วิธีการดื่ม และทำความเข้าใจ เอสเพรสโซ

Share on facebook
Share on twitter

เอสเพรสโซ เป็นเครื่องดื่มกาแฟเข้มข้น ที่มีประวัติศาสตร์และเรื่องราวมายาวนานกว่าศตวรรษ หากจะกล่าวถึงเรื่องราวของเอสเพรสโซ เราสามารถสืบย้อนไปตั้งแต่ในช่วงศตวรรษที่ 19 ในอิตาลี จากจุดเริ่มต้นที่นั่น ในปัจจุบัน เครื่องดื่มชนิดนี้กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะเครื่องดื่มที่ให้คาเฟอีนสูง

การเตรียมเอสเพรสโซคุณภาพนั้น ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของบาริสต้ายอดเยี่ยม ถึงจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ แต่สิ่งนี้เป็นประเด็นหลัก ที่จะตัดสินทักษะของบาริสต้า ถึงกับขนาดมีการแข่งขันการเตรียมเอสเพรสโซใน World Barista Championship เลยทีเดียว

หลายคนอาจจะรู้เกี่ยวกับการดื่มเอสเพรสโซ หากจะกล่าวถึงเครื่องดื่มชนิดนี้ เรามักจะนึกถึงความซับซ้อนของรสชาติ ความเป็นกรด และรสหวาน ซึ่งเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญสักนิด ดังนั้น จึงค่อนข้างเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เริ่มต้น เพื่อที่จะให้เข้าใจมากขึ้นว่า เราควรที่จะเริ่มดื่มเอสเพรสโซอย่างไรดี ให้เราเข้าใจรสชาติของเครื่องดื่มชนิดนี้จริง ผมจะมาชวนคุยกันในเรื่องนี้ เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจอะไรบ้าง หากต้องการที่จะดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้อย่างมือโปร

espresso

สิ่งที่เราจะได้จากเอสเพรสโซ

อโรมา 

อโรมา หรือกลิ่นหอมของเครื่องดื่มชนิดนี้ เป็นสิ่งแรกที่เราจะสามารถสัมผัสได้ เมื่อเรายกแก้วขึ้นมา กลิ่นหอมนี่เองเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ที่สำคัญของเอสเพรสโซ เอสเพรสโซแก้วนั้นมีรสชาติดีหรือไม่ เป็นเอสเพรสโซที่สามารถหาดื่มได้ทั่วไป หรือมีความพิเศษมากกว่านั้น

สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้คือ ประสาทสัมผัสในการดมกลิ่น และรสชาติของมนุษย์ มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ลิ้นของเรามีเพียงแค่ต่อมรับรสพื้นฐานไม่กี่รส หากเป็นเครื่องดื่มประเภทกาแฟนั้น เราจะสามารถรับรสได้ถึงความขม ความหวาน และ mouthfeel ได้เท่านั้น รสชาติที่ละเอียดอ่อน และมีความหลากหลายอื่น ๆ ของกาแฟ มาจากประสาทสัมผัสในการดมกลิ่นของเราร่วมด้วยทั้งนั้น

ดังนั้นสิ่งที่ควรคือ อยากให้ลองสัมผัสในเรื่องของกลิ่นอย่างเต็มที่ดู โดยธรรมชาติของการดื่มเอสเพรสโซ เรามักจะคิดอยู่เสมอว่า เครื่องดื่มชนิดนี้จำเป็นต้องดื่มให้หมดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วนก่อนไปทำงาน หลายคนเลือกที่จะดื่มเครื่องดื่มชนิดนี้ให้หมดภายในทีเดียว และไม่ค่อยได้รับลิ้มรสอะไรมากมายนัก อยากให้ลองเปลี่ยนไปใช้เวลา เพลิดเพลินกับกลิ่นอย่างเต็มที่ สิ่งนี้ทำให้เรามีประสบการณ์เพิ่มเติมแน่นอน

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เราสั่งเอสเพรสโซ ให้ลองดมกลิ่นหอมของเครื่องดื่มชนิดนี้ดู และลองสังเกตว่า กลิ่นของเครื่องดื่มเป็นอย่างไร เหมือนหรือแตกต่างจากเอสเพรสโซที่เราเคยดื่มหรือไม่ หรือมีรสชาติเฉพาะ ที่ทำให้เรานึกถึงอาหาร หรือผลไม้บางอย่างหรือไม่ อย่างน้อยเรื่องของกลิ่น เป็นพื้นฐานที่ทำให้เราตีความรสชาติของเอสเพรสโซแก้วนั้นได้

