กาแฟออร์แกนิก ว่าด้วยคุณค่า แนวทางการเกษตร และความต้องการของท้องตลาด - กาแฟดอยไทย

กาแฟออร์แกนิก ว่าด้วยคุณค่า แนวทางการเกษตร และความต้องการของท้องตลาด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ การเพาะปลูกรูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก คือการเพาะปลูกพืชต่างๆ ในรูปแบบของออร์แกนิก หรือแนวทางเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากผู้คนต้องการที่จะอนุรักษ์ ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์มากมาย หรือเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย ผู้คนหันมาสนใจ และให้ความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้แล้ว ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยังค่อนข้างที่จะมีความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ และมีการผลิตที่ใส่ใจในด้านของสิ่งแวดล้อมร่วมด้วย และในกาแฟเช่นเดียวกัน

กาแฟออร์แกนิก หรือแนวทางการเกษตรด้านการปลูกกาแฟออร์แกนิก ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่สังคมปัจจุบันให้ความสนใจ และเป็นที่ต้องการมากด้วยเช่นเดียวกัน อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ผู้คนหันมาสนใจด้านของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น บวกกับแนวทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ที่การปลูกกาแฟออร์แกนิกให้เราได้ นอกจากนี้หากขึ้นต้นด้วยคำว่าออร์แกนิก มันมักจะตามมาด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจต่อสุขภาพมากกว่า บวกกับแนวทางการผลิตที่ใส่ใจในด้านสิ่งแวดล้อมมากกว่าด้วย

Raw Arabica Picking

และวันนี้เราจะมาชวนคุยกัน แนวทางการปลูกกาแฟออร์แกนิก มันเป็นอย่างที่เรากล่าวไว้ข้างต้นจริงหรือไม่ ประโยชน์ที่เราจะได้ หรือคุณค่าจากกาแฟเหล่านี้มีอะไรบ้าง แนวทางการปฏิบัติมีความแตกต่างจากการปลูกกาแฟรูปแบบทั่วไปหรือไม่อย่างไร และแนวโน้มของตลาดในปัจจุบัน กับกาแฟออร์แกนิกเป็นอย่างไร

คุณค่าและประโยชน์ที่ได้ จากการเพาะปลูก กาแฟออร์แกนิก

การทำฟาร์มกาแฟในรูปแบบออร์แกนิกนั้น เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับในหลายแง่มุมด้วยกัน ไม่ว่าจะในแง่มุมของสิ่งแวดล้อม แง่มุมด้านการเกษตร รวมถึงอีกหลากหลายแง่ด้วย เกษตรออร์แกนิก กับการทำฟาร์มกาแฟนั้น ให้ประโยชน์และให้คุณค่าด้านใดบ้าง

คุณค่าด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ด้านแรกที่เห็นได้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา คือด้านของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เราต้องมาทำความเข้าใจว่า การทำการเพาะปลูกกาแฟออร์แกนิก หรือการทำฟาร์มในรูปแบบของเกษตรอินทรีย์ สำคัญเลยคือการใช้ปุ๋ยที่มาจากธรรมชาติ รวมถึงวิธีการจัดการกับศัตรูพืชต่างๆ ก็เป็นวิธีการที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติด้วยกันทั้งนั้น นั่นทำให้เป็นการลดการพึ่งพาสารเคมีสังเคราะห์ ซึ่งสารเคมีสังเคราะห์ดังกล่าวเหล่านี้ ท้ายที่สุดแล้วก็จะมาทำลายระบบนิเวศและแหล่งน้ำได้

คุณค่าด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ

นอกจากการอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การทำการเกษตรในรูปนี้สามารถอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพได้ การเพาะปลูกกาแฟแบบนี้ นอกจากไม่ทำลายธรรมชาติ ยังเป็นการทำให้พืชพรรณมีความหลากหลายตามธรรมชาติที่ควรจะเป็นด้วย สิ่งที่ตามมาก็คือ มันเป็นการสนับสนุนการเจริญเติบโตของทั้งสัตว์ และพืชที่อยู่บริเวณโดยรอบได้ อย่างที่เรารู้ว่าการทำฟาร์มกาแฟ ส่วนหนึ่งเป็นการทำฟาร์มกาแฟที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และเป็นฟาร์มในรูปแบบของป่า ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์และพืชพรรณที่อยู่บริเวณนั้น

