จาก เอธิโอเปีย สู่ แอฟริกา ต้นกำเนิดกาแฟในแอฟริกา 

Share on facebook
Share on twitter

กาแฟเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน จากถิ่นกำเนิดบนเทือกเขาใน เอธิโอเปีย จนกระทั่งวันนี้ เราสามารถพบเห็นกาแฟเติบโตและถูกปลูกอยู่ทั่วโลก พืชชนิดนี้ได้ถูกนำไปแพร่พันธุ์ในทุกที่ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะจากการนำไปปลูกเอง หรือการลักลอบนำเข้าไปปลูก สถานที่หนึ่งที่มีความสำคัญต่อกาแฟเป็นอย่างมาก คือประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกา ที่ประเทศในแอฟริกาอื่น ๆ เหล่านี้ มีความสำคัญไม่แพ้ประเทศต้นกำเนิดอย่าง เอธิโอเปีย เลย 

เราจะมาดูกันว่า ในทวีปแอฟริกานี้ มีบทบาทสำคัญต่อการเดินทางของกาแฟอย่างไร ว่าด้วยเรื่องของความนิยมในสถานที่แห่งนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน 

horn of africa

ประวัติศาสตร์การค้ากาแฟของแอฟริกา 

หากเราต้องการที่จะสืบย้อนไปถึงเรื่องราวต้นกำเนิดของการค้ากาแฟ เราจำเป็นที่จะต้องย้อนกลับไปที่ Horn of Africa หรือจะงอยแอฟริกา คาบสมุทรที่อยู่ระหว่างชายฝั่งทะเลอาหรับและอ่าวเอเดน ในช่วงตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา การค้าที่สำคัญจะเกิดขึ้นในบริเวณช่องแคบ Bab-el-Mandeb หรือที่รู้จักกันในชื่อ Gates of Tears ซึ่งอยู่ระหว่างเอธิโอเปียกับคาบสมุทรอาหรับตะวันตก โดยเฉพาะจุดที่มีการค้าขายมากเป็นพิเศษคือ บริเวณประเทศเยเมน 

ผู้ค้าคนสำคัญในโลกแห่งการค้านี้ เห็นจะเป็นอาณาจักรโบราณที่มีชื่อว่า อาณาจักร Aksum เชื่อกันว่าอาณาจักรนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 150 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยที่ตั้งอยู่ในบริเวณระหว่าง Eritrea และเอธิโอเปียตอนเหนือ

เหตุหนึ่งที่อาณาจักร Aksum ถือเป็นผู้ค้าคนสำคัญในพื้นที่แถบนี้ เป็นเพราะสามารถที่จะเข้าถึงเส้นทางบริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์และทะเลแดงได้โดยตรง ซึ่งในช่วงศตวรรษที่ 3-6 ถือเป็นเส้นทางการค้าและตลาดที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาเหนือ ซึ่งการค้าขายในเส้นทางการค้านี้ ครอบคลุมอาณาเขตของประเทศหลายประเทศที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น โซมาเลีย จิบูตี ซูดาน อียิปต์ เยเมน และซาอุดีอาระเบีย สินค้าที่เป็นที่นิยมในตอนนั้นคือบรรดาผลผลิตทางการเกษตร เช่น เกลือ งาช้าง กระดองเต่า ทอง มรกต ผ้าไหม และเครื่องเทศ ซึ่งเหล่านี้ได้นำอำนาจและความมั่งคั่งมาสู่อาณาจักรแห่งนี้ 

แต่อย่างไรก็ตาม อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่นี้ก็ไม่สามารถที่จะต้านทานการขยายอำนาจของจักรวรรดิอิสลามได้ หรือเรียกอีกชื่อว่า รัฐเคาะลีฟะฮ์ (Caliphate) จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้เปรียบขึ้น เมื่อได้ทำการเข้ายึดและควบคุมทะเลแดง ซึ่งการเข้ายึดนี้ไม่สามารถที่จะประเมินค่าได้ อีกทั้งยังได้บริเวณส่วนใหญ่ของแม่น้ำไนล์ จักรวรรดิอิสลามได้ทำการขยายตัวอย่างรวดเร็วตลอดศตวรรษในแอฟริกาเหนือและสเปนส่วนใหญ่ ภายใต้การปกครองของประมุข Umayyad