บอดี้

โดยพื้นฐานแล้ว เราจะสามารถรับรู้บอดี้ของตัวเครื่องดื่มได้ เมื่อเครื่องดื่มสัมผัสกับลิ้นของเรา เราอาจเรียกสิ่งนี้ว่า mouthfeel ก็ได้ หากนึกถึงเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซ หลายคนมักจะนึกถึงบอดี้ที่เข้มข้นและหนักแน่นเหมือนกับน้ำผึ้ง แต่ก็ยังมีเอสเพรสโซอยู่มากที่มีบอดี้ที่เบาและโปร่งสบาย บ้างก็ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มชาด้วย เราจะเห็นได้ว่า บอดี้ของตัวเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซ มีความแตกต่างกันได้มาก ดังนั้น อย่าจำกัดตัวเองแค่ดื่มเอสเพรสโซแบบเดียว แต่เอสเพรสโซแบบไหนที่ให้บอดี้เบาหรือหนัก

หากอยากได้เอสเพรสโซที่มีบอดี้ค่อนข้างเบาและนุ่มนวล เมล็ดกาแฟที่ใช้ ให้ลองเลือกเป็นเมล็ดกาแฟที่มีความ floral ยกตัวอย่างเช่น กาแฟเอธิโอเปีย ไม่ใช่แค่ความ floral เท่านั้น กาแฟที่ให้รสชาติแบบผลไม้รสเปรี้ยว หลายตัวเมื่อนำมาชงแบบเอสเพรสโซ ก็จะให้บอดี้ที่เบาเหมือนกัน

ในการลิ้มรสบอดี้ของเอสเพรสโซให้ได้ วิธีการที่ง่ายที่สุดคือ เมื่อเราจิบเครื่องดื่มแล้ว อย่าเพิ่งกลืน ให้เราทำการค้างเครื่องดื่มนี้ไว้ในลิ้นของเราสักระยะหนึ่ง ก่อนที่เราจะกลืนลงไป ทำการเคลือบเครื่องดื่มให้ทั่วลิ้นของเราให้ได้มากที่สุด ในช่วงเวลานี้ เราจะสามารถสัมผัสถึงบอดี้ของตัวเครื่องดื่มได้อย่างแท้จริง

coffee taster flavor wheel

รสชาติ

เมื่อเราดื่ม เราได้รสและกลิ่นอะไร รสชาติของเอสเพรสโซนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ลักษณะการคั่วกาแฟ และที่มาของเมล็ดกาแฟนั้น ๆ

การคั่วเข้ม กับเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซนั้น เรามักจะได้รสชาติที่เราคุ้นเคยกันมากกว่า ในขณะเดียวกัน การคั่วอ่อน จะเผยให้เห็นถึงรสชาติแท้จริง ตามแหล่งที่มาของเมล็ดนั้น (Origin) และสัมผัสได้ถึงรสชาติของเมล็ดกาแฟตัวนั้น ๆ ได้มากกว่า อีกทั้งยังมีรสสัมผัสที่ละเอียดอ่อนกว่าด้วย ไม่เพียงแค่นั้น กาแฟคั่วอ่อน เรายังสามารถรับรู้ถึงความเป็นกรดได้ดีกว่า การรู้ถึงรสชาติที่แท้จริงของตัวกาแฟ อาจทำให้เราย้อนไปถึงต้นกำเนิดของกาแฟตัวนั้น ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น กาแฟจากอินโดนีเซีย มักจะมีกลิ่นควัน หรือ smoky อยู่ในนั้น ในขณะที่กาแฟเอธิโอเปีย จะมาพร้อมกับความสว่าง fruity และมีความ floral ด้วย

อีกอย่างที่เป็นปัจจัยสำคัญ และมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรสชาติของกาแฟคือ วิธีการโพรเซส การเรียนรู้ทั้งที่มาของเมล็ดกาแฟ และวิธีการโพรเซสกาแฟนั้น จะทำให้เรามีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับกาแฟ และทำให้เราลิ้มรสชาติของกาแฟได้ดีมากขึ้นด้วย 

