กาแฟปางขอน “กาแฟของพ่อ” พลิกคุณภาพชีวิตผู้ปลูกบนที่สูง

Share on facebook
Share on twitter

สำหรับคอกาแฟ การได้ดื่มกาแฟดีดีสักแก้วในตอนเช้า ถือเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ ที่แสนจะมีความสุข และเพิ่มพลังในการออกจากบ้านไปทำงาน ไปทำภารกิจของวันนั้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ คอกาแฟคนไทยมีความโชคดีที่มีแหล่งกำเนิดกาแฟคุณภาพดีดี  โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้า จากดอยสูง อย่าง“กาแฟปางขอน” ที่มีเรื่องราว และประวัติความเป็นมาใน การปลูกกาแฟ ของคนต้นทาง ส่งต่อเมล็ดกาแฟ หอมมีเสน่ห์เฉพาะตัว สู่แก้วกาแฟ ร้อน-เย็น ของผู้ดื่มปลายทาง เป็นการสร้างรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตที่ดีตั้นแต่คนต้นทางสู่ปลายทาง

เรื่องเล่าของโครงการต้นกาแฟของพ่อ ที่โด่งดังไปทั่วโลก เริ่มมาจากกาแฟ 2 – 3 ต้น เมื่อหลายสิบปีก่อน ย้อนกลับไปในปีพ.ศ. 2517 มีผู้ชายคนหนึ่ง มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง กับการปลูกกาแฟบนดอย เดินเท้าหลายชั่วโมง เพื่อให้ชาวไทยภูเขาเห็นความสำคัญของกาแฟ ที่จะมาปลูกกาแฟทดแทนการปลูกฝิ่น ทำไร่เลื่อนลอย ที่จะมาสร้างความมั่นคง พอเพียง และยั่งยืน สร้างฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนภูเขาสูง ผู้ชายคนนั้นก็คือ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ในหลวงรัชการที่ 9 พริกชีวิตชาวเขาจากการ “ปลูกฝิ่นเป็น “ปลูกกาแฟ”

โครงการต้นกาแฟของพ่อบนดอยปางขอน

ต้นกำเนิดของ “กาแฟปางขอน” มาจากสายพระเนตรอันยาวไกลและพระเมตตา ของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จย่าของชาวไทย หรือพระสมัญญาที่ชาวไทยภูเขาเรียกขานพระนามพระองค์ว่า “แม่ฟ้าหลวง” และ “พ่อหลวงรัชกาลที่ 9”  พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราชบรมนาถบพิตร ได้พระราชทานองค์ความรู้เกี่ยวกับกาแฟ สายพันธุ์กาแฟให้ชาวเขา ได้พลิกชีวิต กลายเป็นผู้ปลูกกาแฟที่มีคุณภาพ หอมมีเสน่ห์เฉพาะตัว เป็นกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีสุดแสนพรีเมียม ที่ทั่วโลกยอมรับ ในหนังสือโครงการหลวง หม่อมเจ้าภีศเดชรัชนี เล่าตอนหนึ่งว่า

“เมื่อทรงตั้งโครงการหลวงแล้วไม่นานเวลาเสด็จประพาสต้นบนดอยก็ประกอบด้วยการปีนป่ายเขามากในเรื่องนี้ผมถูกพวกในวังที่ต้องเดินตามเสด็จฯ นินทามากมายว่านำเสด็จฯด้วยพระบาทไปเป็นชั่วโมงๆ เพื่อให้ทอดพระเนตรต้นกาแฟเพียง 2 – 3 ต้น ซึ่งก็จริงอยู่แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีรับสั่งเองว่า การที่เสด็จฯไปนั้นทำให้ชาวเขาเห็นว่ากาแฟนั้นสำคัญ จึงสนใจที่จะปลูก บัดนี้กาแฟบนดอยมีมากมายและก็เริ่มต้นจาก 2 – 3 ต้นนั่นเอง”

ระหว่างปีพ.ศ. 2517-2522 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริให้กรมวิชาการเกษตรพัฒนาสายพันธุ์กาแฟที่เหมาะสมกับสภาพที่สูงของประเทศไทยเพื่อปลูกทดแทนฝิ่นบนพื้นที่สูง ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงมีพื้นที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟอราบิก้าในศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 24 ศูนย์ รวมถึง โครงการสถานีพัฒนาเกษตรที่สูง ตามแนวพระราชดำริ บ้านปางขอน  ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ชุมชนที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งขุนเขาและสายหมอกของ ชาวบ้านปางขอน  ที่เริ่มต้นเช้าวันใหม่แต่ละวัน ตั้งแต่การใช้ฟืน จากต้นกาแฟ ในการก่อไฟหุงข้าวทำอาหาร ต้นกาแฟ นอกจากนี้ใบกาแฟยังทำเป็นอาหารได้ ดื่มกาแฟสักแก้ว ก่อนที่จะออกไปไร่ดูแลต้นกาแฟของพวกเขา และไปผลิตกาแฟด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด 

การผลิตกาแฟเป็นเหมือนชีวิตของพวกเขาชาวบ้านปางขอน  เพราะกาแฟสร้างรายได้ที่แน่นอน สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ เห็นอนาคตที่เติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาได้ เพราะเสน่ห์ของกาแฟอาราบิก้า แม้จะมีการปลูกในหลายพื้นที่บนโลกใบนี้ แต่เสน่ห์ของแต่ละที่ก็ต่างกันออกไป

“กาแฟปางขอน” ก็เช่นกัน เมื่อปลูกที่นี่ ก็ได้เมล็ดกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นเป็นพิเศษ มีกลิ่นหอมอบอวลที่คล้ายผลไม้ ชุ่มคอ ชวนหลงใหล

ถึงตอนนี้ เราอาจจะเล่าเรื่องราวของ ชาวบ้านปางขอน ที่ปลูกกาแฟอย่างตั้งใจ จนได้กาแฟที่แสนจะพิเศษ ด้วยความเหมาะสมทั้ง ดิน ลม ฟ้า อากาศ วันนี้คุณลองดื่ม “กาแฟปางขอน” ไม่ว่าจะเมนูร้อน หรือเย็น  จะเห็นความพิเศษเฉพาะตัว ที่สาวกกาแฟอาราบิก้า ตองหลงรักได้ไม่ยาก ดื่ม“กาแฟปางขอน” 1 แก้ว นอกจากสาวกกาแฟ จะได้ดื่มด่ำรสจากกาแฟอาราบิก้า ที่ถูกคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญในวงการกาแฟของประเทศไทย ให้เป็น 10 สุดยอดกาแฟแห่งปี 2015 และถูกใช้ในการเเข่งขันนักชงกาแฟเวที Thailand Indy Barista Championship 2015  แล้ว ยังช่วยสร้างรอยยิ้ม ความสุขให้กับชาวบ้านปางขอน  ให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุขมากขึ้นอีกด้วย