กาแฟกับสุขภาพ ความเชื่อหรือความจริง - กาแฟดอยไทย

กาแฟกับสุขภาพ ความเชื่อหรือความจริง

กาแฟเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีการบริโภคอย่างแพร่หลายมากที่สุดในโลก สำหรับเครื่องดื่มชนิดนี้ที่มีรสชาติอันเข้มข้น มีกลิ่นหอมที่เย้ายวนใจ และยังเป็นเครื่องดื่มกระตุ้นสำหรับใครหลายคนให้มีพลังงานในการใช้ชีวิตต่อวันด้วย เครื่องดื่มชนิดนี้มีต้นกำเนิดมาจากป่าในเอธิโอเปีย และได้มีการเดินทางข้ามทวีป และข้ามกาลเวลามาเป็นเวลากว่าหลายศตวรรษ จนกลายมาเป็นเครื่องดื่มหลักในหลายวัฒนธรรม เราจะเห็นผู้คนดื่มกาแฟตั้งแต่ในร้านร้านกาแฟพลุกพล่านในแถบยุโรป ไปจนถึงแถบอเมริกา มาจนถึงเอเชียในบ้านเรา ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในวิถีประจำวัน และการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คนทั่วโลก

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเครื่องดื่มชนิดนี้จะได้รับความนิยมไปทั่วโลก แต่ผลกระทบของกาแฟต่อสุขภาพของคนนั้น ก็ยังเป็นหัวข้อที่มีการถกเถียงกันมานานกว่าหลายทศวรรษ บางคนกล่าวว่าเครื่องดื่มที่เรามักจะดื่มในตอนเช้าเป็นชีวิตประจำวันนี้ เป็นเครื่องดื่มที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพ และอาจทำให้เกิดโรคภัยมากมาย สิ่งเหล่านี้มีทั้งสิ่งที่เป็นเรื่องจริงและสิ่งที่คนมักจะเข้าใจผิดอยู่ แต่บางคนก็เชื่อว่ากาแฟเป็นเครื่องดื่มครอบจักรวาล มีประโยชน์มากมายและป้องกันโรคบางอย่างได้ ในขณะที่บางคนก็เตือนถึงผลกระทบด้านลบ มีแต่ยังเบาคือการนอนไม่หลับ ไปจนถึงร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคหัวใจ

ด้วยการที่มีข้อมูลขัดแย้งกันมากมายเหล่านี้เหล่า แน่นอนว่าเราเกิดความสับสน ทำให้ผู้คนที่ดื่มกาแฟอยู่ทุกวันสงสัยว่า จริงๆ แล้ว เครื่องดื่มของเรานี้มันส่งผลดีหรือผลเสียกันแน่ แต่ก็ต้องขอบคุณวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ มีการวิจัยมากมายเกิดขึ้นทั่วโลก และค่อยๆ ให้ความกระจ่างกับเราเกี่ยวกับผลกระทบของ กาแฟกับสุขภาพ

Coffee Oil

ในบทความนี้เอง เราจะพาคุณไปดูเกี่ยวกับความเชื่อ และเรื่องจริงที่ผู้คนเขาพูดกัน เรื่องผลกระทบของ กาแฟกับสุขภาพ สิ่งที่หยิบมานำเสนอนี้เป็นข้อมูล ที่มีการวิจัยและการศึกษาเกี่ยกับ กาแฟกับสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ดื่มกาแฟที่ดื่มกาแฟในทุกวัน หรือคนที่ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสุขภาพและกาแฟ วันนี้เราจะพาคุณมาดูเรื่องราวเหล่านี้ หยิบแก้วกาแฟของคุณขึ้นมา แล้วมาดูข้อมูลเหล่านี้ ว่าสิ่งที่คุณเชื่ออยู่นั้นเป็นความเชื่อหรือเป็นความจริง

ความเชื่อที่ 1 กาแฟทำให้ร่างกายหยุดการเจริญเติบโต

หนึ่งในความเชื่อที่แพร่หลายเกี่ยวกับการดื่มกาแฟ คือมันทำให้ร่างกายของเราหยุดการเจริญเติบโต ความเชื่อนี้คาดว่าน่าจะมาจากที่ผู้คนมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของคาเฟ่อีนต่อกระดูก แต่อย่างไรก็ตามก็มีงานวิจัยหลากหลายออกมาที่หักล้างความเชื่อนี้ งานวิจัยมีการระบุว่า การบริโภคกาแฟในระดับปานกลาง ไม่ได้ส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก และก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทั้งในเด็กและในผู้ใหญ่ แต่สิ่งสำคัญคือการบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม แน่นอนว่าการบริโภคคาเฟ่อีนที่มากเกินไปมันจะรบกวนการดูดซึมแคลเซียม แต่การบริโภคในระดับทั่วไปนั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงใดใดเลย สำหรับเด็กและวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต การกินอาหารที่สมดุล ซึ่งมีแคลเซียมและสารอาหารอื่นอยู่อย่างเพียงพอ สำคัญมากกว่าการหลีกเลี่ยงกาแฟโดยสิ้นเชิง

ความจริง กาแฟอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูนอิสระ

กาแฟเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูนอิสระมากมาย ซึ่งเป็นสารสำคัญที่จะช่วยต่อสู้กับการออกซิเดชันในร่างกาย รวมถึงการอักเสบมากมายด้วย สารต้านอนุมูนอิสระเช่นกรดคลอโรจินิก และเมลานอยด์ ที่พบในกาแฟสามารถช่วยในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ งานวิจัยยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมักจะความเสี่ยงต่ำกว่าที่จะเป็นโรคร้ายแรงหลายชนิด อย่างเช่นโรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือโรคมะเร็งบางประเภท นั้นทำให้กาแฟไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นเราในยามเช้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องดื่มที่มีศักยภาพในด้านสุขภาพในระยะยาวด้วย โพลีฟีนอลในกาแฟ ยังช่วยในการเสริมคุณสมบัติด้านการต้านอักเสบ ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น

ความเชื่อที่ 2 กาแฟทำให้เกิดโรคหัวใจ

เป็นเวลากว่าหลายปี ที่มีความเชื่อว่ากาแฟมีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจ เนื่องจากมีคาเฟ่อีนซึ่งสามารถทำให้ความดันเลือดสูงขึ้นชั่วคราว แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความเชื่อมโยงใดใดเลยโดยตรงระหว่างการบริโภคกาแฟกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการเกิดโรคหัวใจ อันที่จริงแล้ว บางการศึกษายังมีการแนะนำ ให้ดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะ ที่อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจด้วยซ้ำ สิ่งสำคัญเลย คือการที่เราจำเป็นจะต้องรู้ว่าร่างกายของเราตอบสนองต่อคาเฟอีนมากน้อยเพียงใด ผู้ที่มีภาวะหัวใจบางอย่างควรปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้ กาแฟยังมีแมกนีเซียมและโพแทสเซียม ซึ่งเหล่านี้ส่งผลดีต่อความดันเลือด

ความจริง กาแฟอาจช่วยเสริมการทำงานของสมอง

ผลกระตุ้นของกาแฟต่อสมองนั้น เคยมีการศึกษาไว้แล้ว คาเฟอีนนับว่าเป็นส่วนประกอบหลัก ที่อยู่ในกาแฟของเรามีการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท มันจะทำหน้าที่ยับยั้งอะดีโนซีน ซึ่งซึ่งเป็นสารสื่อประสาท นั่นทำให้ร่างกายของเรามีความตื่นตัวและมีสมาธิเพิ่มขึ้น การบริโภคกาแฟเป็นประจำ มีความเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของการเสื่อมสภาพทางปัญญา และโรคประสาทเสื่อมด้วย อย่างเช่นพวกโรคอัลไซเมอร์ หรือพาร์กินสัน ผลดีเหล่านี้เป็นผลมาจากคาเฟอีน และสารประกอบมากมายที่อยู่ในกาแฟ เราจึงอาจกล่าวได้ว่า ความสามารถของกาแฟช่วยในการเสริมสร้างอารมณ์และปรับปรุงการทำงานของสมอง ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพทางด้านสติปัญญาได้

ความเชื่อที่ 3 กาแฟทำให้ร่างกายขาดน้ำ

เนื่องจากคาเฟอีน มักจะเป็นสิ่งที่หลายคนรับเข้าไปแล้วปัสสาวะบ่อย ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่ากาแฟมีส่วนทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ แต่อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยระบุให้เห็นว่า การที่เราดื่มกาแฟซึ่งเป็นของเหลว สามารถที่จะชดเชยผลของการขับปัสสาวะของคาเฟอีนได้ แม้ว่าคาเฟอีนจะมีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะจริง แต่ปริมาณน้ำที่อยู่ในกาแฟ ก็ช่วยในการรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายได้ ดังนั้นการดื่มกาแฟในระดับปานกลาง ไม่ได้ทำให้ร่างกายของเราขาดน้ำแต่อย่างใด มันมีการชดเชยน้ำที่อยู่ในเครื่องดื่มของเราอยู่แล้ว นอกจากนี้หากเราลองสังเกตดูคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีความทนทนทานต่อผลของการขับปัสสาวะของคาเฟอีนได้มากยิ่งขึ้น ทำให้คาเฟอีนทำอะไรพวกเขาไม่ได้ในที่สุด

