โกโก้ รสชาติหอมหวานที่กำลังจะหายไปจากโลกของเรา - กาแฟดอยไทย

โกโก้ รสชาติหอมหวานที่กำลังจะหายไปจากโลกของเรา

หนึ่งในของหวานหรือขนมหวานที่ผู้คนทั่วโลกหลงรัก ก็คงจะหนีไม่พ้นช็อกโกแลต การที่เราได้ลิ้มลองและกลิ่นช็อกโกแลตอันหอมหวานและนุ่มละมุนลิ้นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครก็ปรารถนา ช็อกโกแลตดังกล่าวเป็นผลผลิตที่ถูกทำมาจากพืชอย่างโกโก้ รู้หรือไม่ว่าในปัจจุบัน เรากำลังเสี่ยงสูญเสียผลผลิตที่สำคัญของโลกอย่างโกโก้ไป และมันอาจจะหายไปจากเราตลอดกาล ด้วยปัจจัยมากมายภายนอกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคระบาดที่เกิดขึ้นในพืช ปัญหาทางด้านการเกษตรที่มีอยู่ด้วยกันมากมาย รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน เหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่คุกคามการปลูกโกโก้อย่างรุนแรง และในอนาคตคาดว่าจะมีการทวีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย

การปลูก โกโก้ มีความคล้ายกับกาแฟ คือจะต้องปลูกในสภาพอากาศที่มีความเฉพาะเจาะจง พืชถึงจะมีการเจริญเติบโตได้และมีการเจริญเติบโตได้ดี แต่เมื่อภูมิอากาศของโลกเราเปลี่ยนแปลง สิ่งนี้ก็ได้สร้างความท้าทายมากยิ่งขึ้นให้กับการปลูกพืช ดังนั้นในเรื่องของการอนุรักษ์พืชชนิดนี้จึงกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญขึ้นมาก ๆ การที่เราอนุรักษ์สิ่งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการให้เรามีวัตถุดิบอาหารชั้นยอดไว้ใช้ดื่มกินกัน แต่ยังเป็นการรักษาวิถีชีวิตของเกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลกด้วย โกโก้เป็นผลผลิตที่มีบทบาทสำคัญในเศรษฐกิจของหลายหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนในแถบแอฟริกาตะวันตก ที่เป็นผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ที่สุดของโลกเลยก็ว่าได้

Natural Cocoa Powder

ในบทความนี้ผมจะพาคุณไปดูถึงสัญญาณเตือนของการสูญเสียครั้งใหญ่นี้ และเราในฐานะผู้บริโภค สามารถที่จะรักษาโกโก้ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นยอดนี้ไว้ใช้งานในปัจจุบัน และส่งต่อให้กับผู้คนรุ่นถัดไปได้อย่างไร

สัญญาณเตือนที่สำคัญ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นกันอย่างชัดเจนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการปลูกพืชหลากหลาย โกโก้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ปริมาณน้ำฝนที่ไม่แน่นอนและอุณหภูมิที่สูง ยิ่งทำให้โกโก้มีการเจริญเติบโตได้ยากมากยิ่งขึ้น แต่เดิมพื้นที่ที่เคยปลูกโกโก้ได้ในแถบแอฟริกาตะวันตก อย่างเช่นในแถบไอวอรีโคสต์และกานา ซึ่งเป็นแถบที่มีการผลิตโกโก้รายใหญ่ของโลก ต้องเผชิญกับภาวะที่ยากต่อการเพาะปลูก อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าต้นโกโก้เป็นต้นไม้ที่ต้องการสภาพอากาศที่เฉพาะเจาะจงในการเติบโตได้ดี ดังนั้นการที่อากาศแปรปรวนแบบนี้ จึงส่งผลกระทบโดยตรงทำให้การผลิตโกโก้ลดลงได้

