ความแตกต่างระหว่าง เอสเพรสโซ กับ กาแฟฟิลเตอร์

Share on facebook
Share on twitter

ในปัจจุบันนั้น กาแฟไม่ใช่เพียงแค่เป็นกาแฟอีกต่อไป แต่ทุกวันนี้มันได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนบางกลุ่มอย่างสิ้นเชิง เราได้พบวิธีการมากมายสำหรับการจัดการกับเครื่องดื่มชนิดนี้ เราต่างหามุมมองใหม่ ๆ และความซับซ้อนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้จากเครื่องดื่มที่ใช้กรรมวิธีแตกต่างกันออกไป ซึ่งเหล่านี้ส่งผลต่อรสชาติโดยรวมของเครื่องดื่มของเรามาก เรามักจะได้ยินเกี่ยวกับกาแฟดริป หรือ กาแฟฟิลเตอร์ กาแฟสกัดเย็น หรือวิธีการชงกาแฟมากมาย

และเราน่าจะเคยได้ยินในเรื่องของ กาแฟฟิลเตอร์ สิ่งนี้แตกต่างจากเครื่องดื่มที่เราคุ้นชินกันมานานอย่างเอสเพรสโซอย่างไร เราจะมาชวนคุยกันในวันนี้ ก่อนอื่น เราไปทำความเข้าใจ และทำความรู้จักคร่าว ๆ เกี่ยวกับเอสเพรสโซกันก่อน

Brew espresso

เอสเพรสโซ คืออะไร

ก่อนอื่น เรามาเข้าใจหรือชวนคุยกันในเรื่องของเอสเพรสโซก่อน คำว่า “espresso” นั้นคือคำในภาษาอิตาลี ซึ่งมีความหมายว่า “เร็ว” หรือ “ด่วน” ดังนั้น เครื่องดื่มชนิดนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ดื่มสามารถที่จะดื่มได้ในทันที และได้รับคาเฟอีนอย่างเต็มที่ เร็วทั้งในเรื่องของกรรมวิธีการเตรียมกาแฟ กรรมวิธีการชง การเสิร์ฟ และท้ายที่สุดแล้ว เราควรจะดื่มเอสเพรสโซให้จบภายในเวลาเร็วที่สุด

แต่มันจะแตกต่างจากกาแฟฟิลเตอร์อย่างไร เครื่องดื่มชนิดนี้ ชงโดยใช้น้ำที่อุณหภูมิสูงจนเกือบเป็นน้ำเดือด มีการใช้แรงดัน เพื่อให้น้ำไหลผ่านเมล็ดกาแฟบดละเอียด ความหนาแน่นและความเข้มข้นของกาแฟก็ค่อนข้างสูงกว่ากาแฟฟิลเตอร์

หากมันเข้มข้นขนาดนี้ เหตุใดเครื่องดื่มชนิดนี้จึงได้รับความนิยมนัก อาจจะมีผู้คนบางส่วนที่นิยมดื่มเอสเพรสโซในลักษณะใส่แก้วช็อตแล้วดื่ม นอกจากนี้ เครื่องดื่มชนิดนี้ยังเป็นพื้นฐานของกาแฟหลายชนิดอย่าง อเมริกันโน่ คาปูชิโน่ แฟล็ตไวท์ และลาเต้ เครื่องดื่มที่เป็นกาแฟนมเหล่านี้ดูคล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ จะเป็นเรื่องของส่วนผสมหลักเป็นสำคัญ ก็คือ ปริมาณนมที่ใช้ และอัตราส่วนน้ำร้อนที่เราใส่ไปในแก้ว เพื่อสร้างรสชาติที่แตกต่างกันของกาแฟแต่ละแบบ

องค์ประกอบของเอสเพรสโซ

เอสเพรสโซนั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นกว่ากาแฟฟิลเตอร์เท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญที่เราต้องรู้ด้วยกันหลายอย่างเลยทีเดียว