รัฐเคาะลีฟะฮ์ได้ทำการเข้าควบคุมการซื้อขายกาแฟในบริเวณนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงศตวรรษที่ 14 จักรวรรดิอันยิ่งใหญ่นี้เริ่มเบื่อหน่ายกับการค้าขายกาแฟกับเอธิโอเปีย ดังนั้นจึงเริ่มปลูกกาแฟเป็นของตนเอง โดยได้เมล็ดพันธุ์มาจากการลอบนำเข้ามาจากเอธิโอเปียไปยังเยเมน 

ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักร หรือจักรวรรดิใด ๆ ก็ตามในแอฟริกาเหล่านี้ ก็มีเรื่องราวที่เกิดขึ้นคล้ายกับอาณาจักรหรือจักรวรรดิอื่น ๆ ทั่วโลก มีการยึดครองอำนาจ การค้าขาย การพยายามรักษาอำนาจ และการผูกขาดสินค้ากับอาณาจักรอื่น และนานวันเข้า สิ่งเหล่านี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา 

Street cafe in istanbul

กฎแห่งอาณาจักรออตโตมันกับกาแฟ 

อีก 200 ปีถัดมา qahwa เครื่องดื่มกาแฟของชาวอาหรับ ได้กลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างทั่วทุกภูมิภาคในเยเมน เหตุที่เครื่องดื่มกาแฟชนิดนี้กลายเป็นที่นิยมอย่างมาก ต้องขอบคุณพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ในแอฟริกา ที่มีดินที่อุดมสมบูรณ์ ปริมาณน้ำฝนเหมาะสม โดยเฉพาะจุดหนึ่งที่มีความสำคัญคือ ที่ราบสูง Mocha 

เมื่อกาแฟได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันของผู้คนในจักรวรรดิ สิ่งนี้ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากขึ้น มีการค้าขายเกิดขึ้นอย่างเฟื่องฟูในอาณาจักร ในศตวรรษที่ 16 จักรวรรดิออตโตมันผู้ทรงอำนาจได้ทำการผูกขาดกาแฟไว้ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการผูกขาดอย่างดุเดือด ได้พัฒนาวิธีการบางอย่าง เพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์ไม่สามารถนำไปปลูกต่อได้ เพื่อป้องกันการขโมยจากคนนอก 

เยเมนยังถือเป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ของภูมิภาคแห่งนี้ ทางตะวันตกของคาบสมุทรอาหรับ ท่าเรือ Mocha และ Al-Makha เป็นจุดที่เชื่อมโยงเส้นทางการค้า ของอูฐคาราวานกับทะเลแดง และเป็นเหมือนประตูสู่การส่งออกกาแฟไปยังอียิปต์ ซีเรีย และประเทศอื่น ๆ 

บริเวณจะงอยแอฟริกาก็เป็นส่วนสำคัญในการเริ่มต้นการซื้อขายกาแฟ ไม่เพียงแต่ในจุดนี้จะเป็นแหล่งกำเนิดของอาราบิก้าเท่านั้น แต่กาแฟจากที่นี่ยังเป็นที่แรก ๆ ที่ส่งออกไปขายต่างประเทศ ก่อนที่จะมีการขยายการค้ากาแฟเสียอีก 

การเดินทางรอบโลกของกาแฟ 

การผูกขาดการค้ากาแฟ นับว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังของจักรวรรดิออตโตมัน กาแฟเป็นสิ่งที่เป็นที่ต้องการทั่วโลก และทำกำไรได้สูงมาก ถึงจะมีการปกป้อง และการพยายามผูกขาดอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังถูกขโมยออกไปปลูกในที่อื่นทั่วโลกอยู่ดี 

การล่มสลายของการผูกขาดกาแฟของจักรวรรดิออตโตมัน เกิดขึ้นเมื่อชาวดัตช์ขโมยเมล็ดกาแฟจากเยเมนไปในช่วงประมาณปลายทศวรรษ 1600 จากที่นั่น ได้นำเมล็ดกาแฟไปยังเกาะชวาในอินโดนีเซีย ซึ่งในตอนนั้นเป็นดินแดนอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์ และได้ทำการก่อตั้งไร่กาแฟเชิงพาณิชย์ขึ้น โดยใช้ที่ดินบนเกาะชวาและแรงงานชาวชวา และก็ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ค้ากาแฟรายใหญ่ของโลก 

ชาวอาณานิคมมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่การค้ากาแฟนี้ เรื่องของกาแฟได้เปลี่ยนจากการกระจุกตัวอยู่แค่ในแอฟริกาเหนือและในบริเวณแถบตะวันออกกลางไปเป็นทั่วโลก กาแฟได้ถูกปลดแอก และเป็นอิสระจากจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ แต่ที่น่าขำก็คือ กลับถูกนำไปปลูกในดินแดนอาณานิคมที่ถูกยึดครองโดยเจ้าอาณานิคม 

กระบวนการค้าทาสในแอตแลนติก ก็มีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบการค้ากาแฟ ชาวแอฟริกันกว่า 11 ล้านคนถูกบังคับให้มาสู่ดินแดนใหม่อย่างอเมริกาในช่วงกว่า 400 ปี ทาสชาวแอฟริกันเหล่านี้ ได้ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากยิ่งขึ้น ผ่านการเป็นทาสในไร่พืชต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงกาแฟด้วย ในดินแดนใหม่แห่งนี้ มีผู้ถือครองที่ดินมากมายหลากหลาย ทั้งเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษ ที่ปกครองดินแดนอินดีสตะวันตก เจ้าอาณานิคมฝรั่งเศสปกครองเฮติ และเจ้าอาณานิคมสเปนปกครองทั่วละตินอเมริกา 

ในช่วงทศวรรษที่ 1830 ประเทศบราซิลซึ่งตกเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ก็ได้กลายมาเป็นผู้ผลิตกาแฟชั้นนำ โดยผลผลิตที่ได้จากที่นี่มีมากถึง30 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตกาแฟทั้งโลก โดยอาศัยแรงงานทาสผิวดำ และคนพื้นเมืองในการปลูกกาแฟเหล่านี้ ชาวอาณานิคมและทาสชาวแอฟริกันไม่เพียงแต่ปลูกพืชไปวัน ๆ เท่านั้น แต่ยังต้องถูกบังคับ ต้องทำให้ผลผลิตออกมาดีด้วย 

Coffee Beans

เรื่องเล่าจากผลกาแฟ 

ในเอธิโอเปีย มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับกาแฟ ที่มีการเล่าสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 10 เชื่อกันว่า มีนักรบของชาว Oromo ได้นำผลเบอร์รี่สุกที่นำมาปั้นกับก้อนไขมันสัตว์ มาม้วนเป็นก้อน และใช้เป็นเครื่องกระถางในการเดินทางอันยิ่งใหญ่ ซึ่งผลเบอร์รี่ที่ว่าก็คือผลเชอรี่กาแฟนี่เอง 

แม้กระทั่งในปัจจุบันเอง การดื่มกาแฟก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันในเอธิโอเปีย มีวิธีการดื่มกาแฟ ที่จะมีทั้งพิธีกรรมการคั่ว และการต้มกาแฟ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ในดินแดนแห่งนี้ นับว่าชาวเอธิโอเปียเป็นผู้บริโภคกาแฟในประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีป และเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกาด้วย 

มีนักสำรวจชาวอังกฤษได้เดินทางไปยังแอฟริกา และได้ทำการบันทึกถึงความซาบซึ้งและความสำคัญของกาแฟในดินแดนแห่งนี้ไว้ John Hanning Speke ได้บรรยายถึงวัฒนธรรมเกี่ยวกับกาแฟในแอฟริกา ทั้งการคัดเลือกเมล็ดกาแฟ และการเคี้ยวผลเชอรี่กาแฟจากต้น เรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ขณะที่เขาสำรวจประเทศยูกันดาในช่วงกลางปี 1800 

