การเลือกเมล็ด สำหรับกาแฟ โคลด์บรูว์

Share on facebook
Share on twitter

ร้านกาแฟทั่วโลก มักจะมีเมนูกาแฟ โคลด์บรูว์ หรือที่คนไทยเราเรียกกันว่า กาแฟสกัดเย็น รู้หรือไม่ว่าตลาดกาแฟประเภทนี้ นับว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว จากข้อมูลของบริษัทวิเคราะห์ตลาด Grand View Research มีตัวเลขที่น่าตกใจ ว่าด้วยเรื่องของตลาดกาแฟสกัดเย็น ซึ่งมีการกล่าวไว้ว่า ตลาดกาแฟสกัดเย็นทั่วโลก จะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.63 พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2025 ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขที่สูงอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

Cold brew coffee

เหตุผลหนึ่งที่ตลาดกาแฟ โคลด์บรูว์ นี้ ได้รับความนิยมมาก และได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งกาแฟที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน เนื่องจากความง่ายทั้งในการบริโภค และในการทำเอง สามารถที่จะทำดื่มเองได้แบบง่ายดายที่บ้าน หรือในร้านกาแฟเองก็สามารถทำเสิร์ฟได้อย่างง่ายดาย และถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟที่ค่อนข้างมีความเรียบง่าย ด้วยรสชาติที่หอมหวาน ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมสำหรับใช้ในการทำกาแฟสกัดเย็นนี้ ก็ยังคงต้องเป็นสิ่งที่มีความพิถีพิถัน และมีความสำคัญมากเลยทีเดียว

สิ่งที่สำคัญในการสกัดกาแฟ ไม่ใช่แค่กับกาแฟ โคลด์บรูว์ นี้ก็คือ เราจำเป็นที่จะต้องเลือกลักษณะรสชาติของเมล็ดกาแฟ และวิธีการในการสกัดกาแฟให้เหมาะสมกัน การเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับใช้ในการทำกาแฟสกัดเย็นนี้ เราจำเป็นที่จะต้องดูปัจจัยหลากหลายผสมกัน ไม่ว่าจะเป็นกาแฟจากแหล่งไหน ที่เรานำมาใช้ ผ่านวิธีการการโปรเซสแบบใด หรือเราใช้โปรไฟล์การคั่วกาแฟแบบไหน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องอาศัยการเลือกอย่างดี

และวันนี้เราจะพาคุณมาเลือกกัน ว่าหากเราอยากจะทำกาแฟสกัดเย็นของเราเอง เราจะมีวิธีการในการเลือกเมล็ดกาแฟอย่างไร เพื่อเอาไว้เป็นไอเดีย หากคุณอยากได้รสชาติของกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ หรือมีความแตกต่างออกไป แต่ก่อนอื่น เรามาขอทบทวนพื้นฐานของกาแฟสกัดเย็นกันก่อน

วิธีการทำกาแฟสกัดเย็น

วิธีการทำกาแฟสกัดเย็นนั้น จะค่อนข้างมีความแตกต่างกับวิธีการสกัด หรือวิธีการชงกาแฟแบบอื่น ที่มีความสำคัญและมีความแตกต่างอย่างชัดเจน คือเรื่องของอุณหภูมิน้ำที่ใช้ ในกาแฟสกัดเย็น น้ำที่ใช้อาจเป็นน้ำที่อยู่ในอุณหภูมิห้อง หรืออาจเป็นน้ำเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่านั้นก็ได้ วิธีการอื่นก็ค่อนข้างมีความคล้ายกัน โดยการนำกาแฟบดมาผสมกับน้ำ เมื่อเราสกัดออกมาได้ในระยะเวลาที่ต้องการแล้ว ก็ทำการกรองกากกาแฟเหล่านั้นออก