มีการศึกษาจากสถาบันวิจัยสภาพภูมิอากาศหลายแห่งมาก มีการระบุว่าภายในปี 2050 พื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกโกโก้ในแอฟริกาตะวันตก อาจจะลดลงได้ถึง 50% เนื่องจากการมีอุณหภูมิที่สูงมากยิ่งขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนที่ไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งนี้เองเป็นสัญญาณเตือนที่ค่อนข้างชัดเจน ว่าโกโก้ที่เราใช้กันอยู่อาจเสี่ยงสูญพันธุ์ได้ มีการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้พื้นที่ที่เคยเหมาะสมสำหรับการปลูกโกโก้หายไป และจำเป็นจะต้องดันให้ไปอยู่บนพื้นที่ที่สูงมากขึ้น ซึ่งทำให้การเพาะปลูกโกโก้มีความท้าทายตามขึ้นมาด้วย

นอกจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศแล้ว ศัตรูพืชและโรคพืชก็เป็นอีกปัจจัยที่คุกคามการปลูกโกโก้ของเรา โรคพืชที่เกิดขึ้นในโกโก้ยกตัวอย่างเช่น โรคพืชไวรัสโกโก้ (Cocoa Swollen Shoot Virus – CSSV) และโรคเชื้อราอย่างฟรอสเทอร์รี่ (Frosty Pod Rot) เหล่านี้สามารถที่จะทำลายต้นโกโก้ได้ทั้งไร่ในเวลาสั้นมาก นอกจากนี้บรรดาศัตรูพืชอย่างพวกแมลงนั้น ก็มีส่วนในการลดผลผลิตโกโก้เช่นเดียวกัน เกษตรกรก็ต้องต่อสู้ ใช้ทั้งทรัพยากรเวลาและทรัพยากรเงิน ในการต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้อย่างต่อเนื่องตลอดมา

การระบาดของโรคและบรรดาศัตรูพืชเหล่านี้ ไม่ใช่แค่เป็นการลดผลผลิตเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายในภาพใหญ่ต่อเศรษฐกิจและต่อชุมชนการเกษตรเป็นอย่างมาก เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายและเวลาในการป้องกันและรักษาโรคมากยิ่งขึ้น นั้นนำมาซึ่งการได้รับผลกระทบทางด้านการเงินที่รุนแรงเข้าไปอีก ต่อมาก็ทำให้ความสามารถในการปลูกและการขายโกโก้นั้นลดลง หากเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุด อาจจะต้องทิ้งไร่ และหันไปทำอย่างอื่นเลย ซึ่งสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนที่สำคัญ ที่ว่าพืชอย่างโกโก้มีความเปราะบางมากในปัจจุบัน

โกโก้ สำคัญกับเราและโลกอย่างไร

โกโก้ไม่เพียงแต่เป็นพืชที่เป็นส่วนผสมของช็อกโกแลตที่เรากินกันอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น หากมองให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โกโก้ยังมีความสำคัญในด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของหลายประเทศด้วย การปลูกโกโก้ก็ยังเป็นอาชีพที่สำคัญสำหรับผู้คนกว่าหลายล้านคนทั่วโลกด้วย มีประเทศกำลังพัฒนามากมาย ที่มีชุมชนเกษตรกรผู้ปลูกโกโก้เชิงพาณิชย์ และสร้างรายได้จากการขายสิ่งนี้เป็นหลัก แน่นอนว่าหากโกโก้ลดลง หรือในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจจะหายไป ชุมชนเหล่านี้ก็จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงแน่นอน

โกโก้ยังมีบทบาททางด้านประเพณีและวัฒนธรรมของอีกหลายประประเทศ ช็อกโกแลตที่ผลิตมาจากโกโก้นั้น ถูกใช้งานทั้งในพิธีกรรมและเทศกาลมากมาย หรืออาจใช้ในการมอบเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษมากมาย การสูญเสียผลผลิตเหล่านี้ส่งผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนทั่วโลกอย่างไม่ต้องสงสัย

ยกตัวอย่างการใช้โกโก้ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนาหรือเป็นพิธีกรรมดั้งเดิม อย่างในประเทศเม็กซิโก โกโก้ถูกถูกใช้ในการผลิตช็อกโกแลตดั้งเดิม ซึ่งสิ่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทางศาสนาและเทศกาลสำคัญ นั่นจึงไม่น่าแปลกใจที่โกโก้มีความสำคัญ

