ทำความรู้จักกับเครื่องดื่ม ชาใบกาแฟ

Share on facebook
Share on twitter

โดยปกติแล้ว ส่วนของต้นเชอร์รี่กาแฟที่เราจะนำมาทำเป็นเครื่องดื่มกาแฟนั้น คือผลของเชอร์รี่ หลังจากถูกเก็บเกี่ยวและผ่านกระบวนการมากมายแล้ว สุดท้ายจะได้เป็นกาแฟ ที่เป็นเมล็ดซึ่งได้จัดผลเชอร์รี่ แล้วส่วนที่เหลืออื่น ๆ ของต้นกาแฟนั้น สามารถนำมาทำอะไรได้หรือไม่

ในกระบวนการดูแลต้นกาแฟนั้น จำเป็นที่จะต้องตัดกิ่งก้านกาแฟ หรือแตกใบกาเเฟออกอยู่เสมอ กิ่งก้านและใบกาแฟเหล่านั้น สุดท้ายก็จะถูกทิ้งไป แต่แล้วก็มีในบางพื้นที่ หรือในบางส่วนของโลก ที่จะเก็บใบกาแฟไว้ และนำมาต้มทำเป็นเครื่องดื่มชาใบกาแฟ

เป็นเรื่องที่ใหม่และค่อนข้างน่าสนใจเป็นอย่างมาก กับการนำใบกาแฟมาทำชาใบกาแฟ ในบ้านเราอาจจะไม่มี แต่อย่างที่บอกไปว่ายังมีคนนำใบกาแฟเหล่านี้มาบริโภคเป็นเครื่องดื่มด้วย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกัน ว่าเครื่องดื่มชนิดนี้มีกรรมวิธีในการผลิตอย่างไร เพื่อให้ได้ชาแสนอร่อยมา

Coffee Branch

ที่มาของการบริโภคชาใบกาแฟ

มีการดื่ม ชาใบกาแฟ ในหลากหลายสถานที่บนโลก ไม่ว่าจะเป็นบนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ในประเทศเอธิโอเปีย จาไมกา บนเกาะชวา และประเทศซูดานมายาวนานหลายศตวรรษแล้ว ตั้งแต่ช่วงประมาณศตวรรษที่ 16 ถึงช่วงศตวรรษที่ 19 เกษตรกรชาวเอธิโอเปียได้ทำการเก็บกาแฟ ทั้งนี้ก็เพื่อการนำมาค้าขายและบริโภค อีกทั้งยังมีการนำกาแฟเหล่านี้มาใช้ในพิธีการบางอย่างด้วย ชาว Harari ชนพื้นเมืองในประเทศเอธิโอเปีย นิยมดื่มเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่เรียกว่า kuti

เครื่องดื่มชนิดนี้จะทำโดยการต้มใบกาแฟในน้ำร้อน บางครั้งก็จะทำการใส่เกลือหรือน้ำตาลลงไปเล็กน้อย โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาต้มอยู่ที่ประมาณ 30 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ค่อนข้างนาน เนื่องจากมีความเชื่อว่า ยิ่งต้มใบกาแฟเหล่านี้นานเท่าไหร่ เครื่องดื่มที่ได้ก็จะมีรสหวานมากขึ้นเท่านั้น

รสชาติของชาใบกาแฟนั้น จะมีลักษณะบางอย่างที่มีความคล้ายคลึงกับชาเขียว แต่ก็จะมีรสของดินที่เป็นเอกลักษณ์ และมีรสชาติที่หวานมากกว่า มีคาเฟอีนในระดับที่ต่ำกว่าชาเขียว และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง เชื่อกันว่าชาใบกาแฟนี้ สามารถที่จะรักษาหรือบรรเทาอาการหวัดได้

ในช่วงศตวรรษที่ 19 ชาวอาณานิคมชาวดัตช์ ได้ทำการขนส่งต้นกาแฟ ไปยังพื้นที่เกษตรกรรมของพวกเขาในประเทศอินโดนีเซีย ในตอนนั้นคนงานในไร่กาแฟ ถูกสั่งห้ามไม่ให้ดื่มกาแฟที่พวกเขาเป็นคนเก็บเกี่ยว ดังนั้นจึงถือกำเนิดเครื่องดื่มชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกว่า kawa daun

