Coffee Pairing ว่าด้วยเรื่องการจับคู่ กาแฟกับอาหาร ทั่วโลก - กาแฟดอยไทย

Coffee Pairing ว่าด้วยเรื่องการจับคู่ กาแฟกับอาหาร ทั่วโลก

ในโลกของการกินอาหาร ก็เปรียบเสมือนโลกของศิลปะ มีการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การจับคู่อาหารกับไวน์ และที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือการจับคู่อาหารกับกาแฟ น่าสนใจที่อาหารและเครื่องดื่มทั้งสองนี้ เป็นสองสิ่งที่มีบทบาทสำคัญเพื่อเริ่มเช้าวันใหม่สำหรับใครหลายคน และสำหรับผู้คนทั่วโลกด้วย กาแฟนับว่าเป็นเครื่องดื่มที่สามารถเข้ากันได้กับอาหารทั่วโลก ทั่วโลกนิยมดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นประเทศในแถบยุโรป กับการมีอาหารหลากหลายรสชาติ ไปจนถึงวัฒนธรรมการกินที่เรียบง่ายของประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่า กาแฟกลิ่นหอมนี้ สามารถเข้ากันได้กับรสชาติและประเพณีท้องถิ่นในแต่ละประเทศ มอบรสชาติที่ยอดเยี่ยมและเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหารของเรา

Coffee and Bakerry

การจับคู่กับกาแฟและอาหาร ไม่เพียงทำให้เราได้เพลิดเพลินกับมื้ออาหารนั้นเท่านั้น แต่การเรียนรู้วัฒนธรรมกาแฟทั่วโลกกับอาหาร มันเปรียบเสมือนกับการที่เราได้รู้เรื่องราว ทั้งเรื่องราวท้องถิ่นและเรื่องราวในชุมชน นอกจากสิ่งนี้เป็นวัฒนธรรม การให้ความเพลิดเพลินแล้ว สิ่งนี้ยังเปรียบเสมือนศิลปะที่มีความงดงามและน่าสนใจ ซึ่งแต่ละท้องที่ต่างออกไป

ในวันนี้เราจะพาคุณเดินทางไปสำรวจเส้นทางของอาหารและกาแฟ แต่กาแฟรูปแบบโบราณในหลากหลายท้องที่ ไปจนถึงการเสิร์ฟกาแฟแบบที่เราคุ้นเคยกัน และอาหารแต่ละชนิดนั้นเข้ากันกับกาแฟแบบไหนบ้างในแต่ละท้องที่ ทำไมคนที่นั่นที่นี่จึงนิยมดื่ม กาแฟกับอาหาร แบบนั้น

เราจะพาคุณไปดูการดื่มเอสเพรสโซ่กับพิซซ่าในอิตาลี พาคุณไปดูการกินกาแฟกับไข่ในฮานอย หรือในโคลัมเบียเค้ากิน กาแฟกับอาหาร อะไรกัน เราจะเริ่มเห็นวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ทั้งเรื่องของวัฒนธรรมอาหารและวัฒนธรรมกาแฟของแต่ละประเทศ และนี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยที่เราหยิบมานำเสนอเท่านั้น ยังมีวัฒนธรรมกาแฟที่น่าสนใจของแต่ละท้องที่มากให้เราได้เรียนรู้