ความจริง กาแฟมีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก กาแฟอาจจะมีส่วนช่วยได้ในบางส่วน คาเฟอีน เป็นสารที่ช่วยในการเพิ่มอัตราการเผาผลาญ และยิ่งเป็นการเผาผลาญไขมันได้ในระยะสั้น มีบางการศึกษาแนะนำว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำยังสามารถที่จะรักษาน้ำหนักได้ดีกว่า แต่อย่างไรก็ตาม กาแฟที่บริโภคต้องเป็นกาแฟที่ไม่มีการใส่น้ำตาล หรือสารปรุงแต่งอื่นที่มีแคลอรี่สูงลงไปด้วย เพื่อที่จะได้ประโยชน์สูงสุด กาแฟดำหรือกาแฟที่มีการเติมแต่งน้อย สามารถเป็นเครื่องดื่มซึ่งเป็นทางเลือกในการควบคุมน้ำหนักได้ นอกจากนี้ คาเฟอีนยังทำหน้าที่ในการลดความอยากอาหาร ทำให้ลดการบริโภคหรือนำแคลอรี่เข้าสู่ร่างกายได้

น้ำสำหรับชงกาแฟ

ความเชื่อที่ 4 กาแฟทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับและอาการวิตกกังวล

จริงอยู่ที่ว่าการบริโภคคาเฟอีน เปรียบเสมือนการได้รับสารกระตุ้นเข้าไปที่จะไปรบกวนการนอนหลับได้ ในกรณีที่เราบริโภคในเวลาที่ใกล้เวลานอนของเรามากเกินไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า กาแฟจะส่งผลไม่ดีต่อการนอนหลับของเรา กุญแจสำคัญคือการจัดการเวลาในการบริโภค สำหรับผู้คนส่วนใหญ่นั้น ช่วงบ่ายแก่ๆ เราก็มักจะงดหรือไม่ดื่มกาแฟกันแล้ว ซึ่งสิ่งนี้สามารถป้องกันการรบกวนการนอนหลับของกาแฟได้ ส่วนในเรื่องของความวิตกกังวล แต่ละบุคคลจะมีความไวต่อคาเฟ่คาเฟ่อีนที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจรู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับสูงขึ้น ขณะที่บางคนอาจจะไม่รู้สึกถึงผลกระทบใดเลย สิ่งสำคัญคือเราควรดูร่างกายของเราและปรับการบริโภคให้เหมาะสม

ความจริง กาแฟสนับสนุนการทำงานของตับ

กาแฟได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องดื่มที่สนับสนุนการทำงานของตับ การบริโภคกาแฟเป็นประจำ มีความเกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงของโรคในตับ อย่างเช่นโรคตับแข็ง โรคไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ และโรคมะเร็งตับ สารประกอบในกาแฟ ทั้งคาเฟอีน และสารต้านอนุมูนอิสระอื่น ยังช่วยในการลดการอักเสบและป้องกันเซลล์จากการได้รับความเสียหาย ดังนั้นเราจึงอาจกล่าวได้ว่าการเราดื่มกาแฟ เป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสุขภาพของตับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับ

ความเชื่อที่ 5 กาแฟทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน

มีอีกหนึ่งความเชื่อ ที่ผู้คนเชื่อกันมาก คือการดื่มกาแฟสามารถทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ โดยมันจะลดการดูดซึมแคลเซียม จึงอยู่ที่ว่าคาเฟอีน จะลดการดูดซึมแคลเซียมในปริมาณเล็กน้อย แต่ผลของมันนั้นเล็กน้อยมาก และไม่มีส่วนอย่างมีนัยยะสำคัญต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนเลย กลับกัน มีงานวิจัยว่าผลกระทบนี้เกิดขึ้นชั่วคราว และไม่มีผลในระยะยาวต่อสมดุลแคลเซียมในร่างกาย นอกจากนี้แล้ว ร่างกายของเรายังสามารถปรับตัวให้เข้ากับผลของการกระตุ้นเหล่านี้