คุณค่าด้านการอนุรักษ์ดิน

เทคนิคการเพาะปลูกกาแฟแบบนี้ อยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายวิธีการหรือเทคนิค ยกตัวอย่างวิธีการที่เราเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือการใช้ปุ๋ยหมัก หรืออาจจะเป็นการปลูกพืชสลับฤดูกาล สิ่งเหล่านี้ค่อนข้างที่จะช่วยในเรื่องการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นดิน อีกทั้งยังเป็นการปรับโครงสร้างของดินอีกด้วย สิ่งนี้ตามมาซึ่งพืชพันธุ์อื่น ที่ถูกปลูกบริเวณนี้ หรือแม้แต่กาแฟที่ปลูกเอง ก็จะมีความสมบูรณ์แข็งแรงมากยิ่งขึ้น และการเจริญเติบโตที่ดีกว่าด้วย

Landscape Coffee Farm

คุณค่าด้านความปลอดภัยของแรงงาน

เนื่องจากมีการหลีกเลี่ยงสารเคมีมากมาย ที่อาจเป็นอันตรายต่อคน พืช และสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เป็นแรงงานในฟาร์มนั้น หรือเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ทำให้สภาพแวดล้อมในการทำงานมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากลดความเสี่ยงในการสัมผัสกับสารเคมีที่เป็นพิษ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายของทั้งคนและสัตว์ได้ ดังนั้นการทำเกษตรอินทรีย์ หรือการปลูกกาแฟออร์แกนิก จึงมีคุณค่า และทำให้คนงานในฟาร์มปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น

วิธีการเพาะปลูกกาแฟออร์แกนิกเบื้องต้น

ในการเพาะปลูกกาแฟในรูปแบบออร์แกนิก หรือการทำเกษตรอินทรีย์ มีวิธีการการจัดการมากมายหลากหลายวิธีการ และมีหลักการในการจัดการมากมายมากมายด้วยเช่นเดียวกัน มีหลายสิ่งที่พึงกระทำ หากต้องการที่จะเปลี่ยนฟาร์มเป็นฟาร์มรูปแบบออร์แกนิก หรือเปลี่ยนแนวทางการเกษตรให้มีความเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น กับวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ และจำเป็นจะต้องทำมีดังนี้

การจัดการกับดิน

เกษตรกรกาแฟรูปแบบออร์แกนิกนั้น สิ่งแรกที่จะต้องทำคือการจัดการกับดิน ซึ่งสำคัญคือเป็นรากฐาน และเปรียบเสมือนสารอาหารขั้นต้นในการเจริญเติบโตของต้นกาแฟ สามารถทำได้หลากหลายวิธีการ วิธีการที่ดูเหมือนจะสำคัญมาก นั่นก็คือการทำปุ๋ยหมัก ซึ่งเป็นปุ๋ยที่ได้มาจากธรรมชาติ มีสารอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ วิธีการที่จะจัดเตรียมดินและทำให้ดินแข็งแรงอีกวิธีการ คือการปลูกพืชสำหรับฤดูกาล หรือจะเป็นการใช้มูลสัตว์ เพื่อช่วยในการเพิ่มระดับสารอาหารที่อยู่ในดิน และเปรียบเสมือนการปรับปรุงโครงสร้างของดินด้วยเช่นเดียวกัน

