วันคั่วกาแฟ Rosat Date สามารถที่จะบอกอะไรกับเราได้บ้าง

Share on facebook
Share on twitter

โดยปกติแล้วในบ้านเรา เรามักจะใช้คำว่ากาแฟสดกันติดปาก แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่า กาแฟที่เรานำมาดื่มกัน เป็นกาแฟที่คั่วกันสดๆ หรือเป็นกาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ แล้วนำมาชงให้เราดื่มกันในทันที โดยทั่วไปนั้น บนถุงกาแฟ มักจะมีการบอกวันคั่วกาแฟ หรือ Rosat Date ไว้ รู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้ สามารถที่จะบอกอะไรกับเราได้มากมายเลยทีเดียว บางคนอาจจะยังไม่ทราบ เราควรที่จะดื่มกาแฟ ที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่หรือไม่ หรือจำเป็นที่เราจะต้องปล่อยกาแฟนั้นทิ้งไว้กี่วัน แล้วกี่วันถึงจะเรียกว่านานจนเกินไป วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องนี้ เกี่ยวกับวันคั่วกาแฟ

Roast Date

Rosat Date ไม่ใช่ทุกอย่าง

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า วันคั่วกาแฟนั้น หรือกาแฟที่เรานำมาใช้นั้นคั่วเมื่อไหร่ ข้อมูลนี้ ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ที่เด่นชัด ว่ากาแฟที่เราดื่มนั้นดีหรือไม่ดี

โดยปกติทั่วไปแล้ว หากเราซื้อข้าวของเครื่องใช้ทั่วไป หรือของอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะพวกประเภทอาหาร เราก็มักจะอยากได้ของที่สดใหม่ และวิธีการที่เราจะตรวจสอบว่าของที่เรานำมานั้นสดใหม่หรือไม่ สิ่งที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ การตรวจสอบถึงวันผลิต ซึ่งไม่ว่าจะขออุปโภคบริโภคชิ้นไหน ก็จะมีวันผลิตบอกอยู่เสมอ แต่หากเป็นการไปซื้อของสดที่ตลาด เราอาจมองถึงสัญญาณที่เราเห็นได้อย่างเด่นชัด ยกตัวอย่างเช่นหากเราเลือกซื้ออะโวคาโด เราอาจจะดูความแน่นของตัวอะโวคาโดเอง หรือหากเป็นหัวหอม เราอาจตรวจสอบรอยช้ำ หากเป็นปลา เราอาจดูที่เหงือกของปลาว่าต้องมีความแดงสดใหม่ แต่ของหลายอย่างเหล่านี้ เราจะรู้ว่ามันสดใหม่หรือไม่ ก็ตอนที่เรานำมาทำเสิร์ฟพร้อมทาน เราถึงจะบอกสิ่งนี้ได้

หลักการที่คล้ายกันนี้ สามารถใช้ได้กับกาแฟเช่นเดียวกัน เราไม่ควรที่จะตัดสินคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ตามวันที่คั่วกาแฟเพียงเท่านั้น หรืออย่างน้อยที่สุด เราก็ต้องเปิดถุงกาแฟนั้น ทำการเปรียบเทียบเมล็ดกาแฟให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นทำการชิมกาแฟ และประเมินด้วยตนเอง จะเป็นอะไรที่ชัดเจนมากกว่า นี่ก็ตรงตามที่บอกไว้แต่แรกก็คือ วันคั่วกาแฟไม่ใช่ทุกอย่าง แล้ววันคั่วกาแฟคืออะไร สามารถบอกอะไรกับเราได้บ้าง

กาแฟคั่วสดใหม่ ยิ่งเร็วยิ่งดีจริงไหม

คำถามที่สำคัญต่อมาก็คือ กาแฟคั่วสดใหม่ และดีที่สุดที่จะนำมาชงดื่มนั้นเป็นเวลาไหน เอาเป็นว่าก่อนอื่นเราต้องรู้กันก่อน ว่ากาแฟที่เราจะซื้อมาใช้งานนั้น เป็นกาแฟที่เราตั้งใจซื้อเป็นของขวัญ หรือเป็นกาแฟที่เราตั้งใจจะซื้อมาเพื่อดื่มเอง และวางแผนที่จะดื่มให้หมดภายในหนึ่งสัปดาห์

