Flat White เมนู กาแฟ ที่น่าหามาลิ้มลอง

Share on facebook
Share on twitter

ในทุกพื้นที่ทั่วโลกนั้น มีการบริโภคกาแฟนมกันในปริมาณที่เยอะมาก จากสถิติและงานวิจัยจาก BBC พบว่า เครื่องดื่มทั้งสองชนิดอย่างลาเต้และคาปูชิโนนั้น เป็นสองเครื่องดื่มที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในสหราชอาณาจักร

ในปีเดียวกันนี้เอง ได้มีการสำรวจค้นพบว่า ในสหราชอาณาจักรนี้เอง ได้มีเมนู กาแฟ ใส่นมอีกหนึ่งเมนูเริ่มที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมนูนั้นก็คือ Flat White ซึ่งเมนูนี้เป็นเมนูที่มีการเติบโตขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตมากถึง 56 เปอร์เซ็นต์ในปี 2017 แล้วเหตุใดกัน Flat White จึงได้กลายมาเป็นเมนูกาแฟนมยอดฮิตอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วสำหรับบ้านเราที่ไม่ค่อยจะคุ้นเคยกับชื่อเมนูนี้สักเท่าไหร่นัก Flat White คืออะไร และเมนูนี้ มาจากไหนกัน

ครั้งหนึ่ง เมนูนี้ได้มีการเสิร์ฟอยู่แค่ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ แต่แล้ว Flat White ก็ได้กลายมาเป็นเมนู กาแฟ ที่ผู้คนดื่มกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เพื่อที่เราจะไปทำความรู้จักเมนูกาแฟนมนี้ให้มากขึ้น ผมจะขอพาคุณไปสำรวจกาแฟนมแสนอร่อยแก้วนี้กัน

Pouring latte art into the Flat White

ที่มาที่ไปของ Flat White

ต้นกำเนิดที่แท้จริงของเครื่องดื่มชนิดนี้ จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่มาก โดยเฉพาะหากนำเครื่องดื่มชนิดนี้มาเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มกาแฟนมแบบอื่น ๆ ที่มีอยู่มาก มี 2 ประเทศที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ ว่าเมนูนี้เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศไหนกันแน่ นั่นคือประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ได้มีคำกล่าวของบาริสต้า Alan Preston ที่ได้บอกว่า เขาเป็นผู้ที่ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องดื่มชนิดนี้ขึ้นมาในปี 1980 โดยมีชื่อของ “Flat White” อยู่ในชื่อเมนูของเขาเอง เมื่อเขาได้ทำการเปิดร้านที่ซิดนีย์ ได้มีการสั่งกาแฟที่ในตอนนั้นใช้ชื่อว่า “White Coffee-flat” โดยเป็นเครื่องดื่มที่มีการใส่เอสเพรสโซกับนมสตีม เมื่อขายไปได้สักพักเขาพบว่า เครื่องดื่มนี้กลายมาเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่มาก จึงเปลี่ยนชื่อเรียกเมนูนี้ใหม่ เป็น “Flat White” อย่างถาวร

สูตรที่เป็นสูตรดั้งเดิมของเขา มีการใช้ Double Ristretto 1 ช็อต นมสตรีม และใส่ฟองนมในปริมาณเล็กน้อย ในการเทนมสตรีมนั้นจะไม่มีการทำลาเต้อาร์ต และจะเสิร์ฟด้วยถ้วยเซรามิก

แต่คำกล่าวถึงสิทธิ์การเป็นผู้คิดค้นเมนูนี้ไม่ได้มีแค่นั้น ชาวนิวซีแลนด์ Franser McInnes ได้อ้างสิทธิ์การเป็นผู้คิดค้นเมนูนี้อีกคน เขาได้บอกว่า Flat White เป็นเมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อตอนที่เขาได้ทำเครื่องดื่มคาปูชิโนให้กับลูกค้า เมื่อตอนที่เขาเป็นบาริสต้า