การจัดการกับแมลงและโรคภัย

โดยปกติแล้ว การปลูกพืชในรูปแบบทั่วไป วิธีการที่จะกำจัดแมลงศัตรูพืช และโรคภัยที่จะมารบกวนพืชพันธุ์ วิธีการที่ได้รับความนิยมมากสุดก็เห็นจะเป็นการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและแมลง ซึ่งหากเป็นแนวทางออร์แกนิกจะไม่ใช้วิธีการแบบนั้น โดยจะเปลี่ยนมาเป็นเป็นการใช้วิธีการจากธรรมชาติ ใช้สารสกัดต่างๆ ที่สกัดออกมาจากสิ่งที่ไม่เป็นอันตรายต่อพืช หรือแม้แต่การเลือกพันธุ์กาแฟ ที่นำมาปลูกเพื่อลดความเสี่ยงจากโรค ซึ่งพันธุ์กาแฟในปัจจุบันก็มีมากมายหลากหลายให้เลือก แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของพื้นที่ รวมถึงปัจจัยอื่นอีกมากมาย หรือแม้แต่การใช้สารเคมีบางชนิด ที่ยังได้รับการอนุญาตอยู่ และอยู่ในข้อจำกัดของการเป็นการทำเกษตรอินทรีย์อยู่

การควบคุมวัชพืช

มีกรรมวิธีควบคุมวัชพืชมากมาย ที่ยังคงครอบคลุมอยู่ในหลักการทำการเกษตรแบบอินทรีย์ แต่วิธีการจัดการกับวัชพืชด้วยมือมนุษย์ หรือการใช้ฟาง การปลูกพืชสลับฤดูกาลก็ได้ผลเช่นเดียวกัน แต่บางแนวทางก็ต้องยอมรับ ว่าอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นเข้ามาร่วมด้วย

การได้รับการรองรับมาตรฐาน

และเพื่อที่จะให้ฟาร์มกาแฟนั้นๆ ถูกยอมรับในฐานะว่าเป็นการทำฟาร์มกาแฟในรูปแบบออร์แกนิกจริง ทางฟาร์มจำเป็นต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน ที่มีการกำหนดไว้อย่างเข้มงวดโดยโดยองค์กรที่ทำการรองรับ เกี่ยวกับการทำการเพาะปลูกหรือการเกษตรแบบอินทรีย์ของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าการเพาะปลูกนั้น รวมถึงการดำเนินการด้านอื่น เป็นไปตามข้อกำหนด ข้อบังคับ และกฎระเบียบของการเพาะปลูกอินทรีย์

แนวโน้มตลาด และความเป็นไปได้ในอนาคต

แน่นอนว่าในปัจจุบัน ผู้คนหันมาใส่ใจกันมากยิ่งขึ้น เกี่ยวกับความปลอดภัยในสิ่งที่พวกเขาดื่มกิน การสืบถึงที่มาที่ไปของสิ่งที่พวกเขาบริโภคอยู่ หรือแม้แต่การให้ความรู้ในด้านใดด้านหนึ่ง เกี่ยวกับเครื่องดื่มหรืออาหารที่กินกัน นั้นทำให้แนวโน้มของตลาดของกาแฟออร์แกนิก เป็นไฟในทางที่ดี

Coffee Organic Label

ความต้องการจากผู้บริโภคที่เพิ่มสูงมากขึ้น

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในปัจจุบันผู้คนตระหนักรู้ในเรื่องของปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ในอนาคตจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น สภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเฉียบพลัน ปัญหาภาวะโลกร้อน ปัญหามลพิษต่างๆ ฝุ่นควัน หรือจะเป็นประเด็นในเรื่องของสุขภาพ ที่ผู้คนอยากรู้ว่าสิ่งที่พวกเขาดื่มกินในทุกวันนี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร ถูกผลิตขึ้นมาอย่างไร และท้ายที่สุดแล้ว มันจะคงอยู่ด้วยควบคู่ไปกับความยั่งยืนได้หรือไม่ โดยสิ่งเหล่านี้ ผลิตภัณฑ์แบบออร์แกนิก สามารถที่จะเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม และผู้คนกลุ่มหนึ่งเลือกที่จะบริโภค ที่เป็นตัวเลือกทั้งด้านความยั่งยืนและด้านของสุขภาพ

ราคาพรีเมี่ยม

หากเราลองไปเดินในห้างสรรพสินค้าต่างๆ เราจะพบว่าสินค้าในรูปแบบสินค้าออร์แกนิกนั้น มีราคาสูงกว่าสินค้าธรรมดาอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน และแน่นอนว่ากาแฟออร์แกนิกก็เช่นเดียวกัน มันมีราคาสูงกว่ากาแฟทั่วไปในท้องตลาด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเป็นไปอย่างเป็นธรรม ทั้งกับผู้บริโภค และกับเกษตรกรด้วย ทางด้านผู้บริโภค ควรที่จะมีการกำหนดราคากลางอย่างชัดเจน ไม่สูงเสียจนผู้บริโภคบริโภคไม่ไหว และการเป็นธรรมกับเกษตรกร คือราคาที่สูงขึ้นของสินค้า ควรที่จะไปสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยได้จริง รวมถึงในเรื่องของการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมด้วย

การขยายตลาด

ตลาดกาแฟออร์แกนิกนั้น เรียกได้ว่าเป็นตลาดที่กำลังขยายออกไปทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องโชคดีที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากทางผู้บริโภคแต่เดิมแล้ว รวมถึงตลาดที่มีการเติบโตใหม่ด้วย นั่นคือตลาดที่เป็นตลาดกาแฟพิเศษ หรือบรรดากาแฟสเปเชียลตี้ทั้งหลาย โชคดีที่ผู้บริโภคกาแฟโดยทั่วไป เปิดกว้างและยอมรับตลาดเหล่านี้ และคาดว่ามันก็จะมีการแพร่ขยายมากขึ้นไปอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่โชคดีของผู้ผลิต เกษตรกร และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่กาแฟที่มีอยู่มากมายหลากหลายทั่วโลก

ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้

ผู้บริโภคในปัจจุบัน ให้ความใส่ใจในเรื่องของความโปร่งใสในผลิตภัณฑ์ ที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ และการสามารถตรวจสอบหรือติดตามย้อนหลังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของพวกเขาได้ ข้อดีของการทำการเกษตรในรูปแบบออร์แกนิก คือการใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ ซึ่งส่วนมากแล้วกาแฟออร์แกนิก เป็นกาแฟที่ถูกทำออกมา เพื่อตอบรับในเรื่องนี้โดยเฉพาะ สามารถที่จะตรวจสอบที่มาที่ไปของผลิตภัณฑ์ หรือในที่นี้ก็คือตัวกาแฟเอง หรือให้ข้อมูลในด้านของความโปร่งใส ในกาแฟหนึ่งแก้วที่บริโภค เกษตรกรจะมีรายได้กับกาแฟแก้วนี้เท่าไหร่ หรือจะมีผู้ผลิตกาแฟในส่วนไหนได้รายได้ไปมากน้อยเพียงใด มีผู้ผลิตบางรายที่ใส่ใจในรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านี้ และแน่นอนว่าผู้บริโภคบางส่วนก็ชอบใจ และพร้อมที่จะสนับสนุนกาแฟเหล่านี้ด้วย

Organic Grind Coffee

โดยสรุปแล้ว การเพาะปลูกกาแฟแบบออร์แกนิกนั้น มีประโยชน์มากมายหลากหลายด้วยกัน ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม และต่ออุตสาหกรรมกาแฟโดยรวม แต่ประโยชน์ด้านการปรับปรุงคุณภาพของดิน และการปรับปรุงความหลากหลายทางชีวภาพ ไปจนถึงการที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในปัจจุบันต้องการกาแฟที่มีความยั่งยืนในการผลิต และมีการผลิตกาแฟอย่างโปร่งใส สามารถที่จะตรวจสอบได้

และก็เป็นโชคดีอีกประการหนึ่ง ที่ความต้องการของท้องตลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกเหล่านี้ ยังคงมีแนวโน้มที่ดีเสมอมา และคาดว่ามีแนวโน้มที่สูงขึ้นในอนาคตด้วย แต่ก็ต้องมีความสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ที่จะต้องมีคุณภาพสูง และมีความยั่งยืนในกระบวนการผลิตด้วยเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าในอนาคต กาแฟออร์แกนิกของเรา น่าจะเข้ามามีส่วนสำคัญในตลาดกาแฟระดับโลก และอาจจะถูกมองว่าเป็นกาแฟพิเศษรูปแบบหนึ่งก็เป็นได้