เอสเพรสโซ่กับขนมอบในอิตาลี

Espresso and Pastry

ร้านพิซซ่าที่มีผู้คนพลุกพล่านอยู่ตลอด กับร้านกาแฟที่ดูเงียบและอบอุ่นในประเทศอิตาลี น่าจะเป็นอะไรที่ไม่เข้ากันเสียเลย แต่การดื่มเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซ่ กับพิซซ่า หรือขนมอบต่างๆ ที่มีส่วนประกอบหลักคือแป้งนั้น เป็นประเพณีที่มีการทำกันมากกว่าพันปีแล้ว เอสเพรสโซ่จากอิตาลี เป็นเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นสูง แต่ก็ยังมีโครงสร้างภายในที่มีความนุ่มนวลและลึกซึ้ง ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของวัฒนธรรมกาแฟอิตาเลียนเลยก็ว่าได้ สิ่งนี้ถูกยกให้มีความสำคัญ เนื่องจากผู้คนเชื่อว่ามันสามารถปลุกความรู้สึก และกระตุ้นจิตใจได้เป็นอย่างดี จะมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มในแก้วเซรามิกขนาดเล็ก สิ่งนี้เป็นเพียงเครื่องดื่มเท่านั้นแต่ยังเป็นเหมือนพิธีกรรม ซึ่งผู้คนมักจะทำกันในช่วงวันหยุดพัก ภายใต้แสงแดดอบอุ่นของวัน

และที่จำเป็นต้องจับคู่กับเอสเพรสโซ่ แน่นอนว่าคือขนมหวานที่เป็นขนมอบหลากหลายชนิด ซึ่งมีความอร่อยไม่แพ้กัน ถูกโปะด้านบนด้วยชั้นบางๆ ที่มีทั้งรสหวานรสเปรี้ยว หรือจะเป็นขนมที่มีไส้ต่างๆ เอสเพรสโซ่กับขนมหวานแต่ละแบบ ก็ให้ประสบการณ์ทางรสชาติที่แตกต่างกันออกไป แต่ทั้งหมดนั้นล้วนแล้วมีเอกลักษณ์ ซึ่งความหวาน และความเปรี้ยวของขนมก็สอดคล้อง และเข้ากันได้ดีกับรสชาติเข้มข้นของเอสเพรสโซ่ การกินและดื่มสองสิ่งนี้ร่วมกัน เปรียบเสมือนการสร้างรสชาติที่น่าสนใจและเข้ากัน ทำให้รู้สึกพอใจและผู้คนอิ่มเอมกับช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้นได้

หัวใจของการจับคู่อาหารและเครื่องดื่ม คือศิลปะของทั้งสองสิ่งแตกต่างกัน แต่ก็มีความสมดุลอย่างไม่น่าเชื่อ ความขมของเอสเพรสโซ่ ผักกับความหวานของขนมเหล่านั้น สร้างความสมดุลที่เหมาะสม และยังช่วยในการเสริมรสชาติของทั้งสองด้วย ดังนั้นสิ่งนี้จึงถูกใช้ในวัฒนธรรมอาหารและเครื่องดื่มของประเทศอิตาลี ซึ่งยังสะท้อนถึงศิลปะการจับคู่อาหารที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ ที่เราได้เห็นการจับคู่นี้ ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่อย่างกรุงโรม ไปจนถึงบริเวณชายฝั่งที่อบอุ่นบนเกาะซิซิลี ตัวอย่างของการจับคู่ขนมหวานกับเอสเพรสโซ่ ถือว่าเป็นหลักการพื้นฐานของวัฒนธรรมอาหารอิตาเลียน ที่เราสามารถหยิบมาศึกษาได้ มันสะท้อนถึงการที่ผู้คนยังคงให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว แต่ก็ก็ยังคงเลือกเพลินกับความสุขที่เรียบง่ายได้ในชีวิต

กาแฟตุรกีกับบาคลาวา

Coffee and Baklava

ศิลปะการดื่มกาแฟในประเทศตุรกีนั้น มีรากฐานมาจากประเพณีและพิธีการ โดยปกติแล้ว ลักษณะที่โดดเด่นของกาแฟตุรกีคือจะมีความเข้มข้นสูง แต่ก็ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีความนุ่มนวลในตัว ดังนั้นก็เช่นเดียวกันกับหลายวัฒนธรรม กาแฟตุรกีไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มเท่านั้น มันยังเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของวัฒนธรรม และสะท้อนถึงการต้อนรับขับสู้ของชาวตุรกีต่อแขกผู้มาเยือน