เขายังได้มีการกล่าวถึงรายละเอียด เช่น นมที่ใช้นั้นเป็นนมที่มีไขมันต่ำมาก ซึ่งนั่นทำให้เครื่องดื่มไม่สามารถทำโฟมนมออกมาให้ดีได้ ด้วยการที่โฟมนมออกมาแบนเรียบ และโฟมนมที่ว่านี้เป็นสีขาว ดังนั้นเขาจึงเรียกสิ่งนี้ว่า “Flat White”

จนในปัจจุบันก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ ถือกำเนิดที่ไหนกันแน่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มชนิดนี้ก็ได้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีกทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา เครื่องดื่มชนิดนี้ได้แพร่กระจายออกจากถิ่นกำเนิด เข้าไปยังยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการเปิดร้านกาแฟ specialty

การเกิดขึ้นและเริ่มเป็นที่นิยมของลาเต้อาร์ตในช่วงต้นทศวรรษ 2000 นับว่าเป็นการเพิ่มความนิยมให้กับเครื่องดื่มเมนู Flat White ไปในตัวด้วย บาริสต้าต้องการมองหากาแฟที่ทำให้ลาเต้อาร์ตมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เมนูเครื่องดื่มนี้จึงกลายมาเป็นตัวเลือกที่แสนพิเศษสำหรับลาเต้อาร์ต ผู้คนเริ่มให้ความสนใจกับเครื่องดื่มที่มีฐานเป็นเอสเพรสโซ ยังอยากได้ความเป็นนมและฟองนมอยู่ แต่ก็ไม่ได้อยากได้ฟองนมมากมายขนาดนั้น เพียงแค่มีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มก็ถือว่าโอเคแล้ว

Three types of coffee

ลักษณะของ Flat White

ในขณะที่กาแฟสเปเชียลตี้ได้มีการพัฒนารูปแบบต่าง ๆ ออามามากมาย Flat White ก็ได้มีการพัฒนารูปแบบออกมาด้วยเช่นกัน ได้มีหลักการบัญญัติ หรือนิยามของคาปูชิโนไว้อย่างตายตัว โดยองค์กร Specialty Coffee Association และ World Barista Championships ว่า ความหนาของฟองนมจะต้องอยู่ที่อย่างน้อย 1 เซนติเมตร ในขณะเดียวกัน Flat White จะต้องมีความหนาของฟองนมอยู่ที่ 0.5 เซนติเมตร

หากคุยกันในเรื่องทางเทคนิคแล้ว การที่ให้ฟองนมหนาอยู่ในระดับนี้ จะเป็นการง่ายต่อการทำลาเต้อาร์ตมากกว่า เนื่องจากมีปริมาณโฟมนมที่น้อยกว่า ทำให้ความหนาแน่นน้อยกว่า บาริสต้าจึงสามารถที่จะฝึก หรือเทลวดลายของลาเต้อาร์ตได้มากขึ้น มีความละเอียดและซับซ้อนขึ้นได้

บางคนก็กล่าวถึงเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า เป็นเครื่องดื่มที่สามารถแสดงถึงความแตกต่างของกาแฟได้อย่างชัดเจน อย่างเรื่องของที่มาของกาแฟนั้น ๆ หรือกรรมวิธีการคั่ว เพราะการทำ Flat White รสชาติของกาแฟที่ได้จะโดดเด่นออกมามากกว่ารสของนม

อัตราส่วนที่ใช้ในการชง Flat White ถึงจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่โดยทั่วไปแล้ว อัตราส่วนที่ใช้จะเป็น 1:2 โดยจะใช้กาแฟ 1 กรัม ต่อการทำเอสเพรสโซ 2 กรัมในการนำมาทำเครื่องดื่ม นี่เป็นอัตราส่วนพื้นฐานที่ใช้ แล้วการปรับให้มีความแตกต่างกันออกไปก็เป็นเรื่องของรสนิยมของแต่ละคนแล้ว