ในช่วงกลางปี 1800 David Livingstone และ John Kirk นักสำรวจชาวสกอตแลนด์ 2 คน ได้เดินทางมาตามแม่น้ำ Zambezi และได้มีเรื่องเล่าตกทอดมาถึงผู้คนแถวนั้น เป็นเรื่องราวของกษัตริย์แอฟริกัน ที่ได้มอบของขวัญให้กับนักเดินทางชาวยุโรป ของขวัญที่ว่าคือกาแฟ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ แสดงถึงการมอบพละกำลัง และหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณ กาแฟที่ผู้รับได้รับนี้สามารถที่จะเพิ่มพลังกาย ขับไล่ความเหนื่อยล้าและโรคภัยออกไป ทำให้สุขภาพของผู้รับนั้นแข็งแรง 

เรื่องเล่าเหล่านี้ ได้ถูกบันทึกเป็นจดหมายเหตุ จดหมาย ไดอารี่ วารสาร แผนที่ ภาพถ่าย และแม้แต่ตัวอย่างกาแฟก็ยังคงมี และถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหอจดหมายเหตุ Royal Geographical Society, หอสมุดแห่งชาติสกอตแลนด์, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์, Kew Gardens และอีกมากมายหลายสถานที่ในแอฟริกา 

ตั้งแต่เรื่องราวของนักรบของชาว Oromo พิธีกรรมการชงกาแฟของเอธิโอเปีย การมอบกาแฟให้กับนักสำรวจ เรื่องราวเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการที่ผู้คนเห็นคุณค่าในกาแฟ และมีความสุขกับผลผลิตชนิดนี้มานานกว่าหลายศตวรรษ นับว่าทวีปนี้เป็นทวีปแห่งกาแฟจริง ๆ 

เรื่องของกาแฟในแอฟริกาในปัจจุบัน 

ในปัจจุบันนี้ กาแฟยังคงมีบทบาทสำคัญในแอฟริกา ซึ่งเราสามารถเห็นอุตสาหกรรมกาแฟเติบโตได้ทั่วไป หากในฝั่งแอฟริกาตะวันออก จะเป็นในซิมบับเว หากเป็นในแอฟริกาตะวันตก จะเป็นในไอเวอรี่โคสต์ และกานา 

ในหลายประเทศผู้ผลิตกาแฟในแอฟริกา มีปัญหาภายในประเทศ และปัญหาเกี่ยวกับกาแฟ ทำให้การผลิตและการค้ากาแฟยากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน ปัญหาที่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับไร่กาแฟ โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ ปัญหาวิกฤตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ไปจนถึงเรื่องของภาวะโลกร้อนด้วย ซึ่งเหล่านี้เป็นอุปสรรคต่อเกษตรกรมาก ทำให้ผลผลิตกาแฟออกมาไม่ได้ตามเป้า และสิ่งนี้เองก็ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟดำรงชีพได้ยากขึ้น 

แต่ถึงอย่างนั้น ในหลายประเทศทั่วทั้งทวีปนี้ กาแฟก็ยังคงเป็นสิ่งหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ อัตราส่วนกาแฟ 20 เปอร์เซ็นต์ เป็นกาแฟที่มาจากเอธิโอเปีย รวันดา ยูกันดา และบุรุนดี ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดี กาแฟจากแอฟริกาเป็นกาแฟที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีความเป็นเอกลักษณ์ด้วยรสชาติที่ละเอียดอ่อน มีความหลากหลายในตัวเองสูง มีตั้งแต่กาแฟกลิ่นดอกไม้ซึ่งถูกปลูกบนพื้นที่สูง ไปจนถึงกาแฟที่มีกลิ่นมะกรูดที่โดดเด่น อย่างกาแฟ Yirgacheffe ในประเทศเอธิโอเปีย

World of Coffee

กาแฟได้เดินทางออกจากเอธิโอเปียไปยังอีกฟากหนึ่งของโลก ตลอดเส้นทางการเดินทางของกาแฟ พืชชนิดนี้ได้ร่วมเดินทางกับคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้ากาแฟ เจ้าอาณานิคมในประเทศต่าง ๆ ชาวอาณานิคม ไปจนถึงชาวบ้าน ซึ่งเป็นผู้บริโภคกาแฟตลอดประวัติศาสตร์ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจ และในปัจจุบันก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของผู้คนนับล้านทั่วโลก