หนึ่งในการจับคู่ยอดนิยม ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการดื่มกาแฟตุรกี คือการจับคู่กาแฟกับขนมที่มีชื่อว่า บาคลาวา ซึ่งเป็นขนมหวานของชาวตุรกี ค่อนข้างเป็นที่นิยมในในแถบเมดิเตอร์เรเนียน แต่สำหรับคนไทยอย่างเราอาจจะไม่ได้คุ้นเคยขนมชนิดนี้มากนัก รสชาติจะมีความหวานหอม จะทำจากแผ่นแป้งฟีลโล และถั่วเปลือกแข็ง เชื่อมติดกันด้วยน้ำเชื่อมหรืออาจจะใช้น้ำผึ้ง เป็นที่นิยมอย่างมากในแถบตุรกีและแถบตะวันออกกลาง รสชาติความหวานและความมันจากถั่ว

ดังนั้นจึงน่าแปลกใจเลยที่ผู้คนมักจะกินบาคลาวา คู่กับกาแฟ รสชาติหวานของขนม เข้ากันได้ดีกับความเข้มข้นของกาแฟ ซึ่งจะเป็นการเสริมรสชาติของทั้งสองให้เข้ากัน ทำให้รสชาติออกมาอร่อยและน่าลิ้มลองทั้งคู่

แต่การจับคู่ระหว่างขนมบาคลาวา กับกาแฟนั้น ไม่ได้ให้เพียงแค่ความสุขทางด้านอาหารเท่านั้น มันยังเปรียบเสมือนการมอบประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมของชาวตุรกี และใช้ในการประกอบการสนทนามากมาย คุณจะได้เพลิดเพลินกับช่วงเวลายามบ่าย หรืออาจจะใช้ในการเฉลิมฉลองในช่วงสุดสัปดาห์กับเพื่อนหรือครอบครัว สิ่งนี้แสดงออกอย่างชัดเจนถึงการต้อนรับแขกผู้มาเยือนของชาวตุรกี

ขนมวากาชิกับมัจฉะในญี่ปุ่น

Matcha and Wagashi

ศิลปะการดื่มชาในญี่ปุ่น เรียกได้ว่ามีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และถูกยกระดับให้เป็นมากกว่าเครื่องดื่ม ชามัจฉะนั้นนับว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มขึ้นชื่อจากญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ถึงแม้ว่าการดื่มชามักจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนก็ตาม แต่กลับได้รับความนิยมและถูกดัดแปลงมาให้เป็นของญี่ปุ่นโดยแท้ มัจฉะมักจะมาในรูปแบบของผงละเอียด ซึ่งได้มาจากใบชานำมาปลูก และทำการแปรรูปรูปแบบเฉพาะ เราจึงได้ชาผงสีเขียวสดใส บวกกับรสชาติอันเข้มข้นและความอุมามิแบบเต็มที่ สิ่งนี้ยังเป็นเครื่องดื่มซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสงบ และการอวยพรให้ผู้คนสมหวังในปัจจุบัน

ในญี่ปุ่นนิยมดื่มมัจฉะคู่กับขนมหวานหลากหลายชนิด แต่ที่อยากจะหยิบมานำเสนอ คือการดื่มมัจฉะกับขนมวากาชิ ขนมหวานดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่มีความสวยงามไม่เหมือนใคร วัตถุดิบหลักในการทำกาชิคือการใช้แป้งข้าวเหนียวและถั่วแดง กรรมวิธีในการทำก็มีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการนำไปปิ้ง นำไปเผา หรือนำไปนึ่ง โดยปกติแล้วขนมชนิดนี้มักจะเป็นขนมที่เป็นของว่างยามบ่าย และใช้ในพิธีชงชาด้วย นอกจากนี้ยังมีผู้คนมอบวากาชิให้เป็นของขวัญอยู่มากด้วยเช่นเดียวกัน

