กาแฟแต่ละอย่างต่างกันอย่างไร คืออะไร และใส่อะไรบ้าง

Share on facebook
Share on twitter

กาแฟถือเป็นอีกเมนูหนึ่งที่คนวัยทำงานชอบดื่มเพื่อเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในวันทำงาน หรือดื่มเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ กระตุ้นการทำงานของสมองในยามเช้า เมนูกาแฟนั้นถึงจะเรียกว่ากาแฟเหมือนกัน แต่ว่ากาแฟแต่ละอย่างนั้น ต่างกันอย่างมาก และแต่ละอย่างนั้นก็เหมาะสมกับบุคคลที่ต่างกัน ทั้งรสชาติ ความเข้ม กลิ่น และการชงการเบลน ทั้งนี้ทั้งนั้นวันนี้กาแฟดอยไทยจะมานำเสนอกาแฟหลักๆที่คนไทยชอบทานว่าแต่ละแบบต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาให้คำตอบกัน

เอสเพรสโซ่ (Espresso)

เอสเพรสโซ่ (Espresso)

เอสเพรสโซ่ถือเป็นต้นสายของการสกัดกาแฟชนิดต่างๆ เรียกได้ว่าถ้าเป็นมนุษย์ ก็เป็นต้นตระกูลหรือบรรพบุรุษของกาแฟ การทำเอสเพรสโซ่คือการใช้น้ำร้อนหรือไอน้ำกดไหลผ่านเมล็ดกาแฟที่ผ่านการคั่วบดทำให้มีรสชาติที่เข้มและหนัก มักจะเสิร์ฟเป็นช็อต 1-2 ออนซ์ เพื่อไม่ให้มีปริมาณมากจนเกินไป สำหรับใครที่เป็นสายกาแฟเข้ม ๆ เอสเพรสโซ่คือหนึ่งในทางเลือก เนื่องจากมีส่วนผสมเพียงแค่กาแฟล้วน ๆ และระดับการคั่วที่เหมาะกับการสกัดเป็นเอสเพรสโซ่คือคั่วเข้ม ใครที่อยากตาค้างทั้งคืนต้องลองเมนูนี้

อเมริกาโน (Americano)

อเมริกาโน (Americano)

ต่อจากต้นกำเนิดอย่างเอสเพรสโซ่ก็คืออเมริกาโน ที่มีวิธีการทำง่าย ๆ จากการที่ทหารอเมริกันที่ไม่คุ้นชินกับเอสเพรสโซ่ที่หนักแน่นจนเกินไป จึงนำน้ำร้อนมาใส่เพิ่มเพื่อเจือจางความเข้มข้นนั่นเอง หรืออธิบายง่าย ๆ ก็คือ เอสเพรสโซ่+น้ำร้อน อเมริกาโนเหมาะสำหรับหนุ่ม ๆ หรือ สาว ๆ ที่อยากดื่มกาแฟแต่ไม่ต้องการส่วนผสมอย่างอื่น เช่น นม หรือ ช็อคโกแลต แต่ก็ไม่ได้ต้องการความเข้มแบบช็อตอย่างเอสเพรสโซ่ อเมริกาโนจึงเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว

แฟลตไวท์ (Flat white)

แฟลตไวท์ (Flat white)

แฟลตไวท์ กาแฟที่ชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหู ถ้าคนเห็นแล้วอาจจะคิดว่าเป็นลาเต้ แต่ว่าส่วนประกอบของแฟลตไวท์นั้นมีอัตราส่วนของริสเทรตโต (เอสเพรสโซ่เข้มข้นมากกว่าปรกติ) มากกว่านมทำให้ได้รสชาติของกาแฟนั้นนำมาอย่างโดดเด่น

คาเฟ่ลาเต้ (Caffe Latte)

คาเฟ่ลาเต้ (Caffe Latte)

กาแฟน่ารัก ๆ และมีการตกแต่งอย่างปราณีตจนเกิดคำว่า latte art ขึ้นมา ลาเต้นั้นมีความแตกต่างจากกาแฟอย่างแฟลตไวท์พอสมควร นั้นคือจะมีอัตราส่วนของเอสเพรสโซ่น้อยกว่านม และมีฟองนมอันเป็นเอกลักษณ์อยู่บนแก้ว ซึ่งการเสิร์ฟลาเต้ที่ดีจะต้องมีการอุ่นแก้วไว้ด้วยเพื่ออุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับเมนูลาเต้นั้น แนะนำสำหรับคอกาแฟมือใหม่ที่อยากจะลองดื่มกาแฟ เนื่องจาก ความเข้มของกาแฟไม่มากนัก และยังมีปริมาณของนมที่ช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้นด้วย

มอคค่า (Mocha)

มอคค่า (Mocha)

หนึ่งในกาแฟที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดเนื่องจากมีส่วนผสมยอดนิยมของมนุษย์เราอย่างช็อคโกแลตจึงทำให้เป็นกาแฟที่แพร่หลายมาที่สุดในโลก ส่วนประกอบของมอคค่าที่ทั้งเอสเพรสโซ่ นมร้อน ช็อคโกแลตร้อน และวิปครีมด้านบน ซึ่ง ถ้าเกิดเสิร์ฟในแก้วใสเราอาจเห็นการแยกชั้นอย่างสวยงามระหว่างกาแฟ นมร้อน และช็อคโกแลต เหมาะสำหรับคนที่ยังลังเลเมนูระหว่าง กาแฟ หรือ ช็อคโกแลตดี

เอสเพรสโซ่ มัคคีอาโต้ (Espresso Macchiato)

เอสเพรสโซ่ มัคคีอาโต้ (Espresso Macchiato)

เรียกกันง่าย ๆ ว่าการเอาฟองนมมาไว้บนเอสเพรสโซ่ แต่การทำแบบนี้ก็ทำให้เกิดสิ่งแปลกใหม่ ซึ่งการที่นำของสองอย่างมาวางไว้ด้วยกันแบบนี้ไม่ใช่ไม่ดีหรือไม่น่าดูชม กลับแต่เป็นการเพิ่มสิ่งใหม่ที่เกิดจากสิ่งของรอบตัวเราง่าย ๆ นี้เอง

กาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee)

กาแฟเดอร์ตี้ (Dirty Coffee)

หนึ่งในวิธีการชงและการเสิร์ฟที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่งเลย การชงกาแฟแบบนี้ใช้การทำให้นมเย็นจัดเป็นตัวช่วยในการดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดี โดยการใช้นมแช่เย็น 10-15 นาทีเพื่อให้เย็นจัด จากนั่น ก็เทด้านบนเบา ๆ ด้วยเอสเพรสโซ่ที่เข้มกว่าปรกติโดยไม่ให้ทั้งหมดผสมกัน ในส่วนวิธีการดื่มนั้นให้ยกแก้วดื่มโดยไม่ใช้หลอด ตัวกาแฟที่เข้มข้นและหอมกรุ่นจะเข้ามาก่อน แล้วตามด้วยความหอมของนมและความเย็นที่ช่วยชูกลิ่นของกาแฟที่ยังอยู่ในปากได้ดีมากขึ้นอีกด้วย เมนูนี้กำลังเป็นเมนูยอดฮิตในคาเฟ่ในประเทศไทย เนื่องจากความเข้ากันของกาแฟและนม นอกจากนั้นคือลายที่สวยงามแต่ดูไม่ตั้งใจของกาแฟชนิดนี้อีกด้วย ใครเป็นสายคาเฟ่ต้องลองสั่งมาสักแก้วหนึ่ง