ทำความรู้จัก Coffee Bag ถุงกาแฟสำเร็จ - กาแฟดอยไทย

ทำความรู้จัก Coffee Bag ถุงกาแฟสำเร็จ

ในอุตสาหกรรมทั่วโลก ผู้บริโภคทั่วไปต่างมีความต้องการอย่างต่อเนื่องเพิ่มมากขึ้น ทั้งเรื่องของความสะดวกสบาย และความรวดเร็วในการใช้งาน ในภาคธุรกิจกาแฟนี้ก็ไม่ต่างกัน ผู้คนต้องการที่จะดื่มกาแฟคุณภาพสูง ต้องการที่จะดื่มกาแฟอย่างรวดเร็วที่สุด และง่ายที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในตลาดกาแฟนั้น ได้มีการพัฒนา และปรับเปลี่ยนบางอย่างอยู่ตลอดเวลา จนในทุกวันนี้เอง ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงตัวเลือกกาแฟที่หลากหลายได้มากยิ่งขึ้น สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เราได้เห็นผู้คนดื่มกาแฟสำเร็จรูป ที่ไม่ใช่กาแฟสำเร็จรูปในแบบคลื่นลูกที่สอง รวมถึงการมาถึงของกาแฟแคปซูลด้วย

Glass cup with drip coffee bag

และในบรรดาสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ มีกาแฟรูปแบบหนึ่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ Coffee Bag หรือถุงกาแฟสำเร็จ ในช่วงไม่กี่ปีเราได้เห็นถุงกาแฟสำเร็จนี้ ปรากฏขึ้นทั่วทั้งตลาดกาแฟ สิ่งนี้คืออะไร และผู้คนให้ความสนใจ หรือความนิยมมากขนาดไหน วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก และทำความเข้าใจเกี่ยวกับถุงกาแฟสำเร็จนี้ให้มากยิ่งขึ้น

ตลาดกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ

ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักถุงกาแฟสำเร็จ มีคำคำหนึ่งที่เราจำเป็นจะต้องรู้จักกันเสียก่อน นั่นคือคำว่า กาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ตลาดนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 1970 หลังจากที่เกิดขึ้น ก็ได้มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้บริโภค มองหาวิธีที่สะดวกสบาย และรวดเร็วที่สุดในการชงกาแฟสด ในที่นี้คือกาแฟฟิลเตอร์ โดยที่ไม่ใช้วิธีการที่ยุ่งยากจนเกินไป สิ้นเปลืองจนเกินไป เหมือนกับการชงกาแฟฟิลเตอร์แบบดั้งเดิม

ตลาดที่ว่านี้ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมาถึงของถุงกาแฟสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงปี 1980/1990 การถือกำเนิดขึ้นของกาแฟในรูปแบบ Pods อีกครั้งในปี 1990 ที่ได้มีการเปิดตัวแคปซูลกาแฟ โดยใช้ชื่อ Nespresso

Coffee Bag นับว่าได้รับความนิยมในอดีต แต่ในปัจจุบันนี้เอง ก็ได้มีการกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง อย่างน้อยก็ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีผู้ผลิตหลายเจ้าทำออกมา มีการรีแบรนด์ใหม่ และนำผลิตภัณฑ์มาเปิดตัวในตลาดมากมาย

ซึ่งไอเดียนี้ก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ สามารถที่จะเพิ่มความสะดวกสบาย และความรวดเร็วให้กับผู้บริโภคหลายเท่าตัว จากแต่เดิมที่การชงกาแฟแต่ละครั้ง เราต้องทำการชั่งน้ำหนัก และบดกาแฟ ตอนนี้เราสามารถทำสิ่งนี้ไว้ล่วงหน้า ดังนั้นจึงลดเวลาในการชงกาแฟได้เยอะทีเดียว ถุงกาแฟสำเร็จนี้ เราสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ทำการเติมน้ำร้อนลงไป ไม่ต้องใช้เครื่องบดกาแฟหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมในการชงกาแฟเลย

หากลองเปรียบเทียบกันดู หากเป็นกาแฟแคปซูลและ Pods ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคสามารถทำเครื่องดื่มเอสเพรสโซ่ได้เองที่บ้าน โดยไม่ต้องใช้เครื่องชงกาแฟหรือเครื่องบดกาแฟเหมือนกัน แต่ก็อาจจะมีราคาที่สูงกว่า

ประเภทของถุงกาแฟสำเร็จ

ถุงกาแฟสำเร็จที่ทำออกมาแบบซิงเกิลเสิร์ฟนั้น มีอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็มีจุดประสงค์แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่เพิ่มความสะดวกสบายก็คือ ช่วยทำให้ผู้บริโภค สามารถที่จะชงกาแฟดื่มเองได้โดยที่ไม่ต้องบดกาแฟ ถุงกาแฟสำเร็จแบบซิงเกิลเสิร์ฟนั้น โดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ดังนื้

ถุงกาแฟสำเร็จรูปแบบธรรมดา

ถุงกาแฟแบบสำเร็จรูปแบบธรรมดานั้น จะถูกออกแบบมาให้มีความคล้ายคลึงกับถุงชาเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ถุงกาแฟสำเร็จรูปแบบธรรมดานั้น จะทำมาจากกระดาษกรอง พลาสติกสำหรับเกรดอาหาร หรืออาจจะเป็นธรรมจักรทั้งสองวัสดุร่วมกัน

วิธีการใช้งานก็ยังมีความคล้ายกับถุงชา คือจะนำถุงกาแฟสำเร็จรูปรูปแบบนี้ นำไปแช่ลงในน้ำร้อน ทิ้งไว้ระยะเวลาหนึ่งจากนั้นนำขึ้น ดังนั้นอุปกรณ์ในการชง คือภาชนะในการใส่เครื่องดื่ม และน้ำร้อน กาแฟที่ได้มาก็จะมีความคล้ายกับกาแฟสำเร็จรูป

สำหรับในด้านของผู้ผลิตนั้น ตัวเลือกในการทำถุงกาแฟสำเร็จรูป โดยการใช้กระดาษกรองนั้นนับเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากสามารถที่จะย่อยสลายไปได้ทั้งหมด ในแง่นี้ ถุงกาแฟสำเร็จรูปรูปแบบธรรมดา จึงค่อนข้างที่จะเป็นอะไรที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่ากาแฟในรูปแบบซิงเกิลเสิร์ฟมากมายหลากหลายรูปแบบ อย่างการใช้กาแฟแคปซูล

Coffee Bags

ถุงดริปกาแฟ

ความแตกต่างระหว่างถุงกาแฟสำเร็จรูปแบบธรรมดา กับถุงดริปกาแฟ คือวิธีการและรูปแบบในการสกัดเครื่องดื่ม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นถุงดริปกาแฟ ดังนั้นสิ่งนี้ จึงเข้ามาทดแทนการใช้ดริปเปอร์เลย ถูกปรากฏให้เห็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 แต่ในปัจจุบัน กลับได้รับความนิยมจากแบรนด์กาแฟ โดยเฉพาะแบรนด์กาแฟสเปเชียลตี้ทั่วโลก

แทนที่เราจะใช้ดริปเปอร์อย่าง V60 หรืออาจจะเป็น Melitta แล้วทำการสกัดกาแฟลงในเสิร์ฟเวอร์ ถุงดริปกาแฟ เพียงแค่เราทำการคลี่ถุงออกมา แล้วแขวนไว้บนปากของเสิร์ฟเวอร์ หรือแก้วกาแฟโดยตรง ก็จะสามารถใช้ในการสกัดเครื่องดื่มออกมาได้ในทันที โดยอาจจะมาพร้อมรูปแบบของถุงสำเร็จ ที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องบดหรือตวงเครื่องดื่มแต่อย่างใดเลย

และก็เช่นเดียวกับถุงกาแฟสำเร็จรูปแบบธรรมดา คือถุงกาแฟรูปแบบนี้ ยังสามารถที่จะย่อยสลายได้ด้วยตนเองตามธรรมชาติ มีการย่อยสลายได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกที่ดี และยั่งยืนมากกว่าวิธีการอื่นๆ

