คุณภาพดิน กับความสำคัญต่อ เกษตรกรรมฟื้นฟู ในการผลิตกาแฟ - กาแฟดอยไทย

คุณภาพดิน กับความสำคัญต่อ เกษตรกรรมฟื้นฟู ในการผลิตกาแฟ

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ นับว่าเป็นหนึ่งปัญหาเร่งด่วน ที่ส่งผลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมกาแฟทั่วโลก และด้วยความรุนแรงที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ มันส่งผลร้ายกว่าที่เคยมีมา ผลการศึกษาในปี 2023 ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ กลายมาเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ” ต่อกระบวนการผลิตกาแฟ

ด้วยเหตุนี้เอง ผู้คนที่อยู่ในแวดวงหรืออุตสาหกรรมกาแฟ จึงได้คิดหาวิธีการใดก็ตาม ที่ทำให้การปลูกกาแฟ การค้ากาแฟ รวมถึงการขายกาแฟมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ผู้มีบทบาททั้งหลายในตลาดกาแฟ ให้ความสนใจในเรื่องนี้ เช่นเดียวกันมันขึ้นกับผู้บริโภค ที่พยายามที่จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ยั่งยืนมากขึ้น

Soil for Coffee

การผลิตกาแฟ เพื่อให้สิ่งนี้เกิดความยั่งยืนขึ้น และมีการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น การที่จะทำแบบนั้น ส่วนหนึ่งได้นำหลักการที่เรียกว่า regenerative agriculture หรือเกษตรกรรมฟื้นฟู นำมาใช้ในอุตสาหกรรมกาแฟ รวมถึงการใช้ประโยชน์ จากความรู้ที่มีอยู่และหลักการทางการเกษตรทั้งหลาย รวมถึงพยายามฟื้นฟูระบบนิเวศทางธรรมชาติที่เป็นอยู่

และหนึ่งปัจจัยที่ค่อนข้างมีความสำคัญมาก ที่จะมีส่วนกับการทำการเกษตรเชิงฟื้นฟูนี้ คือเรื่องของ คุณภาพดิน ซึ่งดินดังกล่าวท้ายที่สุดแล้วจะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของกาแฟโดยรวม หากปราศจากดินที่ดี ที่มีระดับความสมดุลย์ของสารอาหารที่เหมาะสม ผู้ผลิตก็จะไม่สามารถปลูกกาแฟที่มีคุณภาพสูงออกมาได้ แล้วเกษตรกรสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะปรับปรุงคุณภาพ และรักษาสุขภาพของดินเอาไว้ เหตุใดเรื่องของดินจึงมีความสำคัญมาก วันนี้เราจะชวนคุณมาคุยกัน

เกษตรกรรมฟื้นฟู คืออะไร

เกษตรกรรมฟื้นฟู regenerative agriculture ไม่มีคำจำกัดความอย่างเป็นทางการของคำคำนี้ แต่คำนี้ถูกใช้ครั้งแรก โดยสถาบัน Rodale ในช่วงทศวรรษ 1980 เพื่อที่จะทำการอธิบายภาพรวมของการทำการเกษตรอินทรีย์ แนวทางการปฎิบัติเกษตรกรรมฟื้นฟูอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลาย ได้แก่ การฟื้นฟูคุณภาพดิน การปกป้องสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นและสัตว์ป่า การส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการอนุรักษ์น้ำด้วย

โดยเกษตรกรรมเชิงฟื้นฟูดังกล่าว มีการปฎิบัติตามแนวทางที่เป็นระบบ และทำให้กระบวนการทางการเกษตรมีความยั่งยืนมากสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงบวกต่อธรรมชาติ ทั้งเรื่องของสภาพภูมิอากาศ คุณภาพดิน การนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงความเจริญงอกงามของธรรมชาติ โดยจะครอบคลุมทั้งพืชผลทางการเกษตร และระบบการเกษตรทั้งหมด

กล่าวก็คือ การดำเนินการทางการเกษตรเชิงฟื้นฟูนี้ จะทำหน้าที่สนับสนุนเกษตรกร เพื่อสามารถที่จะทำให้เพิ่มทั้งคุณภาพและผลผลิตได้ นอกจากนี้ ยังทำให้การทำการเกษตรมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้มากขึ้นด้วย

และการที่คุณภาพดินมีความสำคัญ ก็เนื่องจากว่าดินที่ดี เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นและสำคัญมากสำหรับการเจริญเติบโตของต้นกาแฟที่แข็งแรง หากดินมีระดับความอุดมสมบูรณ์ต่ำ มีค่า pH ในระดับต่ำ หรือมีความเป็นกรดสูง หรือเป็นดินที่อุ้มน้ำ มันก็จะจำกัดการเจริญเติบโต จำกัดผลผลิต และจำกัดคุณภาพของกาแฟ