เวลาที่ใช้ในการสกัด ก็จะเป็นเวลาที่นานยิ่งขึ้นเป็นธรรมดา ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิน้ำที่เราใช้นั้นต่ำลง อย่างที่บอกว่าเราใช้น้ำที่อยู่ในอุณหภูมิห้อง หรืออาจจะใช้น้ำเย็นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่านั้น เวลาที่ใช้ในการสกัด ก็จะนานกว่าการใช้น้ำร้อนสกัดหลายเท่าตัวมาก เนื่องจากโมเลกุลของน้ำ มีพลังงานจลน์น้อยกว่าที่อุณหภูมิต่ำกว่า เพื่อทำให้การสกัดออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่ากัน กาแฟสกัดเย็น เปรยจำเป็นที่จะต้องแช่กาแฟไว้กับน้ำ อาจจะใช้เวลาอยู่ที่ประมาณ 6-24 ชั่วโมงได้เลย

เนื่องจากใช้ระยะเวลาในการชงกาแฟที่นานขึ้น การชงกาแฟสกัดเย็นนั้น จึงมีปริมาณของสารประกอบ ที่จะออกมาในขณะที่เกิดการสกัดมากกว่ากาแฟแบบฟิลเตอร์ รวมถึงเอสเพรสโซด้วย และแน่นอนว่าสิ่งที่ออกมามากกว่า คือสารประกอบคาเฟอีน ดังนั้นกาแฟสกัดเย็นจึงเป็นกาแฟที่มีความเข้มข้นของคาเฟอีนมากกว่ากาแฟรูปแบบอื่น เหตุนี้เองผู้บริโภคจำนวนมาก จึงทำการเจือจางเครื่องดื่มชนิดนี้ โดยอาจจะใส่น้ำลงไปเพิ่ม หรืออาจจะใส่นมลงไปเพิ่มด้วยก็ได้

สิ่งที่สำคัญที่เราต้องรู้เลยก็คือ กาแฟสกัดเย็น กับกาแฟเย็น เป็นกาแฟที่ไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง เครื่องดื่มทั้งสองชนิดนี้ ถูกเตรียมหรือถูกชงออกมาด้วยวิธีการที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โดยปกติแล้ว หากเป็นกาแฟเย็น จะทำการชงกาแฟร้อน โดยการใช้น้ำร้อน แล้วทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง อาจจะทำการน็อคน้ำเเข็ง หรืออาจจะทำการเทลงไปบนน้ำแข็งเลย และแน่นอนว่ากาแฟสกัดเย็น เราชงกาแฟในอุณหภูมิน้ำที่เย็นอยู่แล้ว ทั้งรสชาติ กลิ่น และสารประกอบในกาแฟมีความแตกต่างกันอยู่มาก

รสชาติสุดคลาสสิกของกาแฟสกัดเย็น

ด้วยการที่ใช้เวลาในการสกัดที่นานขึ้นสำหรับกาแฟสกัดเย็น จึงมักทำให้เครื่องดื่มมีความหวาน และมีความกลมกล่อมมากกว่าวิธีการสกัดแบบอื่น ส่วนใหญ่แล้ว เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า การใช้เวลาในการสกัดที่นานยิ่งขึ้น จะไปลดความเป็นกรดและความขมในกาแฟลง ด้วยเหตุนี้ความหวานตามธรรมชาติของกาแฟจึงออกมาได้มากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงอาจหมายความว่า กาแฟที่มีความเหมาะสม และน่าจะดีที่สุดสำหรับการทำกาแฟสกัดเย็น คือกาแฟระดับคั่วกลาง เหตุผลก็เป็นเพราะว่าในระหว่างกระบวนการคั่ว มีการใช้เวลาในการพัฒนารสชาติที่ยาวนานกว่า ทำให้ความหวานโดยธรรมชาติปรากฏออกมาได้มากกว่า หากเรานำมาเทียบกับกาแฟแบบคั่วอ่อน

รสชาติและกลิ่นที่ได้ จากกาแฟสกัดเย็น ซึ่งมีความโดดเด่นมากกว่าก็จะเป็นรสของช็อกโกแลตและถั่ว กลับกันรสชาติที่บ่งบอกถึงความเป็นกรด อย่างรสของผลไม้และดอกไม้ กลับออกมาน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

