มนต์เสน่ห์จากกลิ่นกาแฟ

Share on facebook
Share on twitter

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในร้าน  กลิ่นกาแฟที่กำลังไหลผ่านเครื่องชงตรงหน้าบาริสต้าก็ทะลุแมสเข้าจมูกเต็ม ๆ  

นี่คือมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของร้านกาแฟที่ขาดไม่ได้

กลิ่นหอมอันคละคลุ้งจากการบดและชงกาแฟแก้วแล้วแก้วเล่า ในบรรยากาศสุดชิลแบบนี้จะช่วยให้ลูกค้าผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลาย และสุขใจไปกับกาแฟแก้วโปรดเป็นอย่างมาก

 มีผลการทดสอบจากนักวิจัยว่าด้วยเรื่องความหอมของกลิ่นกาแฟ พบว่า กาแฟจะมีกลิ่นหอมที่สุดคือตอนที่กำลังคั่ว รองมาคือขณะบด ส่วนการชงนั้นอยู่อันดับที่ 3

ประเด็นการคั่วในร้านกาแฟคงต้องตัดออกไป เพราะเป็นศาสตร์ที่ต้องอาศัยประสบการณ์จากผู้ชำนาญและผ่านการฝึกฝนมาอย่างช่ำชอง จึงจะสร้างสรรค์กาแฟคั่วที่ได้คุณภาพ ตอบโจทย์ลูกค้าตามกลุ่มเป้าหมาย

ดังนั้น บางร้านอาจใช้วิธีบดและชงทีละแก้ว  เพื่อให้ความหอมละมุนของกลิ่นกาแฟยังคงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งแน่นอน หัวใจสำคัญของกลิ่นหอมแบบนี้ต้องมาจากวัตถุดิบ คือเมล็ดกาแฟคุณภาพดีมี มาตรฐาน

บางร้านอาจใช้วิธีตั้งวางเครื่องบดและเครื่องชงให้อยู่ในตำแหน่งที่มีลมพัดเบา ๆ เพื่อให้กลิ่นกาแฟกระจายไปทั่ว และบางร้านอาจใช้สเปรย์พ่นกลิ่นกาแฟอัตโนมัติมาเป็นตัวช่วยเพิ่มบรรยากาศ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้ลิตบางรายผลิตกาแฟแต่งกลิ่นขึ้นมา โดยนำเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำ ราคาถูก มาแต่งกลิ่นด้วยสารสังเคราะห์เพื่อกลบจุดด้อย แล้วตั้งราคาขายที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่ากาแฟที่ผ่านกระบวนการคัดสรรและคั่วมาอย่างถูกต้อง เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างหนึ่งเพราะอาจได้รับอันตรายจากสารแต่งกลิ่นโดยไม่รู้ตัว

ความจริงเรื่องการแต่งกลิ่นกาแฟก็ไม่ใช่ของใหม่อะไรเพราะมีการปฏิบัติกันมานานแล้ว และเมื่อเข้าสู่ยุคที่มีการแข่งขันราคาสูงจึงทำให้เรื่องนี้ถูกนำมากล่าวถึงอีกครั้ง

ล่าสุดที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมอยู่ก็คือ การที่ ซาช่า เซสติก (Sasa Sestic) บาริสต้าหนุ่มใหญ่วัย 43 ชาวออสเตรเลีย อดีตแชมป์โลกบาริสต้า ออกมาเปิดประเด็นถึงปัญหา ‘การแต่งกลิ่นกาแฟ’ ที่ไม่ยอมบอกความจริงต่อผู้บริโภค ผ่านบทความในเว็บไซต์ข่าวสารธุรกิจกาแฟโลก เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา  

เป็นการบ่งบอกและยืนยันว่า ‘กลิ่นกาแฟ’ มีความสำคัญต่อผู้ดื่มมากจริง ๆ ดังนั้น แต่ละร้านจึงควรแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการเลือกกลิ่นกาแฟที่มาจากธรรมชาติของเมล็ดกาแฟจริง ๆ ไม่ใช่กลิ่นที่มาจากการปรุงแต่งหรือสังเคราะห์ เพราะการดึงกลิ่นกาแฟออกมาให้ผู้บริโภคได้สัมผัส คือการดึงเอาเอกลักษณ์ของเมล็ดกาแฟออกมาเพิ่มรสชาติกาแฟให้กลมกล่อม เป็นการเพิ่มบรรยากาศภายในร้านให้มีความละมุนละไม เกิดความสุนทรีย์ในอารมณ์ขณะดื่มอย่างที่สุด