เหตุใดดินจึงมีความสำคัญมาก

ก่อนอื่นเราไปทำความเข้าใจกันก่อน ว่าคุณภาพดินที่ดี มีการจำกัดความระดับไหน

ดินที่ดี คือสภาพดินที่ช่วยให้มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการของระบบรากที่แข็งแรง การที่รากจะแข็งได้ ดินจะต้องมีความอุดมสมบูรณ์ รวมถึงมีระดับความเป็นกรดที่ต่ำ มีการกักเก็บน้ำที่เหมาะสม มีช่องว่างภายในดินอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ที่จะสามารถระบายน้ำและกักเก็บน้ำได้เหมาะสม เรื่องของแร่ธาตุก็สำคัญไม่แพ้กัน การที่ที่ดินมีสุขภาพดี ยังทำให้เกิดแร่ธาตุจากสารอินทรีย์ต่างๆ ได้ดีด้วย ความต้านทานของดินต่อการกัดเซาะ ที่เกิดจากน้ำฝนก็เป็นสิ่งสำคัญ หากดินดีก็จะมีความต้านทานเหล่านี้สูง

ถึงแม้ว่าการผลิตกาแฟโดยการนำหลักการทาง เกษตรกรรมฟื้นฟู มาใช้งานนั้นจะมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องของดินก็นับว่ามีบทบาทสำคัญมากที่สุดประการหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นนี้นี่เอง

Coffee Nutrion

หากเป็นในระยะยาว การปรับปรุงคุณภาพของดินนั้น นับว่าเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดวิธีการหนึ่ง ในการรักษาผลผลิต และพืชผลได้ นอกจากนี้ยังทำให้พืชเหล่านี้ มีการปรับตัวให้เข้ากับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม อันเกิดจากผลกระทบสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงนี้ได้ด้วย ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างดิน กับผลผลิต จึงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างที่เราคาดไม่ถึง

นอกจากนี้ดินที่มีสุขภาพดี ยังมีอัตราการกักเก็บคาร์บอนได้มากขึ้นอีกด้วย สิ่งนี้สามารถช่วยในการปรับปรุงความยืดหยุ่น ทำให้พืชผลนั้นมีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้มากยิ่งขึ้น

แต่หากเรามองกลับกัน การที่มีโภชนาการพืชที่สมดุล บวกกับแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ก็นับว่ามีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสุขภาพ และคุณภาพของดิน นอกจากนี้ยังรวมไปถึงกิจกรรมทางธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นภายในดินด้วย การใช้ปุ๋ยมากจนเกินไป หรือการใช้ปุ๋ยที่เพิ่มระดับความเป็นกรด อาจเป็นอันตรายอันตรายต่อดิน และลดคุณภาพของดินได้ มันจะเข้าไปทำลายโครงสร้างของดิน วงจรการจัดการอาหาร และวงจรการจัดการน้ำของดินได้

เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟทำอะไรได้บ้างเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน

วิธีการที่มีประสิทธิภาพที่สุดวิธีการหนึ่ง สำหรับการปรับปรุงคุณภาพดินคือการให้ปุ๋ยที่มีคุณภาพสูง ปุ๋ยมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเพิ่มสารอาหารที่จำเป็นให้กับดินที่ต้นกาแฟต้องการ เมื่อทำการเก็บเกี่ยวเมล็ดเชอรี่กาแฟ สารอาหารจำนวนมากจะถูกดึงออกจากดิน ดังนั้นหากเราทำการปลูกพืชต่อไปโดยไม่ทำการจัดการดิน ไม่ทำการให้สารอาหารเพิ่มเติม ผลผลิตของต้นกาแฟก็จะลดลงเช่นเดียวกัน

และแน่นอนหากในระยะยาว สิ่งนี้อาจจะนำไปสู่การเสื่อมโทรมของดิน ผลผลิตก็จะลดคุณภาพลงไปอีก ด้วยเหตุนี้เองจึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสารอาหารลงไปให้ดิน เพื่อคงความอุดมสมบูรณ์ และทำให้ดินสามารถเพาะปลูกต้นกาแฟต่อไปได้เป็นอย่างดี

จุลินทรีย์หลายชนิด ยังทำการไปช่วยเสริม หรือทำการเรียกบรรดาไส้เดือน ซึ่งจะทำให้ดินของเราดีขึ้น สามารถลดความจำเป็นในการใช้ผลิตภัณฑ์เคมีที่เป็นอันตรายบางอย่างได้