และรสชาติที่กล่าวมานี้ นับว่าเป็นรสชาติสุดคลาสสิก ที่เราสามารถหาดื่มได้ในกาแฟสกัดเย็นแบบดั้งเดิม หรือแบบที่เป็นที่นิยมมาก แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เราได้มีการทดลองในภาคส่วนของกาแฟแทบจะทุกภาคส่วน กับกาแฟสกัดเย็นนี้ก็เช่นเดียวกัน อย่างที่บอกว่า ผู้คนนิยมนำกาแฟคั่วกลางมาสกัดเย็นมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแบรนด์กาแฟแบบพิเศษหลายแบรนด์ เริ่มทำการทดลอง กับกาแฟที่ค่อนข้างมีความสว่างกว่า และเป็นกาแฟที่มีความเป็นกรดมากกว่า นำมาใช้วิธีการสกัดเย็นมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะดึงความหวานในกาแฟเหล่านี้ออกมาให้มากยิ่งขึ้น

ผลที่ได้ออกมาดีอย่างไม่น่าเชื่อ โดยแต่เดิมเป็นกาแฟที่มีความเป็นกรดสูงอยู่แล้ว ซึ่งส่วนมากกาแฟเหล่านี้จะเป็นกาแฟที่มีรสค่อนข้างออกไปทางเปรี้ยว การที่ดึงสารประกอบที่ให้รสหวานบางอย่างในกาแฟออกมา สามารถที่จะทำให้รสเปรี้ยวกับรสหวานมาปนกันได้อย่างลงตัว บางครั้งกาแฟของเราอาจมีกลิ่นดอกไม้ การได้กลิ่นมะกรูด หรือกลิ่นช็อกโกแลตเข้ามาช่วย ทำให้กาแฟที่เเต่เดิมเเล้วมีความเป็นกรดสูง มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ และหลายคนน่าจะชอบรสชาติแบบนี้ได้ไม่ยาก

Cold brew coffee bottle design

การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะสม

ในบ้านเราที่อากาศร้อนอยู่ตลอดเวลา ทำให้กาแฟเย็น กลายเป็นที่นิยมในบ้านเราเป็นอย่างมาก กาแฟสกัดเย็นก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครบางคนเหมือนกัน และไม่ใช่แค่ในบ้านเราเท่านั้น ในต่างประเทศช่วงเดือนที่อากาศอบอุ่น ผู้บริโภคก็นิยมที่จะดื่มเครื่องดื่มเย็นด้วยเช่นเดียวกัน ผู้บริโภคหลายคนในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน มักจะชื่นชอบดื่มกาแฟสกัดเย็น และกาแฟเย็น

นอกจากจะในเรื่องของสภาพอากาศแล้ว เรื่องของกลุ่มพายุก็มีการเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เป็น กาแฟสกัดเย็น เป็นเมนูที่ได้รับความนิยมมากขึ้น สำหรับกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยลงไป ไม่ใช่แค่กาแฟสกัดเย็น ที่วางขายในรูปแบบของกาแฟในร้านกาแฟเท่านั้น แม้แต่กาแฟสกัดเย็นที่วางขายเป็นกระป๋อง ก็ได้รับความนิยมมากเช่นเดียวกัน สิ่งนี้ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้บริโภคมากกว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ ก็นิยมซื้อกาแฟสกัดเย็นแบบกระป๋องไว้ติดบ้านมากขึ้น อาจจะด้วยรสชาติที่ดื่มง่าย มีความหวานมากกว่ากาแฟในรูปแบบปกติ แต่ก็ไม่ได้ไม่ดีเท่ากับกาแฟสำเร็จรูป อีกทั้งยังอาจนำมาจับคู่กับอย่างอื่น อย่างการใส่นมลงไปเพิ่มได้อย่างง่ายดายด้วย

อย่างที่บอกไปแต่แรกแล้วว่า ถึงแม้ว่าจะเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยม ดื่มง่าย ดูเหมือนจะมีวิธีการเตรียมที่ค่อนข้างง่ายก็ตาม ตั้งแต่การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมที่สุด สำหรับใช้ในการทำกาแฟสกัดเย็น อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากสักนิด

แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ควรคำนึง คือคุณภาพของเมล็ดกาแฟ หากเราได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพมาใช้งาน แน่นอนว่าวิธีการสกัดเย็นนี้ ก็จะสามารถดึงคุณลักษณะอันโดดเด่นของเมล็ดกาแฟเหล่านี้ออกมาได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นสิ่งที่ผู้ชงกาแฟต้องการมากที่สุด แต่ก็ไม่ใช่แค่ในเรื่องของคุณภาพเมล็ดกาแฟเท่านั้น ยังมีปัจจัยอีกมากมาย ที่จะต้องหยิบมาพิจารณาหากเลือกเมล็ดกาแฟมาใช้

แหล่งกำเนิดกาแฟ

แม้ว่ากาแฟเบลนด์ เป็นกาแฟที่เหมาะจะไปชงกับหลากหลายวิธีการ แต่ถึงอย่างนั้นกาแฟแบบซิงเกิลออริจิน ก็นับว่าเป็นกาแฟที่เหมาะสมมากที่สุด สำหรับการนำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณต้องการที่จะชงกาแฟออกมา โดยการเน้นถึงคุณลักษณะเฉพาะของกาแฟนั้น ๆ กาแฟแบบซิงเกิลออริจินนับว่าจำเป็นมากเลยทีเดียว

โดยปกติ การสกัดกาแฟสกัดเย็นนั้น รสชาติที่หลายคนมักจะคุ้นเคยและเป็นที่ต้องการ มักจะเป็นรสชาติที่มีความหวาน อย่างรสช็อกโกแลต รถถั่ว หรืออาจเป็นรสคาราเมล ด้วยเหตุนี้กาแฟที่ค่อนข้างมีความเหมาะสม จึงเป็นกาแฟจากอเมริกากลางหรืออเมริกาใต้ อย่างพวกกาแฟบราซิล โคลอมเบีย หรือประเทศกัวเตมาลา

ในขณะเดียวกัน กาแฟจากประเทศแถบแอฟริกาตะวันออก อย่างพวกกาแฟที่มาจากเอธิโอเปีย เคนยา หรือยูกันดา เนื่องด้วยกาแฟจากประเทศแถบนี้ จะเน้นไปที่กลิ่นของผลไม้ และดอกไม้แบบฟุ้ง ๆ ดังนั้นในตัวเมล็ดกาแฟ จึงค่อนข้างที่จะมีความเป็นกรดอยู่สูง ไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักหากจะนำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็น แต่จากที่ผู้เขียนเคยลองดู บางทีการนำกาแฟเอธิโอเปีย หรือการนำกาเเฟจากแอฟริกาตะวันออกเหล่านี้ มาทำเป็นกาแฟสกัดเย็น ก็นับว่าเป็นอะไรที่ดีเยี่ยมไม่น้อยเลยทีเดียว กาแฟจากประเทศแถบนี้ ข้อดีอีกประการหนึ่งคือ มีความสดชื่นเมื่อดื่ม อีกทั้งยังค่อนข้างมีความคลีนสูง

และสุดท้าย กาแฟแจกประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกตัวอย่างเช่น เมล็ดกาแฟเวียดนาม หรือกาแฟอินโด มักจะมีรสชาติไปทางกลิ่นและรสของดิน และในกาแฟอินโดหลายตัว ยังมีกลิ่นของเครื่องเทศแฝงมาด้วย กาแฟไทยก็เช่นเดียวกัน การนำกาแฟไทยเราเอง ลองมาทำการสกัดเย็นดู ผลลัพธ์ที่ได้ก็ดูยอดเยี่ยมไม่แพ้กันเลยทีเดียว

โปรไฟล์การคั่ว

โปรไฟล์การคั่วของเมล็ดกาแฟนั้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เราควรหยิบมาพิจารณา เมื่อต้องการเลือกเมล็ดกาแฟสำหรับไปทำเป็นกาแฟสกัดเย็น ทั้งนี้ก็เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว รสชาติหวาน ที่เป็นรสชาติที่โดดเด่นมากที่สุดของการชงแบบสกัดเย็น จะมีมากน้อยแตกต่างกันออกไป ตามโปรไฟล์การคั่วของเมล็ดกาแฟ