วิธีการรับรสชาติของเอสเพรสโซได้ดีที่สุด ให้จำไว้ว่า อย่าไปเจาะจง “รสชาติและกลิ่น” ที่ได้จนเกินไป บางครั้ง เราดื่มกาแฟเรามักจะเจาะจงรสชาติไปเลย ว่ากาแฟตัวนั้นเป็นรสสตอเบอรี่ กาแฟตัวนี้เป็นมะกรูด ซึ่งนี่เป็นการจำกัดความคิดของเรา และยากกว่าด้วย ทางที่ดีให้เริ่มต้นแบบกว้าง ๆ อย่างรสผลไม้ หรือ fruity แล้วจากนั้นจึงลองสังเกตว่า มีรสแบบไหน รสที่ได้อาจมีรสเปรี้ยวแบบผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แล้วจึงค่อย ๆ เจาะลึกเข้าไปว่า เบอร์รี่นั้นเป็นเบอร์รี่แบบไหน อีกระดับหนึ่ง คือการใช้ flavor wheel สิ่งนี้ช่วยได้มากเลย ไม่แน่ การใช้ flavor wheel อาจจะทำให้เราสามารถเชื่อมโยงรสชาติใหม่ ๆ ที่เราไม่อาจนึกมาก่อนในเอสเพรสโซของเราได้ ซึ่งพิเศษมาก

Finish (Aftertaste)

อย่างสุดท้ายที่เราควรจะสัมผัสจากการดื่มเอสเพรสโซคือ รสชาติที่ยังคงเหลือค้างอยู่ในปากของเรา หลังจากที่เราดื่ม หรือกลืนเครื่องดื่มเข้าไปแล้ว บางคนกล่าวว่า รสชาติตอนจบ หรือ aftertaste ของเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซนั้นจะติดทนนาน สิ่งนี้เป็นรสชาติที่อาจทำให้เรานึกถึงอะไรบางอย่างได้ อาจเป็นผลไม้รสหวานบางอย่าง สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรจะเพลิดเพลินกับมัน และรสชาติที่ติดอยู่ในปากนี้ จะค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อย

บาริสต้าหลายคน มีการแนะนำลูกค้า และต้องการที่จะให้ลูกค้าสัมผัสถึงรสชาติสุดท้ายนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า รสชาติสุดท้าย สามารถสร้างความประทับใจให้กับเครื่องดื่มแก้วนั้น ๆ ได้เป็นอย่างมาก 

โดยมากแล้ว aftertaste ของเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซ มักจะเป็นรสหวาน แต่อาจจะมีบ้างที่เราสามารถพบรสอื่น ๆ อย่างความเป็นกรด หรือความแห้งได้ อย่าเพิ่งล้างปากด้วยของหวานไปก่อน ค่อย ๆ เพลิดเพลินกับรสชาติที่ค่อย ๆ ขึ้นมานี้อย่างช้า ๆ และค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ เป็นความสุขอย่างหนึ่งของการดื่มเอสเพรสโซเลย 

Brew Espresso

แล้วองค์ประกอบที่ว่าเหล่านี้ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร 

องค์ประกอบของรสชาติที่กล่าวมาเหล่านี้ ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ทุกองค์ประกอบที่ว่ามามีความเชื่อมโยงกัน และเมื่อรวมกันแล้ว สามารถสร้างประสบการณ์อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เริ่มจนจบ ในขณะที่เราดื่มเครื่องดื่มเอสเพรสโซนั้น ให้เราพยายามระบุองค์ประกอบแต่ละอย่างให้ได้ พยายามแยกองค์ประกอบแต่ละอย่างออกมาทีละอย่าง แล้วเราจะพบว่า องค์ประกอบเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกันบางอย่างอยู่

ตัวอย่างความเชื่อมโยงกันง่าย ๆ คือเรื่องของกลิ่น เมื่อเราดื่มเครื่องดื่มแล้วได้กลิ่นอะไร องค์ประกอบต่อมาคือ รสชาติจะลอยเข้ามาในหัวของเราทันที เอสเพรสโซที่สกัดออกมาอย่างดี จะมีความเข้มข้น และมีความซับซ้อนในรสชาติ โดยรสชาติที่ว่านี้ ก็จะเชื่อมโยงกับกลิ่น หรืออโรมา

อย่างในกาแฟฟิลเตอร์ กลิ่นกับรสชาติมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน และที่น่าสนใจมากไปกว่านั้นคือ เมื่ออุณหภูมิของเครื่องดื่มค่อย ๆ ลดลงผู้ดื่มจะสังเกตกลิ่น และรสชาติเปลี่ยนไป อาจจะมีความชัดเจนขึ้น หรือเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเลยก็มี ทั้งนี้ขึ้นกับอุณหภูมิของเครื่องดื่มกับร่างกายของเรา เราจะสามารถรับรสได้มาก และดีขึ้น เมื่ออุณหภูมิของเครื่องดื่มเข้าใกล้อุณหภูมิของร่างกายของเรามากขึ้น ยิ่งเครื่องดื่มลดอุณหภูมิลงให้ใกล้กับร่างกายของเราทีละน้อย รสชาติของเครื่องดื่มเราก็เปลี่ยนไปทีละน้อยด้วยเช่นกัน