เครื่องดื่มชนิดนี้เกิดขึ้นจากการตากใบกาแฟให้แห้ง ทั้งนี้ก็เพื่อลดความขมของใบกาแฟเหล่านั้นลง จากนั้นจะนำไปกาแฟไปรมควัน และนำไปย่างอยู่ที่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง สุดท้ายจะนำใบกาแฟเหล่านั้นไปต้มในน้ำเดือด แล้วจะเสิร์ฟในกะลามะพร้าว ทุกวันนี้ เครื่องดื่มชนิดนี้ยังคงมีให้เห็น แต่จะมีการเพิ่มโดยการเติมน้ำตาลลงไป บางสูตรก็มีการใส่นมข้นหวาน หรือใส่ขิง บางสูตรอาจมีการเติมไผ่ หรือใส่ไข่ลงไปด้วยก็มีเหมือนกัน นับได้ว่าเป็นทั้งอาหารคาวและเครื่องดื่มเลยทีเดียว

รสชาติของชาใบกาแฟ

หากจะกล่าวถึงชาใบกาแฟ สำหรับผู้ที่ไม่เคยลิ้มลองรสชาติ ก็มักจะเข้าใจผิดไปก่อนแล้วว่า ชาใบกาแฟอาจมีรสชาติเหมือนกับกาแฟ แต่ช้าก่อน ถึงเครื่องดื่มชนิดนี้จะทำมาจากผลผลิตของต้นกาแฟเหมือนกัน แต่ในส่วนของใบนั้น รสชาติไม่ได้เหมือนกับผล เรียกได้ว่ามีรสชาติที่แตกต่างออกไปจากกาแฟที่เราดื่มกันโดยสิ้นเชิงเลย แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เหมือนกับผลเชอรี่กาแฟ แม้แต่รสชาติของชากาแฟเอง ก็จะมีความแตกต่างออกไป ตามสถานที่ปลูกและวิธีการในการปลูก

แต่ถึงเราจะเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า ชากาแฟ และเครื่องดื่มมักจะถูกนำมาเปรียบเทียบกับชาเขียวอยู่บ่อย ๆ แต่แท้จริงแล้ว สิ่งที่น่าสังเกตคือ ในทางเทคนิคเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ใช่ช้าแต่อย่างใด เครื่องดื่มที่เรียกว่า “ชา” นั้น จำเป็นที่จะต้องได้มาจากต้นชา เนื่องจากกาแฟกับชาเป็นพืชคนละชนิดกันเลย ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว เครื่องดื่มที่ชงด้วยใบกาแฟ เราจะเรียกว่า “tisane” น่าจะถูกมากกว่า

ก็เหมือนกับเครื่องดื่มหลายชนิด ที่วัตถุดิบหลักไม่ได้ทำมาจากใบชา แต่เราเรียกว่าชาไปโดยปริยาย ทั้งนี้เนื่องจากว่ามันค่อนข้างง่ายต่อการทำความเข้าใจ กรรมวิธีในการชงชาคือการนำใบชา มาแช่ในน้ำร้อนสักระยะหนึ่ง การนำเอาผลไม้อบแห้ง หรือใบไม้อื่นมาอบแห้ง แล้วทำการแช่ในน้ำร้อนไว้ เราจึงเรียกสิ่งนี้ว่าช้าไปโดยปริยาย อย่างพวกชาผลไม้ หรือชาดอกไม้ต่าง ๆ เช่น ชาคาโมมายล์ เป็นต้น

อย่างที่บอกไปว่า รสชาติของชาใบกาแฟนั้น จะมีความแตกต่างกันออกไป เมื่อได้จากต้นกาแฟที่ปลูกในแต่ละพื้นที่ หรือมีวิธีการในการดูแลต่างกัน ตัวอย่างคือชาใบกาแฟจากประเทศแทนซาเนีย จะมีบอดี้ที่ค่อนข้างนุ่มนวล มีรถฝาดที่ค่อนข้างต่ำ และจะมีความหวานค่อนข้างสูง

Part of Coffee

อาจจะได้กลิ่นของวานิลลา น้ำผึ้ง ยาสูบ หรือโน้ตของเอิร์ธโทนด้วย รสชาติอาจมีความสว่าง หากเราเทียบกับชาดำส่วนใหญ่ ชามีความหวานและค่อนข้างมีบาลานซ์ที่ดี แต่ขาดรสเปรี้ยว จากที่กล่าวมานี้เราจะเห็นได้ว่า รสชาติของชาใบกาแฟ มีความแตกต่างและไม่ได้เหมือนกับรสชาติของกาแฟเลย

