 มิลลิลิตร จะมีระดับคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 80 มิลลิกรัม แต่ละสายพันธุ์ก็จะมีความแตกต่างในเรื่องของระดับคาเฟอีนที่แตกต่างกันออกไป แต่อย่างน้อยค่าเฉลี่ยก็จะอยู่ที่ประมาณนี้ และอย่างที่บอกไป ทุกครั้งที่ทำการดื่มเครื่องดื่ม จะทำการเติมน้ำอยู่เรื่อย ๆ นั่นหมายความว่า ระดับคาเฟอีน อาจจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยก็ได้

นอกจากนี้ หากเป็นลำต้นและใบของ Yerba Maté ที่ถูกทำให้แห้งโดยการเผา หากการเผาเกิดในอัตราที่มากจนเกินไป อาจจะก่อให้เกิด polycyclic aromatic hydrocarbon สิ่งนี้เป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ก็ยังคงจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถสรุปผลทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างแท้จริง และสรุปความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพ และประโยชน์ด้านสุขภาพของ Yerba Maté ด้วย

การเพิ่มขึ้นของ Yerba Maté แบบพร้อมดื่ม

วิธีการในการบริโภค Yerba Maté แบบดั้งเดิมนั้น อาจจะเป็นวิธีการที่ไม่ได้ดึงดูดใจคนส่วนใหญ่ เพื่อให้เขามาสนใจเครื่องดื่มชนิดนี้กันมากเท่าไรนัก แต่ด้วยในยุคปัจจุบัน ที่มีความหลากหลายในการนำเสนอเครื่องดื่ม Yerba Maté สิ่งนี้ช่วยให้เครื่องดื่มชนิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในรูปแบบการนำเสนอ และกรรมวิธีในการชงเครื่องดื่มที่มีมากมายหลากหลาย

ในสหรัฐอเมริกา บางคนนิยมชงเครื่องดื่ม Yerba Maté ด้วยเครื่องชงกาแฟแบบ french pressเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งทำออกมาในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม Yerba Maté ก็เริ่มกลายเป็นที่นิยมมากขึ้น โดยทำออกมา ในรูปแบบของการใส่ไซรัปแต่งกลิ่นเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป

ตลาดเครื่องดื่ม Yerba Maté พร้อมดื่มนั้น นับว่าเป็นตลาดที่ค่อย ๆ จะเติบโต และมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น ทั้งในสหรัฐอเมริกาและในยุโรป มีหลายแบรนด์กระโดดเข้ามาทำเครื่องดื่มชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็น Guayaki หรือแบรนด์ชื่อดังอย่าง Coca-Cola ซึ่งเข้ามาทำธุรกิจนี้ ภายใต้ชื่อแบรนด์ Honest Tea ในปี 2021 ได้ทำการเปิดตัวเครื่องดื่ม Yerba Maté พร้อมดื่มของตนเอง ซึ่งมีรสชาติมากมายหลากหลายให้ได้เลือก

นอกจากรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่มแล้ว Yerba Maté ยังถูกทำออกมาในรูปแบบอื่นอีกมากมาย โดยทำให้มีรสชาติที่ดื่มง่ายมากขึ้น และสามารถที่จะให้ผู้บริโภคมีความสะดวกสบายในการเตรียมเครื่องดื่มมากขึ้นด้วย

ศักยภาพของตลาด Yerba Maté นับว่ามีอย่างเต็มที่เลยก็ว่าได้ โดยปกติแล้ว Yerba Maté เป็นเครื่องดื่มที่มีราคาค่อนข้างถูกกว่ากาแฟ ซึ่งสิ่งนี้อาจจะกลายเป็นจุดแข็ง และทำให้เครื่องดื่มกลายเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นได้ไม่ยาก แต่ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือ เครื่องดื่มเหล่านี้ ส่วนมากจะถูกผลิตขึ้นในประเทศที่ไม่ได้มีทรัพยากรการผลิตมากขนาดนั้น ดังนั้น จึงไม่น่าเป็นไปได้ ที่สเกลของการผลิตจะมีขนาดใหญ่มาก จึงจำเป็นที่จะต้องค่อยเป็นค่อยไป

ด้วยประวัติอันยาวนานของ Yerba Maté นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่า เครื่องดื่มชนิดนี้มีความสำคัญทางวัฒนธรรม สำหรับผู้คนจำนวนมากในอเมริกาใต้ มันเริ่มจากสิ่งที่มีความสวยงาม แต่เดิมเริ่มต้นใช้ในพิธีกรรม และก็เริ่มมีการดื่มกันในครอบครัว หรือกับเพื่อนฝูง

จนกระทั่งในปัจจุบัน เครื่องดื่มชนิดนี้ได้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อให้ผู้คนได้บริโภคเครื่องดื่มที่มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น มีผลิตภัณฑ์ Yerba Maté ออกมาให้ผู้บริโภคได้เลือกอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายรูปแบบ ผู้ผลิตพยายามที่จะนำเสนอ เพื่อให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากที่สุด ในแง่หนึ่งก็เพื่อการค้า ส่วนอีกแง่ก็เพื่อให้ผู้คนได้รู้จักความพิเศษของเครื่องดื่มชนิดนี้มากยิ่งขึ้น

ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Yerba Maté เป็นเครื่องดื่มที่น่าหามาลิ้มลองให้ได้สักครั้ง เนื่องจากความน่าสนใจที่กล่าวมานี้เอง หากใครมีโอกาส ก็ลองสัมผัสกับเครื่องดื่มนี้ดู ไม่แน่อาจจะกลายเป็นเครื่องดื่มสุดโปรดของคุณก็ได้