แล้วรสชาติอะไรที่เด่นออกมาจากแก้วนี้ การทำ Flat White นั้น ไม่ได้เป็นการดึงรสชาติหวานของเอสเพรสโซออกมามากขึ้น แต่สิ่งที่ชูขึ้นมาจะเป็นในเรื่องของความเป็นกรด สิ่งนี้เองจะทำให้รสชาติของกาแฟทั้งหมดกับนมมีความตัดกัน และที่สำคัญ เอสเพรสโซที่มีบาลานซ์ที่ดี ไม่ได้หมายความว่า Flat White ที่ชงออกมาจะมีบาลานซ์ที่ดีตามด้วย

เรื่องของช็อตเอสเพรสโซที่ใช้ก็ค่อนข้างน่าสนใจ หลายคนเลือกที่จะใช้เอสเพรสโซ 1 ช็อตในการทำเครื่องดื่มนี้ แต่ก็มีมากที่ใช้เอสเพรสโซ 2 ช็อตในการทำเครื่องดื่ม ทั้งนี้ก็อยู่ที่ระดับความเข้มข้นที่ต้องการ

Flat White no Latte Arts

เคล็ดลับในการชง Flat White

การชงกาแฟ Flat White ให้ออกมาดี จะว่าเป็นทั้งเรื่องยากและเรื่องง่ายก็ดูไม่เกินจริง ถึงแม้ต่อ 1 เสิร์ฟนั้น กาแฟที่ได้จะน้อยกว่าลาเต้และคาปูชิโน แต่อย่างไรก็ตาม Flat White ยังคงเป็นกาแฟที่ใส่นมในปริมาณ 2 ใน 3 ด้วยเหตุนี้เอง นมจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากในกาแฟแก้วนี้ และบาริสต้าจำเป็นต้องใส่ใจกับการเตรียมนมและการสตีมนมด้วย

นมเป็นปัจจัยสำคัญมาก ที่จะดึงรสชาติของ Flat White ให้ออกมาดีหรือไม่ดี กาแฟคั่วที่เหมาะสมสำหรับใช้ทำเอสเพรสโซใส่กับนม กลายเป็นเครื่องดื่มกาแฟนม โดยมากมักจะใช้กาแฟระดับคั่วกลางหรือเข้มกว่าเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้เอง ผู้คั่วกาแฟบางรายจึงทำการพัฒนา “milk-based blends” หรือก็คือ กาแฟเบลนด์ที่เหมาะจะใช้ชงกับนมโดยเฉพาะ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นการเสริมให้กาแฟมีความหวานและความครีมมี่มากขึ้น

และที่สำคัญ ถึงจะใช้วัตถุดิบ ทั้งกาแฟและนมชั้นดีแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือฝีมือ อย่างในเรื่องของการทำไมโครโฟม จำเป็นที่จะต้องทำให้มีความนุ่มและมีฟองน้อยที่สุด โดยบาริสต้าจะทำการสตีมนมโดยให้อากาศเข้าไปในนมในขณะที่ให้ความร้อน แนะนำให้ใช้อุณหภูมิของไอน้ำอยู่ที่ 38 องศาเซลเซียส (100 องศาฟาเรนไฮต์) เพื่อทำให้ไมโครโฟมของเราเนียนนุ่มที่สุด ในระหว่างกระบวนการนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ฟองอากาศขนาดเล็กจะเข้าไปอยู่ในโปรตีนนม กลายเป็นไมโครโฟมเนียนนุ่ม

การพยายามหมุนและการตี จะช่วยให้ฟองนมขนาดใหญ่สลายหายไป ซึ่งฟองนมขนาดใหญ่หรือเล็กจะส่งผลต่อ mouthfeel ของเราเป็นอย่างมาก ยิ่งฟองนมของเราเล็กมากเท่าไหร่ เนื้อโฟมก็จะละเอียดและเนียนนุ่มมากเท่านั้น ทำให้ประสบการณ์การดื่ม Flat White ดียิ่งขึ้น

ประเภทของนมที่เราใช้นั้นสำคัญมาก เทคนิคการสตีมนม หรือแม้แต่การเทนมนั้นจะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่ว่าเราใช้นมวัว หรือนมจากพืชอื่น ๆ เช่น นมถั่วเหลือง ซึ่งจะเกิดฟองได้ง่ายกว่านมวัว และหากใช้นมที่เกิดฟองได้ง่ายกว่า บาริสต้าก็ต้องระวังในเรื่องของการสตีมนมให้มากขึ้น

Cup of Latte Arts

เราสามารถทำ Flat White ดื่มเองได้หรือไม่

เราเห็นผู้คนนิยมทำเครื่องดื่มคุณภาพสูงเพื่อดื่มเองที่บ้านกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วการทำ Flat White ดื่มเองที่บ้าน ด้วยเครื่องมือที่เรามีนั้น สามารถทำได้ไหม

สำหรับบาริสต้าที่เพิ่งเริ่มต้น จำเป็นที่จะต้องใช้เวลานานพสมควร กว่าที่จะเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ในการทำเครื่องดื่มนี้ เช่น การสตีมนม หรือการเทนมให้มีเนื้อสัมผัสที่ดี บาริสต้าส่วนใหญ่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนหลายสัปดาห์ ไปจนถึงหลายเดือน เพื่อสามาถที่จะเตรียมกาแฟที่มีคุณภาพสูง ด้วยอุปกรณ์กาแฟที่ใช้กันในร้านกาแฟ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้น่าจะไม่ใช่ง่าย ๆ ที่ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงได้

แต่ทุกวันนี้ การมาถึงของอุปกรณ์ทำกาแฟ โดยเฉพาะเอสเพรสโซสำหรับใช้ในบ้านค่อนข้างพัฒนาขึ้นมาก ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการตอบสนองตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภค มีตัวเลือกเครื่องชงกาแฟคุณภาพสูง ที่สามารถหาได้ง่ายมากขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่สำคัญคือ สามารถสตีมนมที่มีความเนียนนุ่มพอที่จะสามารถทำไมโครโฟมสำหรับ Flat White ได้

ท้ายที่สุดแล้ว กาแฟก็เป็นเรื่องของความชอบหรือไม่ชอบส่วนตัวในรสชาติที่แตกต่าง หากเราลงทุนกับเครื่องชงกาแฟที่บ้านของเราได้ เราจะสามารถสำรวจความหลากหลายเหล่านั้นได้มากขึ้น มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าจำเป็นต้องฝึกฝนเป็นเวลานาน กว่าที่เราจะสามารถชง Flat White ดื่มเองได้ที่บ้านอย่างลงตัว แต่ก็น่าจะบอกได้อย่างเต็มที่ว่า สามารถทำ Flat White ชั้นเยี่ยมออกมาดื่มเองได้ สำหรับผู้ที่ฝึกฝน พร้อมกับมีอุปกรณ์ชงกาแฟชั้นดีอยู่

การรู้จักสังเกตถึงหลายปัจจัยที่เราจะต้องพิจารณา นอกเหนือจากเครื่องชงกาแฟและเครื่องมืออื่น ๆ อย่างเหยือกนม และประเภทของนม จะทำให้เราสามารถชงกาแฟออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เครื่องดื่มกาแฟนมที่มีเอสเพรสโซเป็นฐานนั้น ในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกก็มีความแตกต่างกันอยู่มากมาย Flat White ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เครื่องดื่มดังกล่าวได้กลายมาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดหนึ่งในร้านกาแฟไม่ว่าจะเป็นที่ไหนของโลก ถึงแม้จะมีการคิดค้นเครื่องดื่มใหม่ ๆ ออกมามากมาย ในสถานที่อื่น ๆ กับวิธีการทำที่ใส่ความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่ ๆ มากมาย Flat White ก็จะยังคงเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยม และอยู่กับเราเสมือนเครื่องดื่มที่เป็นกาแฟนมอื่น ๆ มากมาย