ครีม่า

ครีม่า คือส่วนประกอบชั้นบนสุดของเอสเพรสโซ ซึ่งจะเป็นลักษณะชั้นครีมสีน้ำตาลทอง ประกอบไปด้วยโปรตีน ไขมัน และสารประกอบเมลานอยด์ ซึ่งสารประกอบเมลานอยด์นี้ สร้างขึ้นจากการรวมกันของน้ำตาลและกรดอะมิโน ไม่ใช่ว่ากาแฟทุกชนิด หรือใช้กรรมวิธีการชงทุกแบบ จะสามารถผลิตครีม่าได้ แม้แต่หลายคนที่ชอบดื่มเอสเพรสโซ ยังถกเถียงกันเรื่องของชั้นครีมนี้ บ้างก็ว่าทำให้กาแฟมีรสขมเกินไป บ้างก็ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเอสเพรสโซช็อตเลยทีเดียว

น้ำกาแฟ

สิ่งนี้คือส่วนหลักสำคัญของเอสเพรสโซช็อตเลยทีเดียว ซึ่งในน้ำกาแฟสีดำ ๆ นี้จะนำมาซึ่งความเปรี้ยวและความหวาน เอสเพรสโซที่นับว่าเป็น Perfect shot จะมีองค์ประกอบที่ผู้คนเปรียบเปรยกัน 2 ส่วน คือ “ร่างกาย” และ “หัวใจ” ร่างกายที่ว่าก็คือบอดี้ของตัวเครื่องดื่ม ซึ่งจะเป็นชั้นอยู่บริเวณส่วนกลางของเอสเพรสโซ โดยปกติจะมีสีน้ำตาลคาราเมล สำหรับส่วนที่เป็นหัวใจหลักของเครื่องดื่ม จะอยู่บริเวณฐานของเอสเพรสโซ สีที่ให้ก็จะยังคงมีสีน้ำตาล แต่จะมีความเข้มข้นมากกว่า

Barista brewing coffee method pour-over

กาแฟฟิลเตอร์ คืออะไร

หากเราดูแค่คอนเซปต์ เอสเพรสโซก็ถือว่าเป็นกาแฟที่ใช้ฟิลเตอร์ หรือตัวกรองในการกรอง ซึ่งหลักพื้นฐานก็เหมือนกัน โดยการที่เราใช้น้ำร้อนผ่านกาแฟบด จากนั้น น้ำจะค่อย ๆ ไหลผ่านกาแฟบดของเราและฟิลเตอร์ หรือตัวกรองในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ก่อนจะมาจบลงในแก้วกาแฟ

แต่ข้อแตกต่างสำคัญระหว่างกาแฟฟิลเตอร์และเอสเพรสโซก็คือ แทนที่จะถูกดันด้วยแรงดัน กาแฟฟิลเตอร์ จะปล่อยให้น้ำไหลผ่านผงกาแฟโดยใช้แรงโน้มถ่วง ด้วยเหตุนี้เอง กระบวนการสกัดกาแฟจึงใช้เวลานานขึ้น เพื่อได้ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างไปจากเอสเพรสโซ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงยอดเยี่ยมอยู่ดี

และด้วยเหตุนี้เอง จึงมีเรื่องของการบดกาแฟและน้ำเข้ามาเป็นส่วนประกอบมากยิ่งขึ้น และมีความละเอียดซับซ้อนมากขึ้นด้วย

ลักษณะเด่นของกาแฟฟิลเตอร์ คือโดยส่วนมากแล้วมีแนวโน้มที่จะดึงความเป็นกรดหรือ acidity ออกมาน้อยลง และจะเน้นไปที่รสชาติที่สลับซับซ้อนของตัวกาแฟเองมากยิ่งขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกการชงกาแฟยอดนิยม สำหรับกาแฟ Single Origin เพื่อที่จะได้ดื่มด่ำกับรสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟตัวใดตัวหนึ่งอย่างแท้จริง

แตกต่างจากเอสเพรสโซ คือในเอสเพรสโซจะมีความเข้มข้น หนักแน่น และจะมีการแบ่งกาแฟเป็นชั้น ๆ ในทางกลับกัน กาแฟฟิลเตอร์ที่ดีจะมีความสะอาดใสและสม่ำเสมอกัน เนื่องจากน้ำที่ใช้ในกระบวนการชงมีมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะทำหน้าที่ดูดซับน้ำมันและกลิ่นหอมของกาแฟได้มากขึ้น และอย่างสม่ำเสมอด้วย ต่างจากการใช้แรงดัน และนอกจากความเป็นกรดที่ต่ำลงแล้ว กาแฟฟิลเตอร์ยังมีบอดี้ที่นุ่มกว่า อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับเอสเพรสโซ

เวลาที่ใช้ในการชงที่แตกต่างกัน

ระยะเวลาที่เราใช้ในการชงกาแฟฟิลเตอร์ หากจะลงรายละเอียด เป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนและต้องทำความเข้าใจ จำเป็นที่ต้องใช้เวลาในระดับหนึ่ง กระบวนการจะเริ่มต้นด้วยการทำให้กาแฟนั้นบานออก หรือที่เราเรียกว่าการ Pre-infusion หรือการ bloom โดยจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 30 วินาที ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยทำให้กาแฟของเราคายแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยให้กระบวนการสกัดดียิ่งขึ้น กระบวนการที่เหลืออื่น ๆ อาจจะใช้เวลาตั้งแต่ 1 นาทีครึ่ง ไปจนถึง 3 นาทีครึ่งก็มี

แต่สำหรับเอสเพรสโซแล้ว ชาวอิตาลีต้นตำรับของเครื่องดื่มชนิดนี้บอกมาว่า เครื่องดื่มนี้จำเป็นต้องใช้เวลาเพียงแค่ 25-30 วินาที ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้ และหากคุณต้องการกาแฟนมที่มีการใส่ส่วนผสมของนมเพิ่มเติม การสตีมนมและใส่นมลงไปเพิ่มก็จะใช้เวลาเพิ่มอีกไม่กี่วินาที ซึ่งนั่นทำให้การเตรียมกาแฟประเภทนี้ใช้เวลาอยู่ที่ประมาณเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น ซึ่งนับว่าเร็วกว่ากาแฟฟิลเตอร์อยู่มากเลย

Espresso coffee from an espresso machine

อุปกรณ์ที่ใช้ในการชงกาแฟ

อย่างที่เรารู้กันว่า เครื่องชงเอสเพรสโซดี ๆ สักเครื่องนั้นเป็นอะไรที่ราคาค่อนข้างสูงเลยทีเดียว โดยเฉพาะแบบแมนนวล ที่เผลอ ๆ ราคาจะแพงกว่าเครื่องชงเอสเพรสโซแบบใช้ไฟฟ้าเสียด้วยซ้ำ

สำหรับกาแฟฟิลเตอร์นั้น สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีเลยก็คือดริปเปอร์ กระดาษกรอง และแก้วกาแฟของเรา นอกจากนี้จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์เสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เริ่มต้นฝึกชง เพื่อให้กาแฟของเราออกมาคงที่ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องชั่ง เทอร์โมมิเตอร์ และอื่น ๆ ดริปเปอร์เองก็มีให้เลือกอยู่ด้วยกันมากมายหลากหลายเช่น Chemex, Clever Dripper, Kalita Wave และ V60 ยอดนิยม แต่ละตัวก็จะมีวัสดุที่ใช้ในการทำแตกต่างกัน อีกทั้งยังมีจุดเด่น จุดด้อย แตกต่างกันอีก ยกตัวอย่างเช่น ขนาดของรูหยดน้ำที่อยู่บนดริปเปอร์ และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อดึงรสของกาแฟออกมาให้มีความแตกต่างกัน