การจับคู่มัจฉะกับวากาชินั้น นอกจากเป็นเครื่องดื่มที่เข้ากันได้ดีกับขนมแล้ว ยังสื่อถึงปรัชญาญี่ปุ่นอย่างหนึ่งด้วย สิ่งนั้นถูกเรียกว่า “ อิจิโกะ อิจิเอะ” ซึ่งเน้นถึงความสำคัญของช่วงเวลานั้นๆ ว่าช่วงเวลานั้นจะเกิดขึ้นครั้งเดียวเพียงเท่านั้น ดังนั้นเราจึงควรเพลิดเพลินกับช่วงเวลานั้นให้ได้มากที่สุด ยินดีกับผู้คนที่พบเจอได้มากที่สุด สัมผัสถึงช่วงเวลาที่ได้ดื่มมัจฉะกับกินขนมวากาชิ และเข้าถึงความเงียบสงบได้มากที่สุด

นอกจากรสชาติอันยอดเยี่ยม และปรัชญาของญี่ปุ่นแล้ว การจับคู่มัจฉะกับขนมวากาชินั้น ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่มีความอบอุ่น และมีความเคารพต่อธรรมชาติ เราจึงเห็นการนำขนมชนิดนี้เข้าไปอยู่ในพิธีชงชาของญี่ปุ่น ตลอดจนการออกแบบอย่างละเอียดอ่อนของขนมชนิดนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความปราณีต และการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ กับการได้มาได้มาซึ่งความสุขที่เรียบง่าย

กาแฟเอธิโอเปีย กับขนมอึนเจอรา

Ethiopia Injera

บนที่ราบสูงของเอธิโอเปีย ที่ซึ่งเชื่อว่าต้นกำเนิดของกาแฟโลก พิธีกรรมด้านกาแฟต่างๆ เป็นแค่เพียงวิถีประจำวันของผู้คนที่นั่นเท่านั้น แต่มันยังเป็นประเพณีที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นศูนย์รวมของชุมชน และแสดงถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นด้วย ดังนั้นกาแฟในเอธิโอเปียจึงมีประเพณี ประวัติศาสตร์ และมีศิลปะอยู่ในนั้น พิธีการกาแฟในเอธิโอเปียเป็นเฉลิมฉลอง รวมถึงการต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วย

หัวใจหลักของพิธีการของเอธิโอเปียคือการเตรียมกาแฟ ซึ่งจะมีการเตรียมอย่างระมัดระวัง ใส่ใจในทุกรายละเอียด เมล็ดกาแฟจะถูกคั่วอย่างละเอียดอ่อน ทำให้กาแฟที่ได้มีกลิ่นหอม เมื่อคั่วเสร็จจะถูกบดด้วยมือ และใช้การน้ำร้อนแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า Jebena หรือเจเบนา

และแน่นอน สิ่งที่ผู้คนมักจะกินคู่กับกาแฟ ก็คือของหวานหรือขนมท้องถิ่นของเอธิโอเปีย ขนมที่ว่าก็คือ อึนเจรา ขนมขนมนี้ถูกเรียกด้วยหลายชื่อ ชื่ออื่นก็เช่นบิดเดนา หรือ ตัยทา ขนมอึนเจราจะเป็นขนมปังแผ่นแบน มีเนื้อสัมผัสเป็นรูขุ่นคล้ายกับฟองน้ำ แต่เดิมแล้วขนมชนิดนี้ทำมาจากแป้งที่เรียกว่าแป้งเทฟฟ์ ซึ่งเป็นแป้งที่เป็นฐานหลักของอาหารเอธิโอเปีย นำมาหมักจนเกิดรสเปรี้ยว อึนเจรานับว่าเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่งของเอธิโอเปียเลย เป็นอาหารที่มีส่วนสำคัญคล้ายกับข้าวหรือขนมปังในวัฒนธรรมของเรา ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้คนกินสิ่งนี้กับกาแฟ ที่มีความหนักและความขม

วิธีการด้านกาแฟของเอธิโอเปียนั้นมักจะทำกันเป็นกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนฝูง กับครอบครัว หรือกับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน ในการเตรียมกาแฟนั้น จะเทกาแฟลงในแก้วเล็กๆ ที่เรียกว่า Finjal หรือฟินญาล แน่นอนว่าจะถูกเสิร์ฟมาพร้อมกับจานที่เต็มไปด้วยอึนเจรา และของว่างตามประเพณีอื่นๆ

แน่นอนว่าประเพณีกาแฟในเอธิโอเปียเอง ไม่ได้เพียงแค่เป็นการสังสรรค์หรือการรวมกลุ่มกันเท่านั้น แต่มันยังเป็นเหมือนมรดกทางวัฒนธรรม ที่มีความน่าสนใจและความลึกซึ้ง ตั้งแต่วิธีการเตรียมเครื่องดื่มที่มีความซับซ้อน ไปจนถึงเครื่องเคียงที่ใช้เสิร์ฟกับเครื่องดื่ม แต่ละอย่างมีความหมายและมีความสำคัญ แสดงถึงตัวตนและจิตวิญญาณของชาวเอธิโอเปียอย่างน่าสนใจ

กาแฟ French Press เสิร์ฟพร้อมกับครัวซอง

French Press and Croissant

มีร้านกาแฟมากมายอยู่บนถนนใหญ่ในกรุงปารีส ศิลปะการกินของคนฝรั่งเศสนั้นถูกแสดงออกด้วยการหลากหลายวิธีการ กาแฟนับว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ และเป็นหนึ่งในวิถีประจำวันของคนท้องถิ่นและผู้มาเยือน มีกาแฟที่ดื่มกันมากมายมากมายในฝรั่งเศส แต่ก็มีรูปแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมทั่วโลก นั่นคือ French Press นับว่าเป็นหนึ่งในวิธีการสกัดกาแฟที่มีความโดดเด่นและความเรียบง่าย แต่ก็ยังมีความหรูหราอยู่ ให้รสชาติกาแฟที่ยอดเยี่ยม สมบูรณ์แบบ และเข้ากันได้อย่างลงตัวกับขนมปังครัวซองรูปแบบคลาสสิก

กาแฟ French Press นับว่าเป็นหนึ่งในกาแฟหรือวิธีการชงกาแฟที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก เครื่องชงกาแฟแบบ French Press จะเป็นกระบอกที่ทำจากแก้วหรือสแตนเลส จากนั้นจะมีก้านกดและตัวกรองกาแฟบด การชงกาแฟนี้ ค่อนข้างที่เรียบง่าย โดยที่ใช้กาแฟบดผสมกับน้ำร้อน แช่ไว้สักระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้น้ำได้ละลายสารประกอบที่อยู่ในกาแฟและได้รสชาติอย่างเต็มที่ จากนั้นจะทำการกดเพื่อแยกเครื่องดื่มออกจากตัวกาแฟบด

คู่ที่เข้ากันได้ดีกับกาแฟ French Press ก็เห็นจะเป็นครัวซอง หนึ่งรูปแบบของขนมปังฝรั่งเศสยอดนิยม ด้วยเลเยอร์ที่มีความสวยงาม บวกกับกลิ่นหอมของเนย ดังนั้นครัวซองจึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของอาหารฝรั่งเศสที่ยอดเยี่ยม เราจะเห็นการกินครัวซองในร้านอาหารยามเช้า ไปจนถึงร้านกาแฟยามสายที่มีแดดอ่อนๆ

ถึงกับมีบางคนกล่าวว่า การดื่มกาแฟคู่กับครัวซอง สามารถสะท้อนความเป็นปารีสได้เป็นอย่างดี เป็นการผสมผสานระหว่างความหรูหรา ความซับซ้อน และความเรียบง่ายไปในที จะว่าไปแล้วการดื่มกาแฟคู่กับขนมชนิดนี้ ก็นับเป็นประสบการณ์ทางรสชาติที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ร้านกาแฟในปารีส รวมถึงเราอาจเห็นร้านกาแฟทั่วโลก จับคู่ขนมชนิดนี้กับกาแฟ เพราะมันเป็นอะไรที่ลงตัวจริงๆ