เช่นเดียวกับเอสเพรสโซ อุณหภูมิของเครื่องดื่มจะเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย ดังนั้น การที่เรารีบดื่มเครื่องดื่มให้หมดในทีเดียว เราอาจจะพลาดรสชาติอะไรไปบางอย่าง นี่เองทำให้แนะนำให้ใช้เวลา และเพลิดเพลินกับการจิบเอสเพรสโซทีละน้อย และพยายามสูดกลิ่นหอมของเอสเพรสโซในแต่ละช่วงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในช่วงเริ่มต้น แต่การจิบแต่ละครั้ง ให้ลองดมกลิ่นที่เปลี่ยนไปทีละนิดด้วย 

ครีม่าใน เอสเพรสโซ

ครีม่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญองค์ประกอบหนึ่งของเครื่องดื่มอย่างเอสเพรสโซ มีหลายวิธีการจัดการกับครีมม่าที่ลอยอยู่ข้างบนของเอสเพรสโซ บางคนก็บอกให้หมุนถ้วยกาแฟเล็กน้อย เพื่อให้ครีม่ายังคงรออยู่เหนือเครื่องดื่ม บางคนก็บอกให้ทำการผสมครีม่ากับเครื่องดื่มให้เป็นเนื้อเดียวกัน หรือบางคนก็ใช้วิธีตักเอาครีม่านี้ออกจนหมด ทางที่ดี เราควรจัดการกับครีม่านี้อย่างไร ควรจะกำจัดทิ้งไป เหลือไว้อยู่ในแก้วจนจบ หรือควรจะดื่มไปพร้อมกับเครื่องดื่มดี

มี 2 แนวคิด ว่าเราจะทำอย่างไรกับครีม่านี้ แนวคิดแรกคือ การคนให้เข้ากับเครื่องดื่ม อาจทำการคนอยู่ที่ประมาณ 9-10 ครั้ง เพื่อให้ทั้งสองผสมกัน จากนั้นค่อย ๆ สูดกลิ่นของเอสเพรสโซทั้งหมด แล้วจะได้กลิ่นหอมที่ออกมาจากเครื่องดื่มด้วย วิธีนี้ ครีม่าที่ทำหน้าที่ปิดกลิ่นอันหอมหวานของเครื่องดื่มจะเปิดออก แล้วกลิ่นหอมเหล่านี้จะพุ่งเข้ามาที่จมูกของเรา

อีกแนวคิดคือ ให้เราดูความแตกต่างของวิธีการเสิร์ฟ อย่างหากบาริสต้าเสิร์ฟเครื่องดื่มเอสเพรสโซในแก้วทรงทิวลิป ให้ทำการค่อย ๆ หมุนแก้วอย่างช้า ๆ ในทางกลับกัน หากเสิร์ฟในแก้ว demitasse (ทรงงแบบแก้วกาแฟปกติ) ให้ทำการคนเครื่องดื่มให้เข้ากัน เพราะหากหมุนแก้ว เครื่องดื่มอาจจะหกได้

coffee crema

ไม่มีวิธีการตายตัวกับการจัดการครีม่าเหล่านี้ แต่ไม่ว่าอย่างไร สิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของเอสเพรสโซ บางคนถึงกับบอกว่า ครีม่าเป็นจุดที่รวมรสชาติทั้งหมดของเอสเพรสโซไว้เลย ดังนั้น จึงควรจัดการโดยการผสมกัน และดื่มสิ่งนี้เข้าไปด้วย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม อยากให้ทดลองดื่มเอสเพรสโซ และจัดการกับครีม่านี้ด้วยวิธีการหลากหลายที่แตกต่างกันออกไป หรือในบางครั้ง อาจจะลองตักทิ้งดู แล้วลองสังเกตว่าเราชอบหรือไม่ชอบแบบไหนมากที่สุดน่าจะดีกว่า 

ค้นหา เอสเพรสโซ ในแบบของตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว เอสเพรสโซแต่ละแบบก็มีรสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งที่แบบที่เราชอบและแบบที่เราไม่ชอบ ดังนั้น เราจึงควรค้นหาเอสเพรสโซในแบบที่เราชอบมากที่สุดเอง สุดท้าย ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว การเสิร์ฟในแก้วต่างชนิดกัน ก็สามารถให้อารมณ์ และรสชาติที่แตกต่างกันได้ บางคนอาจจะเติมน้ำเพิ่มลงไป หรือสกัดให้ช็อตมีความเข้มข้นมากเข้าไปอีกก็มี