การปลูกโกโก้อย่างเป็นรายได้หลักของชุมชนเกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลก ในประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศปลูกโกโก้ ชุมชนผู้ผลิตโกโก้นั้นก็มีการพึ่งพารายได้จากการขายสิ่งนี้ เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่สามารถเป็นไปได้อย่างดีและปกติสุข หากโกโก้หายไป ชุมชนเหล่านี้ก็ย่อมได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน อาจรุนแรงถึงขั้นนำไปสู่ความยากจนและการขาดแคลนทรัพยากรพื้นฐานในชีวิตเลย

Cocoa Farmer

ความพยายามในการรักษาโกโก้ไว้

เราเห็นสัญญาณเตือนภายนอกมากมาย ที่บอกเราได้ว่าโกโก้กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ดังนั้นนักวิจัยและเกษตรกรจึงไม่ได้นิ่งดูดายแต่อย่างใด มีการคิดค้นและวิจัยเทคโนโลยีใหม่มากมาย เพื่อรักษาผลผลิตโกโก้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการที่นักวิจัยทำงานเพื่อพัฒนาสายพันธุ์โกโก้ ที่มีความทนทานต่อสภาพสภาพอากาศและโรคภัยที่ไม่แน่นอน หรือใช้แนวทางเทคโนโลยีการเพาะปลูกที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ที่จะช่วยให้เกษตรกรเพิ่มผลผลิตและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

การปรับตัวดังกล่าวของเกษตรกรเอง เป็นส่วนที่สำคัญมากที่จะรักษาโกโก้เอาไว้ได้ มีเกษตรกรหลายรายมากที่เริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการในการปลูก เพื่อที่จะให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป มีการนำแนวทางการเพาะปลูกที่ยั่งยืนมากยิ่งขึ้นมาใช้ อย่างเช่นการปลูกพืชคลุมดิน การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในการปลูก ซึ่งเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรรักษาผลผลิตโกโก้ได้ในระยะยาว

สิ่งนี้ค่อนข้างน่าสนใจ มีโครงการที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งเน้นการรักษาโกโก้โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่นโครงการที่มีชื่อว่า “CocoaAction” ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทช็อกโกแลตรายใหญ่ กับองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ที่มีการส่งเสริมการปลูกโกโก้อย่างยั่งยืน รวมถึงช่วยเหลือในเรื่องของสภาพความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้นด้วย โครงการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความยั่งยืนในกระบวนการผลิต

การศึกษาและการวิจัยก็ยังคงจะมีต่อไปและมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะมีแนวทางใหม่ในการปลูก และการปกป้องโกโก้จากภัยคุกคามที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มีการทดลองที่พยายามปลูกโกโก้ในห้องแล็บ เพื่อที่จะจำลองภาวะที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพภูมิอากาศและโรค การทดลองนี้อาจเป็นความหวังใหม่ในการรักษาโกโก้ ให้อยู่กับเราได้ในอนาคต

เราในฐานะผู้บริโภคทำอะไรได้บ้าง

ผู้บริโภคก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ในการที่จะอนุรักษ์พืชชนิดนี้ไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ ยกตัวอย่างเช่น การที่เราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความรับผิดชอบ อย่างเช่นการซื้อโกโก้หรือช็อกโกแลตที่มีการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืน สิ่งนี้ก็อาจสามารถช่วยในการส่งเสริมการปลูกโกโก้ที่ไม่ทำลายและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การที่เราสนับสนุนองค์กรและโครงการอนุรักษ์โกโก้ ก็เป็นวิธีที่เราสามารถมีส่วนร่วมได้ ในการที่เราจะรักษาโกโก้ไว้

การที่เราเลือกบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบ ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาโกโก้เอาไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาและส่งเสริมวิถีชีวิตของเกษตรกร ที่เลี้ยงชีพด้วยการปลูกโกโก้ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ช่วยส่งเสริมในเรื่องความเป็นธรรมของสังคมและเศรษฐกิจให้กับชุมชนเกษตรกรโกโก้

