กาแฟศาสตร์101: กาแฟคืออะไร กาแฟมีอะไรบ้าง

Share on facebook
Share on twitter

เราหลายคนมักจะรู้จักและเคยเห็นเมล็ดกาแฟคั่ว แต่เมล็ดกาแฟเหล่านี้มาจากไหน กาแฟมีอะไรบ้าง และแท้จริงแล้วกาแฟคืออะไรกันแน่

Harvest-Arabica-Coffee

ต้นกาแฟหรือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “ต้นเชอรี่กาแฟ” เป็นไม้พุ่มที่อยู่ในตระกูลเชอรี่ สามารถเติบโตเต็มที่สูงได้ถึง 9 เมตร ไม้พุ่มที่มีใบเป็นสีเขียวมันเงา ให้ผลผลิต ซึ่งเป็นเชอรี่กาแฟเป็นพวง ที่จะเติบโตและขึ้นตามกิ่งก้าน และมักจะขึ้นพร้อมกันทั้งต้น

ต้นเชอรี่กาแฟนี้จำเป็นที่จะต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งปีกว่าจะสุกหลังจากที่ดอกบานในครั้งแรก และใช้เวลากว่า 5 ปีของการเจริญเติบโตเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด แม้ว่าต้นกาแฟจะมีอายุได้ยาวนานถึง 100 ปี แต่ต้นไม้ชนิดนี้จะให้ผลผลิตที่มากและดีที่สุดในช่วง 7-20 ปีแรก แต่หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมก็สามารถที่จะให้ผลผลิตได้ดีเพิ่มขึ้นอีกหลายปี ผลผลิตของต้นกาแฟนี้โดยเฉลี่ยจะผลิตเชอรี่กาแฟได้ประมาณ 10 ปอนด์ต่อปี หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัมนั่นเอง

กาแฟที่ปลูกเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์ทั้งหมดในโลก มาจากภูมิภาคของโลกที่เรียกกันว่า Coffee Belt (กระจายอยู่หลายทวีปทั่วโลก ซึ่งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตร) ต้นกาแฟจะเติบโตได้ดีที่สุดในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ อุณหภูมิต่ำ ฝนตกบ่อยและมีแสงแดด

กาแฟมีอะไรบ้าง การจำแนกกาแฟตามหลักพฤกษศาสตร์

กาแฟมีอะไรบ้าง Arabica กับ Robusta

เมล็ดกาแฟนั้นมีต้นกำเนิดมาจากพืชในสกุล Coffea และพืชในสกุลนี้ก็แบ่งแยกย่อยได้มากถึง 500 จำพวก และอีก 6,000 กว่าสปีชีส์ แต่ที่นำมาทำกาแฟให้เราดื่มกันนี้ ซึ่งเป็นไม้พุ่มที่อยู่ในเฉพาะเขตร้อน ทางผู้เชี่ยวชาญได้มีการประเมินว่า มีต้นกาแฟตั้งแต่ 25 ถึง 100 สายพันธุ์เลยทีเดียว

เรื่องราวการแบ่งแยกต้นกาแฟตามสกุลนี้เองถูกพูดถึงครั้งแรกในช่วงศตวรรษที่ 18  โดยนักศึกษาศาสตร์ชาวสวีเดนชื่อ Carolus Linneus ซึ่งได้เคยอธิบายเกี่ยวกับพืชในสกุล Coffea Arabica หรือกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าที่เรารู้จักกันไว้ในหนังสือ Species Plantarum ที่ตีพิมพ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1753 เขาได้อธิบายเกี่ยวกับต้นกาแฟ ว่าไม่สามารถที่จะจำแนกประเภทได้อย่างแน่นอน เนื่องจากต้นกาแฟนั้นมีอยู่หลากหลายชนิดมากมาย ตั้งแต่ไม้พุ่มขนาดเล็กไปจนถึงต้นไม้สูง โดยอาจมีขนาดใบตั้งแต่ 1 ถึง 16 นิ้วเลยทีเดียว สีก็มีความแตกต่างกัน มีตั้งแต่สีม่วง-เหลือง ไปจนถึงสีเขียวสด

ในอุตสาหกรรมกาแฟเชิงพาณิชย์นั้น มีสายพันธุ์กาแฟที่มีความสำคัญอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์อาราบิก้า และสายพันธุ์โรบัสต้า