กาแฟสเปเชียลตี้แบบซิงเกิลเสิร์ฟ

ในวงการหรือตลาดถุงกาแฟสำเร็จนี้ แน่นอนว่าได้รับความนิยมในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้ในปัจจุบัน แม้แต่วงการกาแฟพิเศษ หรือสเปเชียลตี้เอง ก็ได้นำจุดนี้ไปใช้งานเหมือนกัน

โดยปกติแล้ว ผู้ที่ดื่มกาแฟสเปเชียลตี้ ด้วยเมล็ดกาแฟที่มีความละเอียดอ่อน อีกทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า ผู้บริโภคจึงพิถีพิถันในการจัดการกับเมล็ดกาแฟนั้น หาวิธีมากมายในการทำให้กาแฟออกมายอดเยี่ยม และดึงรสชาติอันละเอียดอ่อนของกาแฟนั้นออกมาให้ได้มากที่สุด ทำการบดกาแฟ และช่างน้ำหนักของกาแฟด้วยตนเอง จุดสังเกตก็คือระยะเวลาในการทำ ที่อาจจะต้องใช้เวลานานสักนิด

แต่หากเป็นกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ ซึ่งสามารถเสนอทางเลือก ให้กับผู้ที่บริโภคกาแฟสเปเชียลตี้ได้ โดยสามารถที่จะดื่มกาแฟคุณภาพ ที่ได้ผลลัพธ์คือระยะเวลาในการชงที่รวดเร็วมากกว่า และความสะดวกสบายมีมากกว่าด้วย

หลังจากที่บริษัท Nespresso ได้สูญเสียสิทธิบัตรของ Pods ไปในปี 2011 วิธีการสกัดกาแฟแบบนี้ ก็เปิดกว้างมากขึ้น ผู้คนนำไปใช้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทกาแฟสเปเชียลตี้หลายแห่ง ที่ต้องการเข้าถึงตลาดกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ ทำให้ตลาดกาแฟนี่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวเป็นอย่างมาก

จะว่าไปแล้ว ตลาดกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟที่ว่ามานี้ หากมองอีกมุมนึงก็เหมือนทางด่วน ที่สามารถที่จะยกระดับวงการกาแฟพิเศษ ได้แบบทันทีทันควัน โดยไม่ต้องพัฒนาอะไรมากมาย บริษัทไม่ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมากนัก ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์การชงกาแฟ หรือเครื่องบดกาแฟใหม่แต่อย่างใด

อีกทั้งยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟซิงเกิลเสิร์ฟรูปแบบใดที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของ Pods หรือรูปแบบของถุงกาแฟสำเร็จ ก็จะมีการล้างด้วยไนโตรเจน ด้วยเหตุนี้ ทำให้กาแฟมีความสด และอยู่ได้นานกว่าปกติ หากเก็บไว้ในรูปแบบของกาแฟบด มีตัวเลขการเจริญเติบโตของตลาดกาแฟซิงเกิลเสิร์ฟ เพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ดื่มกาแฟหน้าใหม่ ที่เข้ามาในวงการกาแฟ

วงการกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ ค่อนข้างที่จะสั่นคลอนวงการกาแฟสำเร็จรูป ที่เป็นกาแฟบดผง เนื่องจากจุดเด่นของกาแฟบดผง ส่วนมากแล้วผู้คนจะนิยมดื่มเพราะความรวดเร็ว ซึ่งทุกวันนี้กาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟสามารถให้ได้เหมือนกัน อีกทั้งยังได้กาแฟที่มีคุณภาพ สิ่งนี้สามารถดึงดูดผู้บริโภคกาแฟธรรมดา ให้หันมาสนใจกาแฟที่มีความละเอียดอ่อนมากยิ่งขึ้น และเข้าสู่วงการสเปเชียลตี้ได้ไม่ยาก

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ

ถึงจะดูโรยด้วยกลีบกุหลาบก็ตาม แต่ตลาดกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟนั้น ก็ยังมีความท้าทายและเรื่องที่น่ากังวลอยู่บ้าง หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่วงการนี้จะต้องเผชิญ โดยเฉพาะสำหรับกาแฟในรูปแบบของ Pods คือการทิ้งคาร์บอนฟุตปริ้นท์ไว้เบื้องหลังกระบวนการผลิต