ในหลายพื้นที่ มีการทำชาใบกาแฟเหล่านี้ในปริมาณที่ค่อนข้างน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่จะทำดื่มกันเพียงแค่ภายในท้องถิ่นเท่านั้น แต่ในพื้นที่ที่มีการทำชาใบกาแฟบริโภคกันมากที่สุดในแถบตะวันตก และเรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักมาอย่างยาวนาน คือแบรนด์เครื่องดื่มจากประเทศแคนาดา Wize Wize ที่ให้บริการเครื่องดื่มหลากหลายชนิด และปัจจุบันแบรนด์นี้มีสินค้าวางขายอยู่ในกว่า 30 ประเทศทั่วโลก

ผลิตภัณฑ์หนึ่งของแบรนด์เครื่องดื่มแบรนด์นี้ คือชาเย็นใบกาแฟพร้อมดื่ม โดยเครื่องดื่มตัวนี้ถึงกับได้รับรางวัลผลิตภัณฑ์ใหม่ยอดเยี่ยมจากงาน World Tea Expo 2015 ปัจจุบันเครื่องดื่มชนิดนี้มีทำออกมาในหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสดั้งเดิม รสเกรปฟรุต หรือรสมะม่วง และใบชาที่นำมาทำ คือใบชาจากประเทศนิการากัว

ผลดีสำหรับผู้ผลิต

ถึงแม้ว่าความต้องการกาแฟของโลก จะอยู่ในระดับที่สูงเอามาก ๆ แต่ในอุตสาหกรรมกาแฟ ผู้ผลิตยังประสบกับปัญหามากมายหลากหลายในตลอดทั้งห่วงโซ่ ทั้งเรื่องของราคากาแฟที่มีความผันผวนสูง อีกทั้งยังในเรื่องของสภาพอากาศอีกด้วย

มีการเก็บเกี่ยวกาแฟเพียงไม่กี่เดือนของทุกปี ขึ้นอยู่กับฤดูกาลเก็บเกี่ยวของในแต่ละประเทศ สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ในบางช่วงของปี ผู้ผลิตและคนงานจำนวนมากไม่มีงานทำ ไม่มีงานทำในที่นี้ หมายถึงการไม่มีรายได้เข้ามาจุนเจือตัวเอง ครอบครัว หรือแม้แต่มาจากการไร่กาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญของปี

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีผู้ผลิตบางราย ที่ตัดสินใจนำส่วนอื่นของกาแฟมาใช้งาน ชาใบกาแฟค่อนข้างเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ในตรงนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากใบกาแฟ เป็นสิ่งที่ถูกผลิตออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ผลิตสามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงนอกฤดูการเก็บเกี่ยว

ในประเทศเอธิโอเปีย ชาใบกาแฟ ถูกดื่มกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหล่าเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟเอง เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ค่อนข้างให้ความสดชื่น และไม่เพียงแค่นั้น หลังจากตัดกิ่งแล้ว ชาใบกาแฟเหล่านี้ยังสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟได้มากเลยทีเดียว

หากมีความต้องการในตลาดชาใบกาแฟเพิ่มขึ้น สิ่งนี้จะกลายมาเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของบรรดาเกษตรกร การกระจายความหลากหลายทางพืชผล ถือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้ผลิต ที่จะสอดรับกับนโยบายความยั่งยืนในไร่กาแฟ สามารถที่จะทำให้มีรายได้ อย่างน้อยก็ในช่วงนอกฤดูการเก็บเกี่ยว

ชากาแฟ ผลักดันให้กลายมาเป็นเครื่องดื่มกระแสหลักได้หรือไม่

รายงานจาก World Tea News บอกว่า ผู้คนกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก นิยมบริโภคชาใบกาแฟนี้ และไม่นานมานี้ ในช่วงต้นปี 2020 หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งยุโรป ได้ทำการอนุมัติ ให้มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาใบกาแฟเหล่านี้ทั่วทั้งสหภาพยุโรป นั่นทำให้ตลาดนี้มีการเติบโตมากขึ้น ในอีกช่วงไม่กี่เดือนต่อมา

ถึงแม้ว่าเครื่องดื่มชาใบกาแฟนี้ จะนิยมบริโภคในหลายประเทศ มาเป็นเวลากว่าหลายร้อยปีแล้ว ในปัจจุบันใบชาชนิดนี้ ก็ได้ถูกอนุมัติให้มาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารได้แล้วด้วย ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่า นี่จะเป็นการเปิดตลาดใบชากาแฟ ที่จะได้รับความนิยมสูงมากขึ้นในอนาคต อย่างน้อยก็ในตลาดยุโรป