โดยปกติหากเป็นร้านกาแฟรายใหญ่ ที่มีกาแฟให้เลือกอยู่มาก ระยะเวลาที่กาแฟจะวางอยู่บนชั้นวางจะมีอายุอยู่ที่ประมาณระหว่าง 4-7 วันแล้วแต่ร้าน อยู่ในกลุ่มนี้จะจัดอยู่ในประเภทกาแฟไหม แต่ก็มีบ่อยครั้ง ที่มีการวางกาแฟไว้บนชั้นวางนานกว่านั้น สำหรับหลายคนที่ดื่มกาแฟทั่วไป อาจจะมองกาแฟเหมือนกับการซื้อขนมปัง คือพยายามมองหากาแฟที่คั่วเมื่อวาน หรือคั่ววันเดียวกันที่นำมาวางบนชั้น

บางคนอาจต้องการกาแฟ ที่มีความสดใหม่ขนาดคั่วออกมา เป็นเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงก่อนจะนำมาวาง หรืออาจจะให้มากที่สุดแค่ 3 วันเพียงเท่านั้น แท้จริงแล้วระยะเวลาเพียงแค่นั้น ไม่ได้มากพอที่จะทำให้กาแฟออกมามีคุณภาพ และพร้อมสำหรับการดื่มมากที่สุด

แล้วแบบนี้ กาแฟที่คั่วแล้วกี่วันถึงจะเหมาะสม

ในการสต็อคสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างกาแฟ ในจุดนี้มีความคล้ายกับการซื้อขนมปัง คือเรา อาจจะต้องซื้อให้เพียงพอสำหรับสัปดาห์ หรืออาจจะเพียงพอสำหรับเดือนนั้น และพยายามหาช่วงที่ดีที่สุด หลังจากวันคั่วกาแฟไปแล้ว วิธีการที่จะหาช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือการพยายามดื่มกาแฟ และสัมผัสถึงรสชาติมันให้ได้ในทุกๆวัน แน่นอนว่าสำหรับคนที่ชงกาแฟดื่มทุกวันแล้ว การทำแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แล้วจากนั้นให้ทำการค้นหาวันที่คั่วกาแฟที่ดีที่สุด ที่เราจะสามารถดื่มกาแฟออกมาให้ถูกใจเรามากที่สุด บางคนอาจจะชอบกาแฟที่คั่วมานานแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ หรือของบางคนอาจจะเป็นหลักเดือนก็มีเหมือนกัน

ซึ่งโดยหลักทั่วไปแล้ว หากเทียบกันในค่าเฉลี่ย กาแฟจะยอดเยี่ยมและเหมาะสมต่อการชงดื่มมากที่สุด หลังจากใช้เวลาคั่ว และผ่านไปแล้วอยู่ที่ประมาณ 8-21 วัน จะเป็นการดีที่สุด อาจจะมากน้อยแตกต่างกันออกไป ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งนี้คนที่แนะนำได้ดี น่าจะเป็นบาริสต้า หรือคนที่นำกาแฟนั้นมาคั่วเอง หรือก็คือโรงคั่ว หรือบรรดาโรสเตอร์นั่นเอง ลองให้พวกเขาแนะนำดู

Roasting Process

เหตุใดเราจึงต้องรอ และไม่สามารถนำกาแฟมาชงดื่มได้ทันทีเมื่อคั่วเสร็จใหม่

หลายคนอาจมีคำถาม ว่าเหตุใดเราจึงต้องรอ และไม่สามารถนำเอากาแฟที่เพิ่งคั่วเสร็จใหม่ มาชงดื่มได้ในทันที จะบอกว่าอันที่จริงแล้ว มันก็สามารถที่จะนำมาชงดื่มได้ในทันที แต่ทางที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้รสชาติและศักยภาพที่ยอดเยี่ยมมากที่สุดของกาแฟตัวนั้น ไม่ว่าอย่างไรเราก็น่าจะต้องรออยู่ดี ทั้งนี้ก็เพราะว่า หลังจากเกิดกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ มันจะเกิดสิ่งหนึ่งที่อยู่ในเมล็ดกาแฟด้วย สิ่งนั้นก็คือแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

แล้วแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อกาแฟ เมื่อเมล็ดกาแฟมีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อยู่มาก หลังจากที่เรานำมันมาบด และนำมาชงไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดก็ตาม มันจะเกิดฟองแก๊สขึ้น และฟองแก๊สที่ว่านี้ จะไปดันเอาน้ำออก ทำให้กาแฟไม่สามารถที่จะสัมผัสกับน้ำได้อย่างเต็มที่ การสกัดก็จะออกมาได้อย่างไม่เต็มที่เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสกัดกาแฟแบบให้น้ำไหลผ่าน

ทำไมบางคนถึงเชื่อว่า ยิ่งกาแฟคั่วใหม่เท่าไร ยิ่งดีต่อการนำมาชง

แล้วเหตุใด จึงมีผู้บริโภคกาแฟบางคนเชื่อว่า ยิ่งกาแฟคั่วมาไม่เท่าไหร่ ยิ่งดีต่อกันน้ำมาชงดื่มเท่านั้น ทั้งนี้น่าจะเกิดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ปัจจัยแรกที่เห็นได้ก็คือ โดยปกติแล้วในบ้านเราเอง เรามักจะนิยมเรียกร้านกาแฟ ที่ขายกาแฟโดยใช้เมล็ดกาแฟ ว่าร้านค้าประเภทนี้เป็นร้านขาย “กาแฟสด” คำว่ากาแฟสดนี้ น่าจะเป็นหนึ่งปัจจัย ที่อาจทำให้บางคนคิดได้ว่า กาแฟที่นำมาใช้เป็นกาแฟที่ผ่านการคั่วมาแบบสดใหม่ และคั่วกาแฟมาเพียงไม่กี่วัน หรืออาจจะเป็นการคั่วกาแฟภายในวันนั้นเลย แล้วนำมาชงเป็นเครื่องดื่มให้เราดื่มก็เป็นได้

อีกปัจจัยหนึ่ง น่าจะเป็นเรื่องของมรดกตกทอด ที่มีมาตั้งแต่อายุคลื่นแห่งกาแฟลูกที่ 2 ที่ในช่วงนั้นการขายกาแฟ จะเป็นธุรกิจในเชิงการตลาด และเน้นไปที่การขายแบรนด์เสียส่วนใหญ่ ไม่ได้เน้นไปที่เรื่องของรสชาติ การเรียนรู้และทำความรู้จักกาแฟ และความละเอียดอ่อนที่เราจะได้จากการดื่มกาแฟ ด้วยเหตุนี้แล้ว ข้อมูลที่ได้จึงมีไม่มากนัก ดังนั้นหากจะให้คิดตามสามัญสำนึกแล้ว อะไรก็ตามที่สดใหม่ น่าจะเป็นอะไรที่ดีกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วกับกาเเฟมันไม่ได้เป็นแบบนั้น

เมื่อไหร่ที่กาแฟเก่าเกินไปจะนำมาดื่ม

หากเราจะกล่าวถึงเรื่องนี้ เราก็ต้องขอบอกเลยว่า แท้จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างปัจเจก และเมล็ดกาแฟ อายุเฉลี่ยของแต่ละเมล็ดก็มีความแตกต่างกันออกไป มีปัจจัยต่างๆ มากมายที่คอยควบคุมอายุของเมล็ดกาแฟเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เพียงปัจจัยในด้านเมล็ดเท่านั้น ยังเป็นวิธีการที่จะนำเมล็ดนั้นมาใช้ รวมถึงรวมถึงปัจจัยอื่นอีกมากมายหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น หากเราจะสกัดเอสเพรสโซ โดยใช้กาแฟคั่วอ่อนสกัด ซึ่งอาจเป็นกาแฟที่มีอายุอยู่ที่ประมาณ 1 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้กาแฟที่ถูกสกัดออกมาก็ยังคงมีรสชาติหวาน และดีเหมือนเดิม เหมือนกับเมื่อนำมาคั่วเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน เรียกได้ว่าสโคปเวลาของการที่กาแฟจะรสชาติดี หรือกาแฟเก่าเกินไป เป็นอะไรที่กว้างมากๆ

