ทำความรู้จัก Cafe Au Lait

Share on facebook
Share on twitter

ในเมนูร้านกาแฟ เราอาจเห็นเครื่องดื่มกาแฟนมหลายสิบชนิด ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เรามักจะคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ที่สำคัญคือเครื่องดื่มเหล่านี้ ส่วนมากจะหาดื่มได้เฉพาะในร้านกาแฟ ในกรณีที่หลายบ้านไม่มีเครื่องชงเอสเพรสโซคุณภาพ และก้านสตีมนมสำหรับใช้ในการทำโฟมนม 

เครื่องดื่มที่มีชื่อว่า Cafe Au Lait ก็อาจเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่เราสามารถพบได้ในร้านกาแฟ เครื่องดื่มชนิดนี้มีอยู่ด้วยกันทั่วทุกมุมโลก แต่ละที่ก็จะเรียกชื่อแตกต่างกันออกไป และยังเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มกาแฟนมที่หลายคนมักจะเข้าใจผิดอยู่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จัก Café Au Lait กันให้มากขึ้น เครื่องดื่มชนิดนี้คืออะไร และมีความแตกต่างจากกาแฟนมประเภทอื่นอย่างไร 

cappuccino

Café Au Lait เครื่องดื่มที่มีหลากหลายชื่อ 

คำว่า Café Au Lait มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งสามารถแปลตรงตัวได้ว่า “กาแฟกับนม” ในยุโรปนั้น เครื่องดื่ม Café Au Lait จะทำโดยการเติมนมสตีมลงในเอสเพรสโซช็อต ในอัตราส่วน 1:1 และอาจใช้โฟมนมเล็กน้อย หรืออาจไม่ใช้เลยก็ได้ ในสหรัฐอเมริกา มักจะทำเครื่องดื่มชนิดนี้โดยการใช้นมสตีม แต่แทนที่จะราดลงไปบนช็อตเอสเพรสโซ กลับใช้กาแฟฟิลเตอร์แทน 

Café Au Lait มักจะเสิร์ฟกันในแก้วขนาดใหญ่ หลายที่มักจะใช้ดื่มคู่กับคุกกี้หรือบิสกิต โดยการจุ่มคุกกี้หรือบิสกิตนั้นลงไปในแก้วกาแฟ ไว้เป็นอาหารว่างและเครื่องดื่มยามเช้า 

อันที่จริงแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้สามารถหาดื่มได้ทั่วทุกมุมโลก แต่ในแต่ละสถานที่ ก็จะใช้ชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป อย่างในโปแลนด์จะเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า kawa biala ในเยอรมันเรียกว่า milchkaffee ในฮังการีเรียกว่า tejeskávé และในภาษาดัตช์ จะเรียกว่า koffie verkeerd (ซึ่งมีความหมายว่า “wrong coffee” เนื่องจากโดยปกติชาวดัตช์มักจะดื่มกาแฟ โดยใส่นมน้อยมาก ๆ) และสุดท้าย ในบราซิลเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า café com leite

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องดื่มที่ใช้ส่วนผสมเหมือนกัน แต่มีวิธีการปรุงแตกต่างกันอยู่ด้วยมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ในสเปนมีเครื่องดื่ม café con leche จะนำนมไปต้มในหม้อ แทนที่จะใช้นมสตีม หรือในสวิตเซอร์แลนด์ จะมีเครื่องดื่ม café renversé ที่จะนำเอสเพรสโซลงไปใส่ในนม แทนที่จะนำนมมาใส่ในเอสเพรสโซ

แล้วแบบไหนใช่ Café Au Lait แบบไหนไม่ใช่ 

Café Au Lait เป็นเครื่องดื่มที่มีความแตกต่างจากลาเต้และ flat white ซึ่งผู้คนส่วนมากมักจะเข้าใจผิดกับเครื่องดื่ม 3 แบบนี้ flat white คือกาแฟที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ ใส่นมสตีมในปริมาณเล็กน้อย และจะมีชั้นโฟมบาง ๆ อยู่ ในขณะที่ลาเต้มีเบสเป็นเอสเพรสโซ ราดด้วยนมสตรีม และมีฟองนมหนา อีกอย่างที่คนมักจะเข้าใจผิดคือคาปูชิโน่ โดยสรุปง่าย ๆ คือ กาแฟแต่ละแบบก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป หากคุณชอบโฟมนม ให้เลือกคาปูชิโน่ หากอยากได้ความเข้มข้น ให้เลือก flat white และหากอยากได้ความเป็นนมมาก ให้เลือกหลากเต้ แต่หากอยากได้ตรงกลางของทั้ง 3 ให้เลือก Café Au Lait

ร้านกาแฟหลายแห่ง เช่น Starbucks จะเรียกเครื่องดื่ม Café Au Lait ว่า “caffe misto” ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องดื่มกาแฟนมนี่แหละ แต่จะใช้นมในปริมาณที่น้อย และจะทำการเติมไซรัปลงไปด้วย 

สิ่งสำคัญที่เราควรรู้คือ Café Au Lait จำเป็นที่จะต้องใช้นมสตีม หรือนมต้มในการทำ จะไม่ใช้นมเย็นหรือนมปกติเด็ดขาด เนื่องจากนมสตีมหรือนมต้มเหล่านี้จะได้รับความร้อน และ เกิดกระบวนการ caramelized ซึ่งจะทำให้แลคโตสมีรสหวานมากขึ้น และมีความครีมมี่มากขึ้นด้วย ก็แล้วแต่ว่าร้านไหนจะเสิร์ฟโดยใช้นมแบบไหน สำหรับนมต้ม จะสามารถพบได้ในฝรั่งเศส 