แต่ก็ยังคงมีความท้าทายอยู่ เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นเครื่องดื่มที่ค่อนข้างใหม่ หากเราพูดกันถึง “ชาใบกาแฟ” เราจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ใช่ทั้งชา และก็ไม่ใช่กาแฟด้วย ไม่ได้มีรสชาติเหมือนเครื่องดื่มชนิดใดชนิดหนึ่งเลย ในเรื่องของสารอาหารที่ได้เหมือนกัน บางคนคาดหวังว่า การดื่มชาใบกาแฟนี้ จะได้รสชาติที่มีความคล้ายกับกาแฟ หรืออย่างน้อยก็มีคาเฟอีนที่อยู่ในระดับสูงเหมือนกับชา แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย

หากจะจัดเครื่องดื่มชนิดนี้ให้อยู่ในหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะยากมากอยู่ อย่างที่บอกว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ไม่ใช่ชา หรือแม้กระทั่งไม่ใช่กาแฟเหมือนกัน แต่ก็มีไอเดียที่น่าสนใจจากผู้ผลิต ที่ดันเครื่องดื่มชนิดนี้ กลายเป็นเครื่องดื่มกาแฟทางเลือก หรือเครื่องดื่มชาทางเลือกไปเลย ซึ่งเป็นอะไรที่น่าสนใจมากกว่า

dried tea leaves and roasted coffee beans

นอกจากนี้แล้ว เครื่องดื่มอย่างชากาแฟนี้ เป็นการนำเอาใบกาแฟ ที่ท้ายที่สุดแล้วก็จะนำมาทิ้ง มาใช้งานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนั้นสิ่งนี้จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งจุดขายได้ สำหรับผู้คนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม และเรื่องของความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้เปรียบเสมือนการนำสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ มาใช้งานหรือใช้ประโยชน์ อีกทั้งยังไม่ต้องกลัวขาดแคลนใบกาแฟ เนื่องจากสามารถที่จะเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี

เครื่องดื่มชนิดนี้ น่าจะเป็นเครื่องดื่มที่ยังไม่ค่อยถูกวางในร้านกาแฟมากนัก เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่ค่อนข้างใหม่ แต่เชื่อว่าเครื่องดื่มชนิดนี้ น่าจะพอไปวางในร้านกาแฟได้อยู่บ้าง แล้วถูกดันให้เป็นกาแฟทางเลือก คล้ายกับกาแฟปราศจากคาเฟอีนก็ได้

หรือไม่ก็อาจจะน้ำชาใบกาแฟนี้ ไปดัดแปลงเป็นสูตรอื่น คล้ายกับกาแฟ อาจจะไปผสมเครื่องดื่มเย็น เสิร์ฟในรูปแบบของชาเย็น หรืออาจจะใส่มะนาวลงไปเพิ่มกลายเป็นชามะนาวก็ได้ ยังมีพื้นที่สำหรับไอเดียที่หลากหลาย สำหรับเครื่องดื่มชนิดนี้ และน่าจะเอาไปดัดแปลงได้ไม่ยาก

สุดท้ายนี้ มีการคาดการณ์กันไว้ว่า เครื่องดื่มชาใบกาแฟนี้ น่าจะกลายมาเป็นเมนูยอดนิยมในร้านกาแฟได้ไม่ยาก อย่างน้อยก็ในยุโรป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นการผสมผสานระหว่างชากับกาแฟเข้ากัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่เครื่องดื่มชนิดนี้ก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่ใช่ทั้งชาหรือกาแฟเสียทีเดียว

ในบ้านเรายังไม่มีเห็นวางขาย แต่ในยุโรป ได้มีการอนุมัติชาใบกาแฟนี้ โดยอยู่ภายใต้แบรนด์ Wize สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า อย่างน้อยเครื่องดื่มชนิดนี้ ก็ยังสามารถมีตลาดอยู่ได้นอกประเทศผู้ผลิต แสดงว่าเครื่องดื่มยังมีประสิทธิภาพมากพอ สำหรับผู้ผลิตแล้ว เครื่องดื่มชนิดนี้ สามารถที่จะเป็นการกระจายรายได้ให้เกษตรกรของตนเอง สำหรับร้านกาแฟ เครื่องดื่มชนิดนี้ทำหน้าที่ในการเชื่อมช่องว่าง ระหว่างโลกแห่งกาแฟและโลกแห่งชา ดังนั้นไม่ต้องตกใจ หากอีกไม่นานเครื่องดื่มชนิดนี้จะแพร่หลายมากขึ้น และได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก