กากกาแฟ ใช้แล้ว ปัญหาใหญ่ที่ไม่น่าเชื่อ

Share on facebook
Share on twitter

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า ตลอดทั้งอุตสาหกรรมกาแฟ ส่งผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่งต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะในขั้นตอนใดก็ตาม ตั้งแต่การปลูก การโพรเซส ไปจนถึงการขนส่งและการคั่วเลย ซึ่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานในระดับที่เยอะพอสมควร ดังนั้นจึงได้ทิ้ง carbonfootprint ไว้เป็นจำนวนมาก

แต่วันนี้เราจะมาคุยกันในเรื่องของ ของเสียที่ถูกผลิตขึ้นเมื่อเราดื่มกาแฟ ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสิ่งนี้ก็เป็นของเสียอย่างที่เราไม่คาดคิด นั่นก็คือ กากกาแฟ ที่หลงเหลือจากการชงกาแฟของเรา เป็นผลพลอยได้จากการที่เราบริโภคกาแฟอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างที่บอกว่า หลายคนอาจจะคิดว่าสิ่งนี้ปลอดภัยที่จะทิ้งเหมือนขยะธรรมดา แต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น กากกาแฟ สามารถที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่เราคิด และการเอาไปฝังกลบก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

และวันนี้เราจะมาคุยกัน ในเรื่องของสิ่งที่เกิดขึ้น กับกาแฟที่ใช้แล้ว เหตุใดเราจึงไม่สมควรนำสิ่งนี้ไปฝังกลบ และจากการที่เรามีกากกาแฟกันอยู่มากขนาดนี้ เราจะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างไร

Monofill

เราผลิตขยะจากกาแฟได้มากขนาดไหน

โดยปกติแล้ว หากเทียบจากอัตราส่วนที่ SCA แนะนำให้เราใช้ในการชงกาแฟ สำหรับการชงกาแฟที่เหมาะสมคืออยู่ที่ประมาณ 55 กรัมต่อลิตร นั่นหมายความว่า หากเราคิดกาแฟ 1 เสิร์ฟ อยู่ที่ประมาณ 250 มิลลิลิตร เท่ากับว่าเราจะใช้กาแฟเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 14 กรัม แต่ละวันนั้น มีคนดื่มกาแฟกว่าหลายพันล้านแก้ว แล้วเราลองคิดดู ว่าปริมาณกากกาแฟที่จะถูกผลิตขึ้น จะมีได้เท่าไหร่

กรณีศึกษาในประเทศโปรตุเกส หากเทียบกับปริมาณของกากกาแฟที่ถูกผลิตขึ้นในแต่ละเดือน ระดับของการบริโภคกาแฟโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4.73 กิโลกรัมต่อคน ประชากรของประเทศโปรตุเกสมีเพียงแค่ประมาณ 10 ล้านคน นั่นเท่ากับว่า สามารถที่จะผลิตขยะเหล่านี้ได้มาก 48,000 เมตริกตันต่อปี

ในขณะที่บางประเทศ มีการนำกากกาแฟกลับมาใช้ใหม่ แต่ก็เป็นตัวเลขที่ไม่ได้มากนัก อยู่ที่เพียงแค่ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ โดยจะถูกนำมาใช้ในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอย่างพวกปุ๋ย ในทางกลับกัน มีกากกาแฟกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ที่มักจะนำมาทำลายด้วยการฝังกลบ

กรณีศึกษาต่อไปเป็นของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งประเทศออสเตรเลียนี้สร้างขยะกาแฟอยู่ที่ประมาณ 65,000 ตันทุกปี ส่วนใหญ่จะทำลายด้วยการฝังกลบ นอกจากนี้ ยังมีขยะอันเกิดจากกาแฟในส่วนอื่นมากมายด้วย ซึ่งตัวเลขไม่ได้ถูกนำมาคิดในปริมาณขยะเหล่า

กากกาแฟไปถึงหลุมฝังกลบ

กากกาแฟที่ใช้แล้วส่วนใหญ่ จะถูกโยนลงไปในถังโดยตรง โดยที่จะไม่ทำการแยกหรือทำการบำบัดเลย หลังจากนำไปทิ้งแล้ว ก็จะนำไปฝังกลบในทันที โดยจะใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3 เดือนก่อนที่กากกาแฟเหล่านี้จะเริ่มสลายตัว ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากออกซิเจนของหลุมฝังกลบ

ในกากกาแฟนั้นประกอบด้วยน้ำมันและสารประกอบอื่น ส่งผลเสียต่อดินเป็นอย่างมาก ทำให้ดินเหล่านี้มีความเป็นกรดมากขึ้น ดังนั้นในหลุมฝังกลบเหล่านี้ก็จะสร้างนำขยะที่มีความเป็นกรด ซึ่งสามารถทำลายดินโดยรอบได้อีก นอกจากนี้แล้ว การสลายตัวของกากกาแฟในหลวงฝังกลบ ยังก่อให้เกิดแก๊สเรือนกระจกอีกด้วย ซึ่งก๊าซเหล่านี้มีผลกระทบเพิ่มเติมต่อสิ่งแวดล้อม และมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อการเกิดวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ เมื่อนำกากกาแฟทิ้งลงไปในหลุมฝังกลบ สิ่งที่สร้างต่อมาคือแก๊สมีเทน ซึ่งก็เป็นก๊าซเรือนกระจกอีกชนิดหนึ่ง อย่างที่หลายคนน่าจะรู้ เพราะว่าแก๊สมีเทนนั้นค่อนข้างมีความอันตรายมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์เสียอีก

คำถามต่อมาก็คือ เราจะทำอะไรแทนที่เราจะทิ้งกากกาแฟเหล่านี้ โดยปกติแล้ว เราจะนำกากกาแฟเหล่านี้ไปทิ้ง ก่อนที่เราจะดึงสารประกอบที่อยู่ในกากกาแฟเหล่านั้นออกมาได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเราจึงกล่าวได้ว่า แม้จะเป็นกากกาแฟที่เราใช้ในการชงกาแฟเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงมีรสชาติ และสารประกอบที่ให้กลิ่นที่สามารถระเหยได้ ซึ่งยังคงอยู่ในนั้นมากกว่า 1 ใน 3 เลยทีเดียว

นอกจากนี้ กากกาแฟยังมีค่าความร้อนที่ค่อนข้างสูง แม้ว่าจะนำมาบริโภคต่อไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพได้ กากกาแฟเหล่านี้จะเผาไหม้ในอุณหภูมิที่ร้อนขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ และยาวนานกว่าการใช้เชื้อเพลิงที่เป็นไม้แห้ง อีกทั้งเมื่อนำมาเป็นเชื้อเพลิงแล้ว ยังมี carbonfootprint ในระดับที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบดั้งเดิม

การนำกากกาแฟไปใช้

ได้มีองค์กรมากมายบนโลก เล็งเห็นมูลค่าของกากกาแฟที่เราใช้กันแล้ว โดยได้มีการนำกากกาแฟส่วนหนึ่งกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งกากกาแฟเหล่านั้นแทนที่จะกลายมาเป็นขยะ ก็ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไรบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น มีการใช้กากกาแฟ ร่วมกับส่วนผสมจากธรรมชาติอื่น เพื่อทำการสร้างผลิตภัณฑ์ดูแลผิว หรืออาจจะนำกากกาแฟเหล่านี้นำไปทำเป็นของใช้ในบ้าน อย่างการนำไปทำถ้วยกาแฟ หรือจานรอง

ปุ๋ยกากกาแฟ

กากกาแฟเหล่านี้มีศักยภาพที่ค่อนข้างสูง ทั้งในแง่ของการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ และในแง่ของการนำพลังงานเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ หรือแม้แต่การนำมาผลิตเป็นวัสดุใหม่เลยก็ยังได้ มีการใช้กากกาแฟเหล่านี้ ในการผลิตไบโอดีเซล และใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเพิ่มความร้อน และกากกาแฟเหล่านี้ก็ไม่ได้ถูกมองเป็นของเสียตามธรรมชาติอีกต่อไป แต่จะถูกมองเป็นวัตถุดิบที่นำมาใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แทน

ในปัจจุบันนี้ กากกาแฟนับว่ามีศักยภาพ และถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในระดับที่กว้างมากขึ้น เรียกได้ว่ามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอยู่พอสมควรเลย แต่อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องคุยกันในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจัดระเบียบ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำได้ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากและท้าทาย จำเป็นที่จะต้องมีผู้มีส่วนร่วมจำนวนมาก หรือได้รับความร่วมมือในวงกว้าง ทั้งนี้รวมถึงบรรดาร้านกาแฟด้วย ทุกอย่างล้วนมีค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะนำสิ่งนี้ไปทำเป็นอะไรก็ตาม อย่างการนำมาทำปุ๋ยหมัก หรือการนำมารีไซเคิลในระดับอุตสาหกรรม เรียกได้ว่ามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้าง ดังนั้นในเรื่องนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการลงทุนอย่างจริงจัง และจำเป็นที่จะต้องได้รับการช่วยเหลือในหลายภาคส่วน

ในรายงานประจำปี 2018 โดย British Coffee Association เกี่ยวกับอุปสรรค และโอกาสในอุตสาหกรรมกาแฟ ได้มีการกล่าวไว้ว่า แม้ว่าของเสียอันเกิดจากกาแฟ ในแง่ของการที่ผู้บริโภคผลิตได้ จะมีสเกลที่ค่อนข้างเล็กกว่ามาก หากเทียบกับขยะกาแฟในเชิงพาณิชย์ แต่การเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคล หรือการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค นับว่ามีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในระยะยาวเป็นอย่างมาก

ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะเริ่มมีการเก็บกักกาแฟเหล่านี้ และนำมาบำบัดก่อนที่จะนำกลับไปใช้ใหม่แล้ว แต่ในประเทศส่วนใหญ่ ไม่ได้มีระบบที่พร้อมจะทำแบบ ในหลายประเทศ การที่จะกำจัดขยะจากกาแฟเหล่านี้ วิธีการที่เป็นไปได้มากที่สุดคือการนำไปฝังกลบ หรืออาจเป็นการนำกลับไปใช้ใหม่ภายในบ้าน หรืออาจจะเป็นการนำมาทำปุ๋ยหมัก

การนำกากกาแฟกลับมาใช้ใหม่ในบ้าน

ในเมื่อการนำมารีไซเคิล หรือการนำมาทำปุ๋ยหมักในสเกลใหญ่ เป็นเรื่องที่จะทำได้ยาก ดังนั้นสิ่งที่ผู้บริโภคจะสามารถทำได้ คือการนำกากกาแฟเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ในบ้าน หากเราค้นหาในอินเทอร์เน็ต จะมีวิธีการมากมายที่จะสามารถนำกากกาแฟเหล่านี้มาใช้ต่อได้ ตั้งแต่วิธีการนำมาใช้เป็นสครับขัดผิวตามธรรมชาติ หรืออาจนำไปดับกลิ่นตู้เย็นภายในบ้านของเรา

แต่มีวิธีการหนึ่งซึ่งเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด และเป็นวิธีแกนที่มีประโยชน์ที่สุดที่จะนำกากกาแฟกลับมาใช้ใหม่ คือการนำกากกาแฟเหล่านั้นมาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืช ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการที่มีประโยชน์ แต่การที่จะนำกากกาแฟเหล่านี้มาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชนั้น ก็มีข้อควรระวังบางอย่างที่พูดที่จะนำมาใช้จำเป็นที่จะต้องรู้อยู่เหมือนกัน