เรื่องของการใส่ปุ๋ยให้ถูกเวลา ก็สำคัญมากเช่นเดียวกัน ดินจะต้องมีการระบายน้ำที่ดี โดยโดยที่มีค่า pH ที่แนะนำควรอยู่ระหว่าง 5.2 ถึง 6.3 และมีความสมดุล ของปริมาณสารอาหารที่เหมาะสม ซึ่งสารอาหารที่จำเป็นต่อดินได้แก่

  • ไนโตรเจน
  • ฟอสฟอรัส
  • โพแทสเซียม
  • แคลเซียม
  • แมกนีเซียม
  • ซัลเฟอร์ (กำมะถัน)
  • สังกะสี
  • โบรอน
  • สารอาหารรองอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่นทองแดง เหล็ก คลอรีน แมงกานีส นิกเกิล โมลิบดีนัม และโคบอลต์

และเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์จากการใช้ปุ๋ยให้มีคุณภาพมากที่สุด ผู้ผลิตกาแฟเองก็จำเป็นที่จะต้องเข้าถึงทรัพยากร และองค์ความรู้ กับแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่เหมาะสม นอกจากใช้สารอาหารที่เหมาะสม ยังจำเป็นต้องใช้เวลาเวลาที่เหมาะสม และปริมาณที่เหมาะสมด้วย

การปรับปรุงคุณภาพคุณภาพดิน กับประโยชน์ที่ได้ตลอดห่วงโซ่กันผลิตกาแฟ

ท้ายที่สุดแล้วการที่เราปรับปรุงคุณภาพดินให้ดี ค่อนข้างที่จะมีประโยชน์ตลอดทั้งกระบวนการการผลิตกาแฟ เมื่อดินมีสารอาหารที่เพียงพอ บวกกับมีจุลินทรีย์ในปริมาณที่เหมาะสม แน่นอนว่าทั้งผลผลิต และคุณภาพของกาแฟก็จะเพิ่มขึ้น

และสิ่งที่ตามมาก็คือ ผู้ผลิตกาแฟก็จะมีรายได้ที่มากขึ้น และสามารถที่จะลงทุนปรับคืนสู่ธุรกิจได้มากยิ่งขึ้น หากเป็นโรงคั่ว ก็สามารถที่จะจัดหากาแฟคุณภาพคุณภาพสูงขึ้นได้ ซึ่งทำให้ตลาดกาแฟพิเศษมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นไปอีก

ถือว่าค่อนข้างเป็นความท้าทายในอุตสาหกรรมกาแฟ กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ที่จะยิ่งทำให้ผลผลิตกาแฟลดลง แต่ความต้องการกาแฟในตลาดกาแฟจะมีมากขึ้น มีตัวเลขที่น่าสนใจจะ Conservation International ในรายรายงาน Coffee in the 21st Century เผยว่าภายในปี 2050 อุตสาหกรรมกาแฟจำเป็นที่จะต้องผลิตกาแฟเพิ่มเติม 4 ถึง 14 ล้านตันต่อปี เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของผู้คน

วิธีการที่เป็นไปได้มากที่สุด คือการที่จำเป็นจะต้องเพิ่มผลผลิต บนพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดเท่าเดิม ด้วยเหตุนี้เอง การรักษาและการส่งเสริมสุขภาพของดิน จึงถือเป็นเรื่องหนึ่งที่สำคัญ และถือเป็นขั้นตอนแรกในการขยายขนาดการผลิตเลยก็ว่าได้

เนื่องจากกาแฟเป็นพืชยืนต้น เมื่อปลูกทีนึงแล้ว เกษตรกรสามารถที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตแต่ละต้นได้ เป็นระยะเวลานานถึง 20 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนและการเตรียมดินอย่างเหมาะสมก่อนปลูก และในระหว่างเพาะปลูกด้วย

Coffee Soil Health

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เรียกได้ว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่ สำหรับการปลูกกาแฟ ด้วยเหตุนี้ทั้งอุตสาหกรรมกาแฟทั่ว จึงกำลังมองหาหนทาง ที่จะปรับตัวและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นนี้ วิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด นั่นก็คือการจัดการและการปรับปรุงคุณภาพของดิน ขั้นตอนนี้อาจเป็นขั้นตอนที่เล็กน้อย แต่ก็มีความสำคัญมาก สามารถที่จะสร้างความยืดหยุ่น ให้กับตลอดทั้งห่วงโซ่กาแฟได้ในระยะยาว