และเหตุใดมันจึงกว้างขนาดนี้ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเรื่องนี้ค่อนข้างจะกว้างเอามากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ค่อนข้างสำคัญ คือเรื่องของการคั่วกาแฟ แต่ละโรงคั่ว ก็จะมีสไตล์และวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ที่จะเป็นการเปลี่ยนรสชาติของกาแฟนั้นไป ทำให้อายุโดยเฉลี่ยของกาแฟนั้นแตกต่างกัน บางครั้งถึงอาจจะเป็นกาแฟตัวเดียวกันก็ตาม กาแฟหรือรูปแบบการคั่วกาแฟบางแบบ อาจจะยืดระยะเวลา ให้กาแฟมีคุณภาพสูงสุดได้ อยู่ที่เราว่าง 14-30 วันได้เลยทีเดียว บางครั้งการนำมาชงดื่มในระยะเวลานานกว่านั้น รสชาติของกาแฟก็ยังยอดเยี่ยมอยู่

ทางที่ดีและวิธีการที่ง่ายที่สุด หากเราเกิดข้อสงสัยในกาแฟที่เราจะนำมาใช้ ให้ถามผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นโรงคั่วกาแฟ หรือบาริสต้าที่เราซื้อกาแฟด้วย คนเหล่านี้จะรู้จักเมล็ดกาแฟที่พวกเขานำมาขาย หรือนำมาคั่วเองได้ดียิ่งกว่า

วิธีการชงกาแฟให้ได้คุณภาพสูงสุดในแต่ละช่วง

แต่ละระยะเวลา หรือแต่ละวันที่เรานำกาแฟของเรามาใช้ มีคนเคยกล่าวไว้ว่า รสชาติของมันเปลี่ยนไปทุกวัน ดังนั้นการจะหาวิธีการชงให้ได้คุณภาพสูงสุดในแต่ละวันนั้น แน่นอนว่าวิธีการที่ง่ายที่สุด ก็จะเป็นวิธีการที่เราคุยกันมาตลอดอยู่แล้ว นั่นคือเรื่องของการทดลอง รองปรับขนาดเบอร์บด แล้วลองนำมาเปรียบเทียบดู ลองปรับเปลี่ยนปริมาณของกาแฟ และอัตราส่วนกาแฟกับน้ำ แล้วลองเปรียบเทียบดู แบบไหนจะดึงรสชาติสูงสุดของกาแฟออกมาได้ แต่ก็มีหลักการจำบางอย่างอยู่ ยกตัวอย่างเช่น ยิ่งเมล็ดกาแฟมีอายุมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีรูพรุนข้างในมากเท่านั้น ความหนาแน่นของพวกมันจะน้อยลง นั่นก็หมายความว่า เมื่อนำกาแฟนั้นมาบด โครงสร้างจะแตกตัว และสามารถที่จะละลายน้ำได้ง่ายขึ้น

Handmade coffee roasting

เรื่องของเบอร์บดนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมาก หากเป็นแบบนี้แล้ว หากเราใช้เบอร์บดเบอร์เดิม กับกาแฟที่เก่ากว่าเมื่อสองสัปดาห์ก่อน อาจจะทำให้กาแฟถูกสกัดออกมาน้อยจนเกินไป หรือบางครั้งอาจเกิดรสชาติอันไม่พึงประสงค์ในปากของเราได้ ด้วยเหตุนี้ เราอาจจะมีการปรับเบอร์ให้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น

อย่างที่บอกไป ไม่ว่าอย่างไรการทดลองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดของกาแฟแต่ละช่วงเวลา อย่าลืมว่า รสชาติของกาแฟของเรานั้น เปลี่ยนไปทุกวันอยู่แล้ว