กาแฟไข่เวียดนาม กับขนมปังบั๋นหมี่

Coffee and Banh Mi

หากใครที่เคยเดินไปในถนนของเมืองฮานอย ก็จะพบกับความน่าตื่นตาตื่นใจของอาหาร มีทั้งอาหารที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์ และอาหารที่มีความโดดเด่นแสดงถึงเอกลักษณ์ของประเทศเวียดนาม และที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ คือกาแฟของประเทศเวียดนามที่น่าสนใจ นั่นก็คือกาแฟไข่ ส่วนผสมและรสชาติของกาแฟเวียดนามที่หอมหวาน โดยการใส่ไข่และนมข้นจืดลงไป สร้างเครื่องดื่มที่มีรสชาติที่ยอดเยี่ยม มีความนุ่มลึก และอร่อยลงตัว

กาแฟขายค่อนข้างเป็นอะไหล่ที่น่าสนใจ สิ่งนี้สะท้อนถึงวัฒนธรรมของประเทศเวียดนามได้เป็นอย่างดี หลายคนอาจจะมองว่ามันไม่น่าจะเข้ากัน แต่มันปรับเข้ากันได้แบบลงตัว กาแฟไข่นั้นเกิดขึ้นจากการขาดแคลนนม ในช่วงภาวะสงครามของเวียดนาม ดังนั้นจึงนำไข่ไก่มาใช้เป็นทางเลือก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับยอดเยี่ยมอย่างไม่น่าเชื่อ มันเสริมให้เครื่องดื่มมีความละมุนมากยิ่งขึ้น จึงถูกปากของผู้คนในฮานอย และแขกผู้มาเยี่ยมเยือนด้วยเช่นเดียวกัน

สิ่งที่ผู้คนมักจะนำมากินคู่กับกาแฟไข่ คือขนมปังที่เรียกว่าบั๋นหมี่ เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมต่างชาติกับวัฒนธรรมเวียดนามที่น่าสนใจ ที่จริงแล้วคำว่า บั๋นหมี่ มีความหมายว่าขนมปังในภาษาเวียดนาม ดังนั้นอาหารชนิดนี้จึงคือขนมปังและสอดไส้ใส้ต่างๆ อาจจะเป็นหมูทอดเทอริยากิ ไก่ย่าง หรือเบคอน จากนั้นจะทำการใส่ผัก และใส่น้ำจิ้มลงไป มีความคล้ายกับเบอร์เกอร์ เป็นอาหารที่ขึ้นชื่ออย่างหนึ่งของเวียดนามเลย

ความน่าสนใจ ของการจับคู่กาแฟไข่กับบั๋นหมี่ คือมันสะท้อนถึงวัฒนธรรมเวียดนามได้อย่างยอดเยี่ยม มันเต็มไปด้วยความหลากหลาย เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมนานาชาติกับเวียดนาม กาแฟกับไข่ หรือขนมปังกับอาหารต่างชาติ และมาทำให้เป็นของเวียดนาม ซึ่งมันมีความน่าสนใจและมีความลึกซึ้งด้วย

ดังนั้นหากคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวฮานอย หรือหากไม่มีโอกาสแต่อยากได้รสชาติของความเป็นเวียดนาม ให้ลองจับคู่กาแฟไข่ กับขนมปังบั๋นหมี่ ทุกคำที่คุณได้สัมผัส คุณอาจสัมผัสได้ถึงรสชาติและการเฉลิมฉลองของวัฒนธรรมเวียดนาม การผสมผสานที่น่าสนใจของอาหารต่างชาติและอาหารประจำของประเทศอย่างลงตัว

กาแฟโคลอมเบีย คู่กับอาเรปา

Coffee and Arepa

วัฒนธรรมกาแฟโคลอมเบียก็น่าสนใจไม่แพ้กัน มีกาแฟโคลอมเบียที่ถูกเรียกว่า โคลอมเบียทินโต้ เรามาทำความเข้าใจคำนี้กันก่อน ทินโต้ Tinto เป็นภาษาสเปน แปลว่าไวน์ แต่สำหรับ โคลอมเบียทินโต้ มันก็คือกาแฟรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมแล้วมักจะเป็นที่นิยมของผู้ใช้แรงงาน แต่นานวันเข้า มันได้ถูกผนวกเข้ากับวัฒนธรรมของโคลอมเบีย และกลายเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มของวัฒนธรรม แสดงถึงการรวมตัวกัน การสังสรรค์ หรือการดื่มกาแฟเพื่อเฉลิมฉลองนั่นเอง ด้วยตัวกาแฟมีความเข้มข้นสูง ทำให้ผู้คนนิยมดื่มกันนั่นเอง

การจับคู่กาแฟตัวนี้ ผู้คนมักจะดื่มคู่กับอาหารที่ถูกเรียกว่า อาเรปา ลักษณะจะเป็นอาหารเช้า ที่ทำจากแป้งโดว์ข้าวโพด ส่วนผสมหลักนั้นอยู่ด้วยกันไม่กี่อย่าง มีแค่เกลือ น้ำมันพืช น้ำ และสิ่งสำคัญที่สุดคือแป้งข้าวโพดที่มีการปรุงสุกไว้อยู่แล้ว อาจมีการใส่สร้อยข้างในเช่นใส่ชีส ไข่ เนื้อ และใส่ผักลงไป

ผู้คนมักจะจะกินอาเรปาเป็นอาหารเช้า ดังนั้นจึงค่อนข้างเหมาะสมที่จะนำมาจับคู่กับเครื่องดื่มอย่างกาแฟ มันสะท้อนถึงวัฒนธรรมได้เช่นเดียวกัน ประเพณีการดื่มกาแฟของโคลอมเบีย มักจะดื่มเพื่อสังสรรค์ หรือรวมตัวกัน ดังนั้นการกินอาเรปา ควบคู่ไปด้วย จึงเป็นอะไรที่เหมาะสมและเข้ากันได้ดีอย่างลงตัว

นอกเหนือจากความสำคัญทางด้านวัฒนธรรมนี้ การจับคู่กาแฟตินโต้กับอาเรปา ยังสะท้อนถึงความยั่งยืนทางด้านการเกษตรของโคลอมเบียอีกด้วย เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าประเทศนี้ เป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ของโลก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่หล่อเลี้ยงผู้คนในประเทศมาก มันสะท้อนถึงการสนับสนุนชุมชน สนับสนุนประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน และแสดงให้เห็นถึงความเจริญของพื้นที่เพาะปลูกกาแฟในโคลอมเบีย

Coffee and Food Pairing

ยังมีวัฒนธรรมการจับคู่กาแฟกับอาหารอีกมากมายทั่วโลก ซึ่งแต่ละท้องที่ เครื่องดื่มและอาหารก็ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น และความเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละท้องที่มาเป็นอย่างดี การเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งในที่นี้ก็คือกาแฟเหล่านี้ ก็ถือเป็นเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตในอีกแง่มุมหนึ่ง ของผู้คนในอีกหลากหลายท้องที่ด้วย ดังนั้นหากใครได้มีโอกาสลองอาหารหรือเครื่องดื่ม หรือลองไปในแต่ละท้องที่ของโลก ลองสัมผัสกับกาแฟ และจับคู่กับอาหารเหล่านั้นดู คุณอาจจะได้เห็นแง่งาม และสิ่งที่น่าสนใจ อาจจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของแต่ละที่มากยิ่งขึ้นด้วย