โดยปกติ เรามักจะดึงรสชาติที่ละเอียดอ่อนของกาแฟคั่วอ่อน ผ่านการชงด้วยน้ำร้อน แต่หากอยากดึงรสชาติที่ละเอียดอ่อนของกาแฟที่มีลักษณะคั่วเข้มมากขึ้นเล็กน้อย หรือก็คือกาแฟคั่วกลาง การนำมาชงแบบสกัดเย็นนับว่าได้ผลดีเลย เนื่องจากการคั่วระดับกลาง ถึงคั่วเข้มเล็กน้อย จะมีน้ำตาลที่ถูกพัฒนามากขึ้น ในการใช้ระยะเวลาการคั่วนานยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้เองเมื่อนำมาทำสกัดเย็น จึงทำให้รสชาติของกาแฟมีความหวานมากกว่า

แต่ก็มีจุดที่น่าสนใจอยู่ คือหากเราใช้กาแฟที่มีลักษณะคั่วเข้มมากจนเกินไป มาทำการสกัดเป็นกาแฟสกัดเย็น สิ่งที่จะถูกสกัดออกมาด้วย คือสารประกอบที่ให้รสขม และมันจะถูกสกัดออกมามากขึ้น หากเราใช้ระยะเวลาในการสกัดที่ยาวนานมากขึ้นด้วย

ถึงจะบอกว่า กาแฟคั่วกลางเป็นกาแฟที่เหมาะสม สำหรับการนำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็นก็ตาม แต่ลองใช้กาแฟคั่วอ่อน นำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็น อันนี้ก็เป็นอะไรที่เข้าท่าอยู่เหมือนกัน ด้วยความเป็นกรดตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟ บวกกับการดึงรสหวานเล็กน้อยเข้ามาช่วย ทำให้ได้กาแฟที่มีความกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ดื่มง่ายมากยิ่งขึ้น และเหมาะกับใครหลายคนมากยิ่งขึ้นด้วย

กรรมวิธีการโปรเซส

มีวิธีการมากมาย ที่เราใช้ในการโปรเซสกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการแบบ washed หรืออาจจะเป็น natural หรือ honey หรือกรรมวิธีการโปรเซสเชิงทดลองที่มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าเราจะใช้กาแฟที่ผ่านการโปรเสสแบบไหน สำหรับนำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็นก็ได้ทั้งนั้น แต่ก็มีความแตกต่างอยู่เล็กน้อย สำหรับกาแฟแต่ละกรรมวิธีการโปรเซส

หากเราใช้กาแฟ washed มาทำการสกัดเย็น แน่นอนว่ากาแฟที่ผ่านวิธีการโปรเซสแบบนี้ จะทำให้กาแฟมีความเป็นกรดมากขึ้น รวมถึงมีความสว่าง และความคลีนมากยิ่งขึ้นด้วย เนื่องจากบริเวณของเนื้อและเมือกของผลเชอรี่ ถูกเอาออกจนหมด

ต่อไปวิธีการแบบ natural กาแฟที่ผ่านกรรมวิธีการแบบนี้ จะเป็นกาแฟที่มีรสหวานโดยธรรมชาติ พร้อมกับความซับซ้อนในรสชาติมากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว การนำไปสกัดเย็น อาจจะช่วยเพิ่มความฉ่ำ และดึงรสหวานในเมล็ดกาแฟออกมาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากกรรมวิธีการโพรเซส จะเป็นการนำผลเชอรี่ไปตาก โดยที่ไม่ได้ทำการลอกเปลือกและเอาเนื้อออก ทำให้เมล็ดกาแฟมีระยะเวลาในการพัฒนารสชาติ และดึงน้ำตาลที่อยู่ในเนื้อของเชอรี่เข้าไปในเมล็ดกาแฟได้มากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีรสหวานตามธรรมชาติ

ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งวิธีการที่จะขอนำเสนอ คือการโปรเซสแบบ honey แม้แต่แบบ honey ก็มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายระดับ ตั้งแต่ black honey ไปจนถึง white honey ซึ่งจะแบ่งระดับตามปริมาณของเมือก ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนเมล็ดกาแฟ ยิ่งมีเมือก เกาะอยู่บนเมล็ดกาแฟมากเท่าไหร่ รสชาติของกาแฟที่ได้ก็จะมีความหวานมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากนำไปทำเป็นกาแฟสกัดเย็น แล้วอยากได้ความหวานในระดับเท่าไหร่ ให้ดูว่ากาแฟของเราเป็น honey ระดับไหน

ข้อควรพิจารณาอื่น สำหรับกาแฟสกัดเย็น

การทำกาแฟสกัดเย็นนั้น เป็นหนึ่งในวิธีการชงกาแฟ ที่มีความง่ายดายมากที่สุด จากวิธีการชงที่มีอยู่ด้วยกันมากมาย สำหรับการดื่ม เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่กำลังหัดดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ เพราะรสหวานดื่มง่าย และยังคงไว้ซึ่งความซับซ้อนในรสชาติ สำหรับมือใหม่ในการหัดชงกาแฟ การทำกาแฟสกัดเย็นก็ไม่ได้ยากเย็นเหมือนกัน สามารถที่จะควบคุมตัวแปรมากมายได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถปรับปรุงสูตรการชงได้ง่ายด้วย สามารถทำให้เราได้ทดลองกับตัวแปรต่าง ๆ เพื่อทำการปรับแต่งรสชาติของกาแฟได้ง่ายมากกว่าวิธีการอื่นหลายวิธีการ

การชงกาแฟสกัดเย็น ยังเป็นตัวเลือกที่ดี ที่ทำให้เราได้เพลิดเพลินกับกาแฟได้นานยิ่งขึ้น โดยที่กาแฟไม่ได้สูญเสียรสชาติและกลิ่นไป สำหรับลูกค้าที่ไม่คุ้นเคย กับบรรดากาแฟพิเศษ จากแหล่งที่มาต่างกันมากมาย การดื่มกาแฟสกัดเย็น เป็นเหมือนการยกระดับ และป้ายยาให้คุณได้เข้าวงการกาแฟสเปเชียลตี้เลยทีเดียว

นอกจากนี้แล้ว ในแง่ของร้านกาแฟเอง การเสริฟกาแฟสกัดเย็นนี้ ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สำหรับร้านกาแฟหลายร้านด้วย เนื่องจากกาแฟสกัดเย็น เป็นกาแฟที่สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นได้อย่างง่ายดาย และยังเป็นการนำกาแฟหลายตัวมาผสมกัน หรือนำมาเบลนด์กันได้ง่าย สามารถที่จะนำเมล็ดกาแฟหลายตัว มาใช้ร่วมกัน แล้วทำให้รสชาติไม่ผิดเพี้ยนได้ เพียงแค่เรารู้ว่า เราควรนำกาแฟอะไรมาผสมกับอะไร เพื่อให้รสชาติเหมาะสมและดีมากที่สุด

Cold Brew with Ice

โดยสรุปแล้ว กาแฟสกัดเย็นนั้น นับว่าเป็นเมนูเครื่องดื่ม ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสำหรับร้านกาแฟหลายแห่ง และสำหรับลูกค้าบางกลุ่มด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบางพื้นที่ที่นิยมบริโภคกาแฟเย็น กาแฟสกัดเย็นก็ได้กลายเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ วิธีการสกัดเย็นนั้น ก็มีความคล้ายกับวิธีการชงกาแฟแบบ ที่จะสามารถนำเสนอเอกลักษณ์เฉพาะของรสชาติ ด้วยเหตุนี้เอง สำหรับใครที่อยากจะชงดื่มเอง การเลือกเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ

ลองเลือกกาแฟโดยใช้วิธีการที่นำเสนอดู อาจจะทำการเลือกกาแฟจากแหล่งที่มา โปรไฟล์การคั่วเมล็ดกาแฟ หรืออาจเลือกจากวิธีการในการโปรเซสกาแฟ ถึงจะบอกว่าเมล็ดกาแฟแบบไหนก็จะต่อกันนำมาทำเป็นกาแฟสกัดเย็นก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล ถึงแม้ว่าเราจะมีกาแฟที่เราชอบอยู่แล้ว แต่การทดลองกับกาแฟหลากหลายแบบ เราอาจจะเจอรสชาติอื่น ที่น่าสนใจและแปลกใหม่ อาจจะกลายมาเป็นเมล็ดกาแฟโปรดเมล็ดใหม่ของเราก็ได้