ความจริง กาแฟอาจมีผลป้องกันต่อโรคเกี่ยวกับกระดูกบางชนิด

ในงานวิจัยจากหลายหลายงานพบว่า การดื่มกาแฟในปริมาณที่ปานกลาง ไม่ได้มีผลกระทบต่อสุขภาพของกระดูกอย่างมีนัยยะสำคัญ กลับกันในความเป็นจริง ยังมีงานวิจัยบางชิ้นแสดงให้เห็นว่า กาแฟอาจจะมีผลป้องกันต่อโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับกระดูกบางชนิดด้วยซ้ำ มีงานวิจัยที่เผยแพร่ใน American Journal of Clinical Nutrition สรุปได้ว่า ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน งานวิจัยอื่นที่ได้รับการเผยแพร่ใน Journal of Bone and Mineral Research ยังบอกว่า การบริโภคกาแฟไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับความหนาแน่นของกระดูกในผู้สูงอายุชายและหญิง การรักษาอาหารให้ความสมดุล โดยการบริโภคทั้งแคลเซี่ยมและวิตามิน โดยเฉพาะวิตามินดี พร้อมกับการออกกำลังกาย ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างกระดูกให้แข็งแรง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะมันมีผลต่อสุขภาพของกระดูกเลย การเลือกอาหารที่เหมาะสมและมีความสมดุล ค่อนข้างอะไรที่สำคัญมากกว่า

ความเชื่อที่ 6 กาแฟดีแคฟ เป็นกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีนเลย

ผู้คนมักจะคิดว่า กาแฟซึ่งเป็นดีแคฟ หรือที่หลายคนเรียกกันว่ากาแฟปราศจากคาเฟอีน คือกาแฟหรือเครื่องดื่มที่ไม่มีคาเฟอีนอยู่ข้างในอยู่เลย อันที่จริงแล้วด้วยชื่อของมัน จึงอาจสร้างความสับสนได้ ทำให้หลายคนบริโภคเครื่องดื่มชนิดนี้ โดยที่ไม่ได้คำนึงหรือกังวลเกี่ยวกับคาเฟอีนที่อยู่ข้างในเลย แท้จริงแล้วถึงจะถูกเรียกแบบนั้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียว

ความจริง กาแฟดีแคฟ ยังคงเป็นกาแฟที่มีปริมาณคาเฟอีนอยู่เล็กน้อย

แม้ว่ากาแฟดีแคฟ จะเป็นกาแฟที่ผ่านกระบวนการที่นำเอาคาเฟอีนออกไปแล้วในปริมาณที่มาก แต่มันก็ไม่ได้เป็นกาแฟที่ปราศจากคาเฟอีนเสียเลย กระบวนการดึงเอาคาเฟอีนออก โดยทั่วไปแล้วจะสามารถขจัดออกไปได้อยู่ที่ประมาณ 97% ในเมล็ดกาแฟ ยังคงเหลือคาเฟอีนอยู่ในปริมาณที่เล็กน้อย ดังนั้นกาแฟดีแคฟแก้วมาตรฐาน ที่เสิร์ฟกันอยู่ในร้านร้านกาแฟนั้นจะให้คาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 2 ถึง 5 มิลลิกรัม เปรียบเทียบกับปริมาณ 95 มิลลิกรัมของกาแฟปกติ แสดงให้เห็นว่ามีจำนวนน้อยกว่ามาก แต่ก็ไม่ได้เป็น 0 เสียทีเดียว ยังคงต้องระวังสำหรับผู้ที่มีความไวต่อคาเฟอีน หรือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงสำหรับเหตุผลทางการแพทย์อื่นๆ

สำหรับผู้คนปกติทั่วไปส่วนใหญ่ ที่ต้องการลดปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับ การดื่มกาแฟปราศจากคาเฟอีนในปริมาณปานกลาง ไม่น่าจะทำให้เกิดผลกระทบของคาเฟอีนบางอย่างที่ไม่ถูกโรคกับคนคนนั้น แต่สำหรับผู้ที่มีความไวต่อคาเฟอีน หรือต้องการจำกัดปริมาณที่ได้รับ ก็อาจจะต้องระวังหากบริโภคในปริมาณมาก สำคัญคือการพิจารณาระดับการไวต่อคาเฟอีนของแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจปรึกษาแพทย์ดีที่สุด