Coffea Arabica – C. Arabica 

กาแฟมีอะไรบ้าง arabica coffee

Coffea Arabica หรือกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้านั้นสืบเชื้อสายมาจากต้นกาแฟดั้งเดิมที่ถูกค้นพบในประเทศเอธิโอเปีย ผลผลิตของต้นกาแฟสายพันธุ์นี้จะเป็นกาแฟชั้นเยี่ยม มีความอ่อนละมุน และมีกลิ่นหอม หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์การผลิตกาแฟ กาแฟสายพันธุ์นี้จะครองตลาดทั่วโลกไปกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดกาแฟจากแบรนด์และยาวกว่าเมล็ดกาแฟของสายพันธุ์โรบัสต้า และมีปริมาณคาเฟอีนที่ต่ำกว่าด้วย

ในตลาดโลก กาแฟสายพันธุ์อาราบิก้านี้มีราคาที่สูงที่สุด กาแฟอาราบิก้าที่ดีคือกาแฟที่ปลูกในบริเวณพื้นที่สูง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วกาแฟสายพันธุ์นี้จะเติบโตเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 2,000 ถึง 6,000 ฟุต (610 ถึง 1830 เมตร) แต่ก็ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่างที่อยู่ในบริเวณนั้นด้วย และแน่นอนว่าต้องปลูกในบริเวณเขตเส้นศูนย์สูตร

อุณหภูมิก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เมล็ดกาแฟมีคุณภาพหรือไม่ โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมจะต้องไม่สูงจนเกินไป ที่ดีควรอยู่ที่ประมาณ 15 ถึง 24 องศาเซลเซียส ภูมิประเทศค่อนข้างจะชื้น ควรมีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 60 นิ้วต่อปี อยู่ในเขตพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์

ต้นกาแฟอาราบิก้าแม้แต่ต้นกล้าก็มีราคาค่อนข้างแพง อีกทั้งยังเป็นต้นไม้ที่มีความอ่อนไหวสูง เสี่ยงต่อการติดโรคได้ง่าย จึงมักที่จะปลูกในบริเวณที่สูงชันและห่างไกลผู้คน ถ้าเทียบกันแล้วต้นกาแฟชนิดนี้ดูแลยากกว่าต้นกาแฟของสายพันธุ์โรบัสต้าอยู่มากเลยทีเดียว 

Coffea canephora – C. canephora var. Robusta

กาแฟมีอะไรบ้าง Robusta coffee

ต้นกาแฟโรบัสต้าส่วนใหญ่ของโลกจะปลูกในบริเวณทวีปแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันตก มีบางส่วนที่สามารถปลูกได้ในภูมิภาคของเรา คือภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถปลูกได้ทั้งในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ทุกวันนี้ในประเทศบราซิลก็เริ่มมีการผลิตกาแฟโรบัสต้าเพิ่มขึ้น กาแฟสายพันธุ์นี้มีสัดส่วนตลาดทั่วโลกอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์

กาแฟโรบัสต้านั้นส่วนใหญ่จะใช้ในการทำกาแฟสำเร็จรูป เมล็ดกาแฟสายพันธุ์นี้จะมีลักษณะที่กลมและมีเม็ดเล็กกว่าเมล็ดกาแฟอาราบิก้าเล็กน้อย

ต้นกาแฟโรบัสต้าจะมีความแข็งแรงและต้านทานโรคได้ดีกว่าต้นกาแฟอาราบิก้า กระบวนการดูแลค่อนข้างง่ายและมีราคาถูกกว่า อีกทั้งยังสามารถที่จะทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนกว่าได้ อุณหภูมิที่เหมาะสมที่จะปลูกกาแฟสายพันธุ์นี้อยู่ที่ประมาณ 24 ถึง 29 องศาเซลเซียส และไม่จำเป็นที่จะต้องปลูกในพื้นที่ที่มีระดับสูงเอากับสายพันธุ์อาราบิก้า

แต่ก็ยังคงต้องปลูกในพื้นที่ที่มีความชื้นถึง ควรมีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ประมาณ 60 นิ้วต่อปี หากเทียบกับกาแฟอาราบิก้าแล้ว กาแฟโรบัสต้าจะให้ผลผลิตที่มีความเข้มข้นและรสชาติโดดเด่น ซึ่งมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่า 50 ถึง 60 เปอร์เซ็นต์

สิ่งนี้เป็นเรื่องราวเริ่มต้นของกาแฟ ซึ่งมีความมากมายหลากหลายเป็นอย่างมาก หากเราลองได้ก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งกาแฟแล้ว หรือหากเราเป็นเพียงแค่คนดื่มกาแฟ การศึกษาหรือรู้เรื่องราวเหล่านี้ไว้ก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย มันอาจทำให้เราดื่มกาแฟแก้วเดิมอร่อยขึ้น และเปลี่ยนอรรถรสในการดื่มกาแฟของคุณตลอดไปก็เป็นได้