หรือบางคนอาจทำการใส่นมลงไปเล็กน้อย เพื่อให้มีความนุ่มละมุนมากขึ้น คล้ายกับเครื่องดื่มอย่างลาเต้ หรือ Flat White สิ่งนี้จะไปเป็นการเพิ่มบอดี้ และรสสัมผัสจะเปลี่ยนแปลงไป

เราไม่ควรที่จะยึดติดว่าการดื่มเอสเพรสโซ จะต้องจำกัดเพียงแค่เป็นเอสเพรสโซ่จริง ๆ เท่านั้น การทดลองดื่มเอสเพรสโซมากมายหลากหลายแบบ สามารถช่วยให้เราค้นพบกลิ่น และรสชาติใหม่ที่เราชื่นชอบ และเราจะรู้ว่า การดื่มเครื่องดื่มในรูปแบบที่แตกต่างกันนี้ ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมาก

อาจลองสกัดเอสเพรสโซลงในเหยือกทรงสูง แล้วทำการเขย่าให้เข้ากัน หรือไม่ก็อาจทำการสกัดเอสเพรสโซ 2 ช็อต โดยใช้ก้านชงที่แยกช็อต ทำการคนครีม่าเข้ากับเครื่องดื่มในช็อตแรก ส่วนอีกช็อต ลองดื่มเลยแล้วเปรียบเทียบความแตกต่างกัน หรืออาจสกัด โดยให้อากาศเข้าไปเล็กน้อย แล้วลองสังเกตรสชาติที่เปลี่ยนไป เคยมีผู้เข้าแข่งขันชงเอสเพรสโซ ได้มีการเอาครีม่าออกโดยใช้กระดาษกรอง ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว

เคล็ดลับสุดท้ายที่สำคัญในการดื่มเอสเพรสโซ

ให้ลองกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น อาหารที่แปลก ๆ ที่เราไม่เคยคิดจะลอง ยิ่งเรามีคลังรสชาติของเราเองมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งอธิบายรสชาติที่ซับซ้อนของเอสเพรสโซได้มากขึ้นเท่านั้น ลองกินผลไม้ หรือลูกอมรสชาติแปลก ๆ ดื่มน้ำผลไม้ที่เราไม่เคยดื่ม หรืออาจดื่มไวน์ให้หลากหลายมากขึ้นก็ได้

หากเรามีรสชาติอ้างอิงเพิ่มขึ้นแล้ว เราจะขยาย sensation ของเราให้มากขึ้น และดื่มเครื่องดื่มไม่ว่าจะอะไรก็ตาม โดยสามารถอธิบายกลิ่น และรสชาติออกมาได้เพิ่ม ทำให้ประสบการณ์การดื่มของเรายอดเยี่ยมขึ้นเป็นเท่าตัวเลย

การชิมเพื่อเปรียบเทียบ ก็เป็นอีกระดับหนึ่งในการลิ้มรสเอสเพรสโซที่แตกต่างกัน กาแฟที่ใช้มีต้นกำเนิดต่างกัน รูปแบบการคั่วแตกต่างกัน วิธีนี้จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบเครื่องดื่มได้ในทันทีและง่ายดาย แทนที่เราจะดื่มแค่ตัวเดียว พอมาอีกวันจะดื่มอีกตัว เราก็จะลืมรสชาติของเครื่องดื่มตัวเก่าที่ดื่มไปแล้ว ลองเปรียบเทียบดู กับกาแฟ 2 ตัว แล้วคุณจะรู้เลยว่า มันต่างกันขนาดไหน และสุดท้าย เมื่อได้ดื่มเอสเพรสโซหลายแก้วติดต่อกัน ให้ลองจิบน้ำเล็กน้อย เพื่อปรับเพดานปากของเรา แล้วเราจะค้นพบอะไรบางอย่าง

การดื่มเอสเพรสโซนั้น เปรียบเสมือนเรื่องรสนิยมที่มีความเป็นส่วนตัวมาก รสชาติที่ได้มากน้อยขนาดไหน ทุกคนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป ซึ่งไม่มีใครถูกหรือผิดทั้งสิ้น

espresso machine

แต่สุดท้ายอย่างไรก็ตาม เคล็ดลับที่แนะนำมาเหล่านี้ อาจช่วยให้คุณสามารถระบุส่วนประกอบสำคัญบางอย่างที่อยู่ในเอสเพรสโซได้ดีขึ้น และอาจทำให้สังเกตเห็นรสชาติ หรือเอกลักษณ์บางอย่างที่คุณอาจจะไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ดังนั้น อยากให้ลองดื่มเอสเพรสโซ แล้วลองนึกถึงปัจจัยที่กล่าวมาเหล่านี้ดู และการดื่มกาแฟ ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม คุณจะสนุกขึ้นมากเลย