Decaf concept

ความเชื่อที่ 7 กาแฟทำให้เกิดกรดไหลย้อน

อันนี้จะเป็นอันที่ผู้เขียนได้ยินบ่อยมาก กับการที่ว่ากาแฟเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นอาการที่อาจจะรู้สึกไม่สบาย หรือรู้สึกแสบร้อนกลางหน้าอกหลังจากที่มีการบริโภคกาแฟ ดังนั้นหลายคนจึงเชื่อว่ากาแฟทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน มีการพยายามศึกษาและวิจัยมากมาย และนี่คือบทสรุปของการวิจัยนั้น

ความจริง กาแฟมีส่วนทำให้เกิดกรดไหลย้อนจริง แต่ก็มีรายละเอียดอื่นอยู่มาก

กาแฟมีสารกระตุ้นมากมายที่ทำให้ทางเดินอาหารของเรามีการสร้างกรดมากยิ่งขึ้น ทั้งคาเฟอีน และบรรดาโกรธมากมายที่อยู่ในกาแฟ ความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกาแฟกับอาการกรดไหลย้อน เป็นเรื่องที่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคลและค่อนข้างซับซ้อน มีบางงานวิจัยรายงานว่า การบริโภคกาแฟดีแคฟ ทำให้อัตราของกรดไหลย้อนมีน้อยลงหากเทียบกับการดื่มกาแฟปกติ แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยที่มีผล ทั้งชนิดของเมล็ดกาแฟที่นำมาใช้ วิธีการในการสกัดกาแฟ รวมถึงระดับความทนทานของแต่ละบุคคลด้วย ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นกาแฟคั่วเข้ม ที่มักจะมีระดับความเป็นกรดอยู่ค่อนข้างต่ำ อาจจะไปกระตุ้นการเกิดกรดไหลย้อนน้อยกว่า หากเป็นกาแฟคั่วอ่อน ระดับความเป็นกรดสูงขึ้น ก็ไปกระตุ้นการเกิดกรดไหลย้อนได้มากขึ้น

หากใครเกิดอาการแสบร้อนกลางอก หรืออาจเกิดอาการกรดไหลย้อน แต่ก็ยังคงอยากที่จะดื่มกาแฟ เราอาจจะลองดื่มกาแฟหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์กาแฟอื่น หรือการคั่วกาแฟแบบอื่น ใช้วิธีการสกัดที่แตกต่างกันออกไป หรือลดปริมาณของการบริโภค เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่ก็เป็นการช่วยได้ส่วนหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงอาหารและวิถีชีวิตก็สำคัญเช่นเดียวกัน อย่างเช่นการพยายามหลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ก่อนนอน และการรักษาน้ำหนักให้คงที่สมส่วน ยังสามารถช่วยในการจัดการกับกรดไหลย้อนได้บางส่วนด้วย

ความเชื่อที่ 8 กาแฟทำให้เกิดมะเร็ง

ความกังวลดังกล่าวนี้เป็นความกังวลที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะสารประกอบตัวสำคัญ อย่างอะคริลาไมด์ ซึ่งเป็นสารประกอบที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการขั้วเมล็ดกาแฟ อะคริลาไมด์ถูกระบุว่า เป็นสารซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง จากการที่มีการศึกษาในสัตว์ ทำให้เกิดความกังวลว่าการมีสารอะคริลาไมด์ในกาแฟ จะกลายเป็นสารก่อมะเร็งหรือไม่

ความจริง กาแฟไม่ได้มีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็ง

จากการศึกษาที่ได้รับมาตรฐานมาตรฐานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาโดยองค์การอนามัยโลก การศึกษาโดยสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา พบว่าไม่ได้มีหลักฐานที่สมบูรณ์ในการเชื่อมโยงการบริโภคกาแฟกับการเกิดมะเร็งในมนุษย์ ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีการศึกษามากมาย ที่บอกว่าการบริโภคกาแฟอาจจะมีผลป้องกันต่อโรคมะเร็งบางชนิดด้วยซ้ำ มีการพยายามอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ โดยการกาแฟมีสารต้านอนุมูนอิสระ อย่างกรดคลอโรเจนิก เมลานอยด์ และกรมากมาย ซึ่งสามารถที่จะยับยั้งอนุมูนอิสระที่เสียหายในร่างกาย และลดการออกฤทธิ์ที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิดมะเร็ง นอกจากนี้ การบริโภคกาแฟยังมีความเชื่อมโยงกับระดับการอักเสบที่ต่ำลง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งหลายชนิด

