ดื่มกาแฟอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด

Share on facebook
Share on twitter

Don’t Start Without Me

ข้อความที่ปรากฏอยู่ในป้ายเล็ก ๆ ของร้านกาแฟชื่อดังย่านรัชดา เป็นการตอกย้ำว่า ทุกภารกิจที่เกิดขึ้นในแต่ละวันจะต้องมา…ทีหลังจากการดื่มกาแฟ

ถึงแม้ว่าตอนเช้าของวันทำงานเราจะไม่มีเวลาอ้อยอิ่งกับการดื่มกับกาแฟมากมายนักเพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลา แต่เมื่อถึงวันหยุดสัปดาห์ ในช่วงเช้าจึงเป็นเวลาแห่งการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับการดื่มด่ำรสชาติกาแฟแบบไร้ขีดจำกัดกันเลยทีเดียว

มานึก ๆ ดูก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมเราไม่ดื่มกาแฟตอนเย็นหลังเลิกงานแบบชิล ๆ จะได้นั่งไปจิบไปคุยกันไปให้ถึงเวลานอนโน่นเลย ไม่ต้องมารีบเร่งเหมือนตอนเช้า

เสิร์ชถามอากู๋ (กูเกิล) ก็ได้คำตอบว่า การดื่มกาแฟตอนเช้าเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ฟังดูแล้วมันไม่มีน้ำหนักเลยเนาะ จึงหาข้อมูลต่อไป ทำให้รู้ว่ามันมีเหตุผลมากกว่านั้น เพราะข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เขาบอกว่า โมเลกุลคาเฟอีนที่พบในกาแฟจะช่วยยับยั้งการนอนหลับโดยปิดกั้นการทำงานของสารแอเดโนซีน (Adenosine) และเข้าไปกระตุ้นสมองให้เกิดการตื่นตัว จึงทำให้เรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันใด

มีข้อมูลที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ช่วงเวลาที่คาเฟอีนออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ 09.30-11.30 น. และนั่นจึงเป็นเวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับการดื่มกาแฟ 

ส่วนการดื่มกาแฟในช่วง 3 เวลาต่อไปนี้ คือ 08.00-09.00 น. 12.00-13.00 น. และ 17.30-18.30 น. จะไม่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะฤทธิ์ของกาแฟหรือโมเลกุลคาเฟอีนจะไปทำงานซ้ำซ้อนกับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด ที่ทำหน้าที่กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้จะเกิดขึ้นมากหากร่างกายมีความเครียด ดังนั้น การดื่มกาแฟขณะเครียดจึงไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน  

นอกจากเรื่องเวลาแล้ว ปริมาณที่เหมาะสมในการดื่มก็สำคัญ การดื่มกาแฟในแต่ละวันไม่ควรเกิน 300-400 มิลลิกรัม ถ้าเทียบเป็นกาแฟสดคือประมาณ 2-3 แก้วต่อวัน แต่ถ้าเป็นกาแฟสำเร็จรูปจะประมาณ 3-4 แก้วต่อวัน หากดื่มมากกว่านี้อาจส่งผลให้มีอาการตื่นเต้น ใจสั่น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ (คล้าย ๆ ตกหลุมรัก แต่ทรมานกว่า…ว่าไปโน่นเลย)

ดื่มแบบร้อนหรือเย็นดี ? ประเด็นนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า กาแฟร้อนประเภทกาแฟดำจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด ส่งผลดีต่อระบบเผาผลาญ ระบบไหลเวียนในเลือด และการเต้นของหัวใจ โดยคาเฟอีนในกาแฟจะไปช่วยกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ เหล่านี้ทำงานดีขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มการหลั่งสารอะดรีนาลีนที่ช่วยดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานได้มากขึ้นอีกด้วย แต่มีหลายคนไม่นิยมดื่มกาแฟดำ จึงต้องเติมนมข้นหวาน น้ำตาลเข้าไป เพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อม น่าดื่มมากขึ้น ซึ่งหากใส่ในปริมาณมาก ๆ อาจส่งผลให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้

มีข้อแนะนำง่าย ๆ ในการดื่มกาแฟไม่ให้เสียสุขภาพ เช่น ไม่ควรดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เพราะสารกาเฟอีนจะไปเร่งให้มีการสร้างกรดออกมามากจนทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร หรือควรดื่มน้ำเปล่าทุกครั้งหลังดื่มกาแฟ เพราะสารคาเฟอีนมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะและทำให้แคลเซียมถูกขับออกมาด้วย ดังนั้น ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำควรกินอาหารเสริมแคลเซียม จำพวกนม ปลาเล็กปลาน้อย ผักใบเขียวให้มาก ๆ เพื่อลดภาวะความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน

ที่สำคัญ การดื่มกาแฟในปริมาณที่น้อยแต่บ่อยครั้ง มักจะส่งผลดีต่อร่างกายมากกว่าการดื่มครั้งเดียวในปริมาณมาก ๆ

รู้อย่างนี้แล้ว ต่อไปคงต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนวิธีและเวลาให้เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์ไปพร้อม ๆ กับจิตใจที่ได้รับความสุนทรีย์จากการดื่มกาแฟอย่างที่สุดเช่นกัน