สิ่งนี้มีความแตกต่างจากเครื่องชงเอสเพรสโซ ซึ่งสามารถตั้งค่าอะไรต่าง ๆ ได้อย่างค่อนข้างอัตโนมัติ หากรู้สึกว่า เครื่องชงแพงจนเกินไป ก็ยังมีตัวเลือกแบบ Home Brewing ที่ราคาอาจจะถูกลงมาสักหน่อย เดี๋ยวนี้มีการพัฒนามากขึ้น แม้จะเป็นเครื่องชงแบบราคาไม่ค่อยแรงมากนัก แต่ก็มีคุณภาพระดับเดียวกับเครื่องชงมืออาชีพที่ใช้กันในร้านกาแฟเลยก็มี

เรื่องของพื้นที่ก็สำคัญ เครื่องชงเอสเพรสโซนั้นเป็นเครื่องที่ค่อนข้างใหญ่ และใช้พื้นที่ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีเคาน์เตอร์ และส่วนใหญ่แล้วเป็นเครื่องที่ใช้ไฟฟ้าด้วย

แล้วแบบนี้กาแฟฟิลเตอร์หรือเอสเพรสโซดีกว่ากัน

แน่นอนว่าไม่มีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคำถามนี้

กาแฟฟิลเตอร์นั้น มีจุดเด่นในเรื่องของการดึงรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟตัวนั้น ๆ ออกมา นอกจากนี้ เรายังสามารถเรียนรู้กรรมวิธีการแปรรูป หรือการโพรเซสกาแฟตัวนั้น ๆ ผ่านการชงกาแฟฟิลเตอร์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่น่าสนใจ

แต่อย่างไรก็ตาม เอสเพรสโซก็เป็นเครื่องดื่มที่น่าสนใจไม่แพ้กัน หากคุณอยู่ในชั่วโมงเร่งด่วน และต้องการเครื่องดื่มที่ให้คาเฟอีนดี ๆ สักแก้ว เอสเพรสโซตอบโจทย์คุณอย่างมาก ด้วยการใช้เวลาชงเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งนาทีเท่านั้น คุณก็จะได้ปริมาณคาเฟอีนที่จำเป็นต่อวันของคุณแล้ว

อีกสิ่งที่น่าสนใจของเอสเพรสโซก็คือ เนื่องจากเอสเพรสโซเป็นเครื่องดื่มที่มีบอดี้หนัก มีความเข้มข้นสูง จึงเข้ากันได้ดีกับนมเป็นอย่างมาก ความนุ่มนวลของนม จะเป็นตัวดึงศักยภาพของเอสเพรสโซออกมาได้ โดยเฉพาะในเรื่องของความหวาน อีกทั้งยังสามารถนำไปดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มอย่างคาปูชิโน่ หรือลาเต้ได้อีกด้วย

แต่กาแฟฟิลเตอร์ จะแตกต่างออกไปรสชาติของกาแฟที่ได้จะมีความคลีนกว่า บอดี้ที่เบากว่า มีความเปรี้ยวที่น้อยกว่า ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้คนมักจะดื่มกันเป็นกาแฟดำเพื่อให้เราได้สัมผัสรายละเอียด และรสชาติของเครื่องดื่มได้อย่างชัดเจน

vintage coffee drip

ท้ายที่สุดแล้ว จะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ รสนิยม และอารมณ์ในขณะนั้น ซึ่งน่าสนใจมากว่าทั้งสองเครื่องดื่มนั้น เป็นเครื่องดื่มที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถึงแม้จะใช้วัตถุดิบหลัก หรือก็คือกาแฟเหมือนกันก็ตาม ไม่ว่าคุณจะเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนมาดื่มในเช้าวันใหม่นี้ ขอให้คุณมีความสุขกับการดื่มกาแฟนะครับ