ยังมีการศึกษาว่า การบริโภคกาแฟอย่างสม่ำเสมออาจจะลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นหนึ่งในชนิดของมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก การศึกษาบางอันยังพบว่า มีผลในการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้บางส่วนด้วย แต่ก็ไม่ได้มีการฟันธง ยังคงจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกมากมายเพื่อให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคกาแฟและความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง

แต่โดยรวมแล้ว จากหลักฐานปัจจุบันชี้ให้เห็น ว่าการบริโภคกาแฟอย่างสม่ำเสมอไม่น่าจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง กลับการมันอาจจะมีประโยชน์ด้วยซ้ำ แต่ก็เหมือนสิ่งที่เราบริโภคอื่น การที่เราได้รับอย่างพอเหมาะเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ควรพิจารณาเกี่ยวกับวิถีการใช้ชีวิตของเรา สุขภาพโดยรวมของเรา การที่เราจะบริโภคกาแฟ

คำแนะนำสำหรับการบริโภคกาแฟอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. เลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพ การเลือกเมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูง หรืออาจจะเป็นแบบออร์แกนิก เป็นสิ่งที่ดี อาจจะทำให้เราหลีกเลี่ยงสารเคมีฆ่าแมลง นอกจากนี้ยังได้รสชาติที่ควรจะเป็นของกาแฟอย่างเต็มที่
  2. ระมัดระวังการใช้สารปรุงแต่ง อาจจะจำกัดการใส่น้ำตาล ครีม หรือไซรัปสำหรับการดื่มกาแฟ หากหากอยากใช้สารปรุงแต่ง อยากจะแนะนำทางเลือกที่มาจากธรรมชาติเช่นนมอัลมอนด์ หรือน้ำมะพร้าว
  3. เวลาในการดื่มก็สำคัญ แนะนำให้ดื่มกาแฟในช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายต้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจะไปรบกวนการนอนของคุณ
  4. ดื่มน้ำให้เพียงพอ การบริโภคกาแฟของเรา ควรจะทำไปพร้อมกับการที่เราดื่มน้ำเพียงพอต่อวัน เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื้นในร่างกายของเรา
  5. ระมัดระวังจำนวนและปริมาณที่เราดื่ม ควรจะได้รับในจำนวนและปริมาณที่เหมาะสม ตัวสำคัญเลยคือคาเฟอีน ร่างกายของเราได้รับปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะสมกับความต้องการต่อวัน ซึ่งของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน

หากมีการปฏิบัติตามแนวทางเหล่านี้ เราก็สามารถที่จะให้กาแฟเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ที่ให้ประโยชน์กับเราได้อย่างเต็มที่ เพียงแค่เราสนุกกับการดื่มกาแฟ อย่างมีความรับผิดชอบต่อตนเอง เราจะไม่เพียงได้รสชาติที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของเราอีกด้วย

Health Care for Coffee Lover

เราได้เห็นประโยชน์ของกาแฟต่อสุขภาพที่มีมากมาย หากเรามีการดื่มอย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่พอเหมาะ มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าหากเราอยากดื่มกาแฟแล้วได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เราก็ไม่ควรที่จะดื่มเกิน 4 แก้ว ในแก้วของเรา 8 ออนซ์ ถือว่าเป็นปริมาณที่ปลอดภัยสำหรับผู้คนส่วนใหญ่ กลับกันหากบริโภคมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ อย่างเช่นอาจเกิดอาการนอนไม่หลับ รู้สึกใจสั่นตลอดเวลา และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร ผู้คนมีปัญหาด้านสุขภาพบางอย่าง หรือสตรีตั้งครรภ์อยู่ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการบริโภคกาแฟส่วนบุคคลด้วย

ท้ายที่สุดแล้ว เราจะสรุปว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณค่ามากมายไม่เพียงแค่เป็นเครื่องดื่มที่เราดื่มให้ตื่นนอน หรือมีแรงในการทำงานเท่านั้น มันมีความซับซ้อนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน ในบทความนี้อาจช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องที่คุณเข้าใจผิดมาเนิ่นนานบ้าง แต่การที่ดื่มกาแฟและได้รับประโยชน์ แน่นอนว่าควรดื่มอย่างสม่ำเสมอ จำกัดการดื่มต่อวัน และหมั่นดูแลตัวเอง ตรวจเช็คตัวเองอยู่เสมอด้วย