เมื่อตลาดกาแฟซิงเกิลเสิร์ฟ เข้ามาสู่กระแสกาแฟคลื่นลูกที่สาม หลายคนมองสิ่งนี้เป็นความท้าทาย เนื่องจาก เรื่องของการรีไซเคิล โดยทั่วไปแล้ว กาแฟรูปแบบ Pods มักจะทำมาจากพลาสติก และอลูมิเนียมผสมกัน มีการคาดการณ์กันว่า เฉพาะในสหราชอาณาจักร มีขยะมากถึง 1,220 ตัน ที่เป็นขยะกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟ ถูกฝังอยู่ในหลุมฝังกลบต่อปี

แม้ว่าสิ่งนี้จะแสดงให้เห็น ถึงการเจริญเติบโต และการที่ผู้คนหันมาบริโภคกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟมากขึ้น แต่มันก็เน้นย้ำถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ที่ไหนพาร์คสวนกาแฟสวนนี้ได้รับ อาจจะต้องหันมาใช้ทางเลือกที่ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า นั่นก็คือถุงกาแฟที่ทำมาจากกระดาษกรอง หรือจากวัสดุจากพืชอื่นๆ

แต่หากมองในอีกมุม การผลิตกาแฟรูปแบบ Pods ที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาตินั้นก็เป็นสิ่งที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากการสกัดกาแฟรูปแบบนี้ จำเป็นที่จะต้องอาศัยแรงดันในระดับหนึ่ง ซึ่งวัสดุจากพืชหลากหลายชนิด ไม่สามารถที่จะนำมาสกัดกาแฟแบบนี้ได้ เอ่อ

ในขณะเดียวกัน หากเป็นแนวรูปแบบของถุงกาแฟสำเร็จไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม จะไม่มีปัญหากับวิธีการเหล่านี้ ทำให้ทางเลือกถุงกาแฟสำเร็จนี้ นับว่าเป็นทางเลือกที่ชัดเจน และเหมาะสมสำหรับกาแฟพิเศษ หากอยากลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่นั่นก็ต้องอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ถุงกาแฟสำเร็จเหล่านี้เป็นถุงกาแฟที่ทำมาจากวัสดุจากพืช เพราะก็ยังมีบริษัทกาแฟอีกหลายบริษัท ที่ยังคงเลือกใช้พลาสติกเกรดอาหาร แต่เชื่อได้เลยว่า ในอนาคตผู้คนจะหันมาให้ความสนใจ และสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน

Drip Coffee Bags

ตลาดกาแฟแบบซิงเกิลเสิร์ฟนั้น เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่า ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะถือกำเนิดมานานแล้ว แต่ในปัจจุบันมันก็ถูกผลักดัน ให้มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ถือเป็นจุดกึ่งกลางระหว่างตลาดกาแฟสำเร็จรูป และตลาดกาแฟพิเศษ ที่ยังคงได้กาแฟคุณภาพยอดเยี่ยมเช่นเดิม สามารถที่จะดึงกลุ่มผู้บริโภค และสร้างกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มใหม่ให้เกิดขึ้น

นอกจากนี้แล้ว ด้วยความเรียบง่ายของการใช้ถุงกาแฟสำเร็จ ยังเป็นอีกส่วนหนึ่ง ที่มากลบข้อด้อยของตลาดกาแฟสเปเชียลตี้ คือเรื่องของความรวดเร็วและความสะดวกสบาย ทำให้ผู้ที่อาจจะไม่ค่อยสนใจตลาดนี้มากนัก หันมาสนใจตลาดนี้ได้มากยิ่งขึ้น เพียงแค่เรามีน้ำร้อน และแก้วกาแฟของเรา เราก็สามารถที่จะดื่มกาแฟของเราได้ เป็นวิธีการที่น่าสนใจ สะดวกและรวดเร็ว และเหมาะสมอย่างยิ่งไม่ว่าคุณจะดื่มกาแฟรูปแบบไหนมาก่อนก็ตาม