Three types of coffee

เนื่องจาก café au lait ถูกดัดแปลงไปใช้ในหลายประเทศทั่วโลก จึงมีรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่เฉพาะชื่อที่แตกต่างกัน แต่จากทั้งหมดนี้ มีอยู่แบบหนึ่งที่มีความพิเศษมาก เป็นเครื่องดื่มจากนิวออลีนส์ จากร้าน Café du Monde ซึ่งเป็นร้านกาแฟที่อยู่ในย่านฝรั่งเศสของเมือง Café Au Lait ของที่นี่มีชื่อเสียงโด่งดังมากกว่า 150 ปี โดยสูตรเฉพาะของที่นี่จะทำการใส่รากชิโครี่เข้าไปในกาแฟด้วย เพื่อสร้างรสชาติที่เข้มข้นและความขมเพิ่มขึ้นมา พร้อมกับเพิ่ม mouthfeel กลายเป็นเครื่องดื่มที่ยอดเยี่ยม 

เครื่องดื่มของที่นี่ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามกลางเมืองอเมริกา ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่ขาดแคลนกาแฟมาก กาแฟจึงมักจะผสมรากชิโครี่ลงไปด้วย นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนแล้ว ยังเป็นการยืดอายุของกาแฟให้ยาวนานขึ้น และยังทำให้กาแฟเข้มข้นขึ้นอีกด้วย ในตอนนั้นร้านกาแฟที่ให้บริการ Café Au Lait จะเสิร์ฟกาแฟนี้พร้อมกับ beignets ซึ่งเป็นขนมปังฝรั่งเศสชุบแป้งทอด แล้วเคลือบด้วยน้ำตาล 

Cafe au lait จะกลายมาเป็นเครื่องดื่มกระแสหลักหรือไม่ 

มีความเข้าใจที่แตกต่างและคลาดเคลื่อนกันอยู่มากกับเครื่องดื่มชนิดนี้ อันนี้จะกล่าวถึงในแง่ของผู้บริโภค เนื่องจากวิธีการทำเครื่องดื่มชนิดนี้แตกต่างกันในแต่ละท้องที่และแต่ละประเทศ ยกตัวอย่างเช่น หากสั่งเมนู café au lait เดียวกันนี้ในฝรั่งเศสและในสหรัฐอเมริกา เครื่องดื่มที่ได้จะมีลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง 

ในฝรั่งเศส หากลูกค้าต้องการสั่ง café au lait ความคาดหวังของลูกค้าคือคาปูชิโน่ ที่มีเบสเป็นเอสเพรสโซ ไม่ใช่กาแฟดริปที่ใส่นมเหมือนอย่างในสหรัฐอเมริกา ดังนั้นบาริสต้า จึงจำเป็นที่จะต้องถามลูกค้าให้ละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้สามารถตอบรับความคาดหวังของลูกค้านี้ หรืออย่างน้อยก็ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

อีกทั้งในปัจจุบันนี้ มีสิ่งที่น่าสังเกตคือเนื้อเรื่องของนม ผู้บริโภคจำนวนมากเรื่องที่จะบริโภคนมจากสัตว์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนมวัว ยิ่งนานวันเข้า อัตราการบริโภคนมจากพืชก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่วัฒนธรรมกาแฟกำลังพัฒนาไป วัฒนธรรมการบริโภคนมจากพืชก็พัฒนาขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เมนู café au lait ที่ว่านี้ก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรมเหล่านี้ 

Café au lait เป็นเครื่องดื่มที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์กาแฟยุโรปเป็นอย่างมาก แม้จะมีรูปแบบต่าง ๆ ที่แตกต่างกันมากมายกระจายอยู่ทั่วโลก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับว่า เครื่องดื่มเหล่านี้ได้รับความนิยมมาหลายร้อยปีแล้ว และดูเหมือนว่าจะยังคงอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้รับความนิยมเท่าเดิมก็ตาม 

ด้วยส่วนผสมที่เรียบง่าย เพียงแค่นมวัวกับกาแฟ แต่กลับมีศักยภาพมากมายได้ถึงขนาดนี้ หลายร้อยปีมานี้ไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆกับเครื่องดื่มชนิดนี้ แต่ในยุคปัจจุบันนี้ แนวโน้มผู้บริโภคเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทำให้เครื่องดื่มชนิดนี้ต้องพัฒนา และวิวัฒน์ตามกาลเวลาด้วย นมวัวที่เคยใช้อาจจะต้องเปลี่ยนเป็นนมจากพืชแทน ในช่วงแรกอาจจะอยู่เพียงแค่ในร้านกาแฟแบบพิเศษ ไม่แน่ต่อมาอาจจะเปลี่ยนเป็นนมจากพืชทั้งหมดเลยก็ได้

Pouring latte art

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือเกิดขึ้นช้าหรือเร็วเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนและยังคงต้องอยู่ คือรสหวาน และความครีมมี่อันเป็นองค์ประกอบหลักของเครื่องดื่มชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ชื่อไหน หรืออยู่ในภูมิภาคไหนของโลกก็ตาม ถึงแม้ในบ้านเราจะไม่คุ้นชินกับชื่อ café au lait มากนัก แต่ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจที่จะหามาลอง ครั้งหน้าคุณลองถามบาริสต้า ว่ามีเครื่องดื่ม café au lait อยู่ในร้านหรือไม่ หากมีเครื่องดื่มชนิดนี้อยู่ ลองสั่งมาดื่มก็ไม่เสียหายอะไร ไม่แน่คุณอาจจะชอบเครื่องดื่มชนิดนี้ เสียจนต้องดื่มบ่อย ๆ ก็เป็นได้