กากกาแฟนั้นอุดมไปด้วยไนโตรเจน และสามารถที่จะขับไล่แมลงศัตรูพืชในสวนได้ อีกทั้งยังสามารถนำมากั้น เพื่อขวางบรรดาสัตว์เล็ก ๆ อย่างพวกหอยทากได้ และเมื่อใช้เป็นปุ๋ยในสวนเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว กากกาแฟเหล่านี้สามารถที่จะปรับปรุงคุณภาพของดินในสวนได้ด้วย และสามารถที่จะใช้ซ้ำได้เรื่อย ๆ โดยที่ไม่ทำให้คุณได้ประโยชน์นั้นลดลงเลย

แต่อย่างที่บอกไป กากกาแฟเหล่านี้ยังคงมีสารประกอบบางอย่าง ที่หลงเหลืออยู่ภายในกาแฟด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อให้ได้คุณค่าที่สูงที่สุดจากกากกาแฟ ควรที่จะนำกากกาแฟเหล่านี้ไปหมักอย่างน้อย 100 วัน เพื่อลดระดับของสารประกอบบางอย่าง อย่างคาเฟอีน กรดคลอโรจีนิก และแทนนินลง หรือหากมีขยะอาหารเหลืออยู่ ก็สามารถนำมาผสมเป็นปุ๋ยหมักได้ด้วย

ดินที่ได้รับการปรับปรุงแล้วด้วยกากกาแฟหมัก จะเหมาะสมกับพืชเป็นอย่างมาก สามารถที่จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี โดยพืชบางชนิดจะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความเป็นกรดในระดับที่เล็กน้อย อย่างพวกลิลลี่และบลูเบอร์รี่ และที่สำคัญ หากบ้านไหนเลี้ยงสัตว์ด้วย พยายามอย่าให้น้องหมาหรือน้องแมวของคุณไปเล่นบริเวณนี้ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้หากบริโภคเข้าไป

อัตราการบริโภคกาแฟทั่วโลกนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ขยะที่เกิดจากการบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นนี้จึงมีมากขึ้นตามไปด้วย ที่สำคัญที่สุดคือกากกาแฟ พี่ท้ายที่สุดแล้วจะกลายมาเป็นขยะแน่นอน วิธีการที่เราจะจัดการกับกากกาแฟเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เราจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างกับขยะเหล่า มีวิธีการจัดการอย่างถูกวิธี เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเชิงลบของการบริโภคกาแฟในปริมาณที่มากขึ้นขนาดนี้

Coffee Ground Plant

และวิธีการที่ว่ามานี้ เป็นวิธีการเบื้องต้นที่เราจะสามารถทำอะไรกับขยะอย่างกากกาแฟได้ หรือไม่คุณก็สามารถหาข้อมูลอื่นได้ทางอินเทอร์เน็ต มีวิธีการมากมายที่จะจัดการกับขยะที่เกิดจากกาแฟ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ยังไงก็อยากให้ทำอะไรสักอย่างกับขยะ ไม่ควรปล่อยและทิ้งไป คิดดูว่าเราคนเดียวดื่มกาแฟต่อสัปดาห์ ต่อเดือน หรืออาจเป็นต่อปีเท่าไหร่ แล้วกาแฟเป็นเครื่องดื่มที่คนทั่วโลกก็ดื่ม คิดดูว่าขยะที่เกิดขึ้นจะมากมายขนาดไหน

ถึงแม้เรื่องนี้จะดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่การนำกากกาแฟซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะกลายมาเป็นขยะเหล่านี้นำกลับมาใช้ใหม่ เป็นอะไรที่ดีอย่างมาก และเรื่องเล็ก ๆ นี้เอง จะสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต หากทุกคนร่วมมือและร่วมใจกัน