หรือไม่เราก็อาจเลือกสนับสนุนหรือซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีตรารับรอง ว่าเป็นสินค้าประเภทประเภทที่มีความยั่งยืน อย่างเช่น “Fair Trade” หรือ “Rainforest Alliance” สิ่งนี้ช่วยให้เรามั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อมานั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีกระบวนการการผลิต ที่เป็นมิตรและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเกษตรกรด้วย การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ใช่แค่เราปกป้องโกโก้เท่านั้น แต่เรายังช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ให้กับชุมชนเกษตรกรทั่วโลกด้วยเช่นเดียวกัน

การที่เราเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ก็เป็นอีกหนึ่งทางที่เราสามารถมีส่วนร่วมได้ หรืออาจเป็นการสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการที่มุ่งเน้นไปที่การอนุรักษ์ เหล่านี้สามารถทำให้ผู้คนทั่วไปเข้าใจถึงความสำคัญ ว่าทำไมเราต้องอนุรักษ์และรักษาพืชชนิดนี้เอาไว้ หรือทำไมเราจึงควรมีส่วนร่วมในการปกป้องสิ่งนี้ เป็นการสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชน และให้กับผู้คน

อนาคตที่ไม่แน่นอน

หากเราจะกล่าวแบบตรงไปตรงมา อนาคตของโกโก้ เป็นอะไรที่ไม่แน่นอนเอาเสียเลย แต่จากการที่เราได้เห็นการร่วมมือกันของหลายภาคส่วน ทำให้มีโอกาสสูงที่เราจะสามารถรักษาโกโก้เอาไว้ได้ มีการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายและการคาดการณ์ล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จำเป็นในอุตสาหกรรม มีงานวิจัยมากมายที่ยังคงศึกษา พัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่นั่นก็ต้องมาพร้อมกับความร่วมมือจากผู้บริโภค ในการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบด้วยเช่นเดียวกัน

การร่วมมือกันทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นผู้วิจัย เกษตรกรทั่วโลก รวมถึงผู้บริโภคอย่างเรา ถือเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องพืชชนิดนี้เอาไว้ การเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาแนวทางใหม่ใหม่ในการเพาะปลูกนั้น จะช่วยให้เราสามารถรักษา และยังคงได้ลิ้มลองรสชาติของช็อกโกแลตที่หอมหวานได้ นอกจากนี้ยังเป็นการรักษาอนาคตของเกษตรกรหลายล้านคนทั่วโลก

ความท้าทายที่เราเจออยู่นั้นอาจจะเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยความร่วมมือและความมุ่งมั่นในการคิดที่จะแก้ไขปัญหา ดังนั้นจึงไม่น่ายากที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืน และรักษาพืชผลทางการเกษตรอันทรงคุณค่าชนิดนี้ไว้ หากผู้คนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน ก็น่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงในระยะยาวที่มีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้นได้ในอนาคต

Small Cocoa Pods

โดยสรุป ขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยมีมาก่อนมากมาย การปกป้องและอนุรักษ์ต้นโกโก้ไว้จึงกลายเป็นภารกิจที่สำคัญ ไม่ใช่แค่สำหรับเกษตรกรหรือนักวิจัยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงผู้บริโภคอย่างเราด้วย ความร่วมมือกันในทุกภาคส่วนนี้จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อรักษาพืชชนิดนี้ไว้ให้ยังคงอยู่ต่อไปในอนาคต เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป เพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติอันหอมหวาน และเพื่อสนับสนุนวิถีชีวิตชุมชนที่มีการพึ่งพาโกโก้ทั่วโลก

การอนุรักษ์โกโก้นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของการรักษาพืชผลเอาไว้ ในอีกทางหนึ่งมันเป็นการรักษาเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของผู้คนทั่วโลก การเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทาย และการพัฒนานวัตกรรมใหม่มากมายจะช่วยให้เรายังคงมีโกโก้ได้ดื่มกินกันในอนาคต สิ่งนี้เปรียบเสมือนการรักษาความสุขและความหวังให้กับผู้คนทั่วโลก การปกป้องพืชชนิดนี้คือการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่เรา แต่เพื่อผู้คนในอนาคตด้วย ที่จะยังคงได้สัมผัสกับความสุข รสชาติอันหอมหวาน การร่วมมือกันเพื่อจะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้กับโลกจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น ในบางครั้งอาจเป็นเรื่องเร่งด่วนด้วยซ้ำ